การค้าชายแดนแม่ฮ่องสอน เมียนมาร์ คึกคักหลังปลดล๊อค เปิด 3 ด่าน

publish : 17 ก.ค. 2563 อ่าน 8 ครั้ง



การค้าชายแดนคึกคัก

                ตามที่ได้มีกลุ่มชมรมผู้ค้าชายแดนระหว่างประเทศอำเภอแม่แจ๊ะ  รัฐคะยา ประเทศเมียรมา ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายสุวพงศ์  กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขอนำเข้าสินค้าประเภทพืชผลทางการเกษตร(ข้าวโพด)พริกแห้ง จากชายแดนไทย – เมียรมา เข้ามายังประเทศไทