รอง ปธ.กมธ.ศาสนา ฯเปิดโครงการรวมพลังอาสา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติวัดเขาพระทองเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง ร.10

publish : 27 ก.ค. 2563 อ่าน 15 ครั้ง



รอง ปธ.กมธ.ศาสนา ฯเปิดโครงการรวมลังอาสา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติวัดเขาพระทองเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง รัชกาลที่ 10-พุทธศาสนิกชนแห่พพิสูจน์ดวงไฟปริศนาและสาวเลื้อยคล้ายพญานาคพร้อมเช่าหัวนะโมวัดเขาพระทองอย่างคึกคัก

 

               เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่  26 ก.ค.2563 ที่ลานวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ รองประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปวัฒนธรรมสภาผู้แทนราษฏร เป็นประธานเปิด กิจกรรมโครงการ “รวมพลังอาสา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ” และทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภายในวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยมีกลุ่มพลังมวลชน ทหารจิตอาสาพระราชทาน มทบ.41  ตำรวจ พ่อค้าประชาชนร่วมกิจกรรมหลายร้อยคน ในขณะที่กองประกวดธิดาดอกจูดบาน งานประเพณี “ดอกจูดบาน กาชาดและของดีเมืองชะอวด” ประจำปี 2563 ได้นำผู้เข้าประกวดธิดาดอกจูดบานที่จะประกวดรอบตัดสินในคืนวันที่ 28 ก.ค. 2563  จำนวน 20 คนเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย

               นายสุชาติ แก้วใสพร กล่าวรายงานว่า วัดเขาพระทองกำหนดจัดกิจกรรม“รวมพลังอาสา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ” และทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภายในวัดเขาพระทอง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 โดยกำหนดจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา 10.00  วันที่ 27 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกป่าและทำความสะอาด ปรับปรงภูมิทัศน์วัดเขาพระทอง เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดีถวาย ในหลวง รัชกาลที่ 10 เนื่องในโกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จเพระเจ้าอยู่หัว ตลอดถึงเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่บูรพกษัตริย์ ทุกพระองค์ในสยามประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดถึงพระ บรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี

                หลังจากนั้นคณะทุกภาคส่วนได้แยกย้ายกันปลูกต้นไม้ ประกอบด้วยต้นตะเคียนทอง ต้นพยุง ต้นประดู่ และต้นไม้มงคลอื่น ๆ ในพื้นที่ลานสวนป่าหน้าพุทธสถานเชิงผา สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่ อายุนับพันปี และพระพุทธรูปโบราณรวม 29 องค์ โดย รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ พร้อมภริยาและคณะได้ร่วมกันปลูกต้นพยุง 1 ต้น ก่อนจะแยกย้ายกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในวัดเขาพระทอง

 




รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่า ตนทราบถึงความความพยายามของพระอารยนันต์ รักษาการเจ้าอาวาสในการพัฒนาวัดเขาพระทองมานานแล้ว และทราบถึงความเข้มขลังโด่งดังของหัวนะโมวัดเขาพระทอง ที่เชื่อว่าสามารถช่วยขจัดปัดเป่าให้แคล้วคลายปลอดภัยจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 โดยความเชื่อเรื่องหัวนะโมเป็นของดีคู่เมืองนครศรีธรรมราชมานานแล้วตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ที่เกิดโรคห่าระบาดหนักประชาชนล้มตายจำนวนมาก จนต้องอพยพผู้คนหนีออกจากตัวเมือง ก่อนจะทำการจัดสร้างหัวนะโมขึ้นมาก่อนนำไปโปรยหว่านทั่วเมืองโรคห่าที่แพร่ระบาดหนักก็หายไป  ในปัจจุบันหัวนะโมจึงกลายเป็นของดีคู่วัดเขาพระทอง อย่างไรก็ตามทราบว่าทางวัดมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำและขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการขุดบ่อบาดาลเพื่อนำน้ำมาทำระบบประปา โดยตนจะช่วยประสานงานจัดหางบประมาณมาดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป

               ทางด้านพระอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง กล่าวว่า หลังจากร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อภถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาแล้วทางวัดขอกราบเรียนเชิญทุกท่านไปกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์จตุคาม-รามเทพ สวนเกษตรทฤษีใหม่ ฟาร์มเลี้ยงผึ้ง และอื่น ๆ ภายในวัดเขาพระทอง  นอกจากนี้อาตมาได้จัดเตรียมวัตถุมงคล “หัวนะโมและแหวนหัวนะโมวัดเขาพระทอง ไว้แจกจ่ายให้กับจิตอาสาทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมทุกคน โดยเฉพาะมอบหัวนะโมให้กับ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ เพื่อนำไปจกจ่ายให้พรรคพวกเพื่อนฝูงในสภาผู้แทนราษฏรอีกด้วย

               อาตมาพร้อมคณะสงฆ์มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาวัดเขาพระทองให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ รองรับโครงการ “พระบรมธาตุมรดกโลก” การดำเนินการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วัดเขาพระทองเป็นวัดร้างไม่มีใครรู้จัก แต่ได้รับความเมตตาจากสื่อมวลชนทุกแขนงที่นำเสนอข่าวกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัดเขาพระทองออกไปสู่สาธารณชน ทำให้วัดเขาพระทองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวในระดับหนึ่ง หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกแรงหนึ่ง เชื่อว่าวัดเขาพระทองจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และท่องเที่ยวภายในวัดจำนวนมากเหมือนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช อย่างแน่นอน


รักษาการเจ้าอาวาส กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันวัดเขาพระทองยังไม่มีโบสถ์ และได้รับคงามเมตตาจากนายวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์ หรือ “โกหว่า”คหบดีใจบุญ ร่วมกับสมาคมสมาพันธ์นักข่าวแห่งประเทศไทย กำหนดจัดสร้างโบสถ์วัดเขาพระทองและพระประธานในโบสถ์ สหรับพระประธานในโบสถ์ที่จะจัดสร้างโดยจำลองพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่มีคนขุดพบเมื่อ 60 ปีก่อนแต่ไม่สามารถครอบครองไว้ได้ จึงมอบให้นายวรศักดิ์ หรือโกหว่า” ครอบครองแทนมานานกว่า 60 ปี  มาสร้างจำลองเป็นพระประธานในโบสถ์ พร้อมสร้างเป็นพระพุทธรูปบูชาขนาด 3,5,7,9 นิ้ว พร้อมพระเครื่องแบบลอยองค์และเหรียญ กำหนดประกอบพิธีเททองหล่อองค์พระในวันที่ 1 ส.ค. 2563 ดำเนินการโดยคณะของอาจารย์กิตติชัย ตรีรัตน์วิชชา ศิลปินอิสระชาวโคราช  และกำหนดประกอบพิธีมหาเทวา-พุทธภิเษกในวันที่ 13 ก.ย. 2563 โดยได้รับความเมตตาจากพระเถรานุเถระชื่อดังทั่วทั่วประเทศในการร่วมอธิฐานจิตจารอักขระเลขยันต์ในแผ่นโลหะ ชนวนมวลสารในการจัดสร้างพระพุทธรูปเกศแหลม และร่วมนั่งอธิฐานจิตปลุกเสก  ในวันที่ 13 ก.ย. 2563  อาทิ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี  เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดดอยธาตุเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศพม่า /สำนักปฏิบัติธรรม บ้านบุญมหาลาภ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย,พระครูอาภัสร์ธรรมคุณ หรือ“หลวงปู่บุญรอด”สุดยอดเกจิดังภาคอีสาน และพระเกจิดังอีกหลายรูป นับเป็นประวัติศาสตร์การจัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลครั้งประวัติยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในเมืองไทย”

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ที่มาร่วมกิจกรรมและนักท่องเที่ยวได้แห่เช่าวัตถุมงคลหัวนะโม วัดเขาพระและรุ่นพระบรมธาตุมรดกโลก-ยในวักดเขาพระทองอย่างคึกคักต่อเนื่อง และเดกินทางขึ้นไปกราบนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่พร้อมสอบถามเรื่องราวที่สื่อมวลชนนำเสนอเป็นข่าวกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดของวัดจับภาพดวงไฟปริศนาที่ส่องสว้างจ้าออกมาจากบริเวณหน้าตักหลวงพ่อองค์ใหญ่ รวมทั้งกรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ  น.ส.ชาลินี จันทร์ดี  อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 1 ต.เขาพระทอง  อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  จูงบุตรสาวอายุ 3 ขวบ ขึ้นไปกราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่ ก่อนจะมีการแสดงอาการและท่าสทางคล้ายงูเลื้อย  โดย น.ส.ชาลินี อ้างว่าทำไปโดยไม่รู้สึกตัวเนื่องจากถูกพ่อปู่พญานาคมุจรินทร์ ซึ่งเป็นพญานาค 9 เศียร ที่ปกปักรักษาหลวงพ่อองค์ใหญ่เข้าสิงร่าง เพื่อให้ช่วยชักชวนผู้คนมาช่วยพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป.

ยุทธนะ  เตมะพศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน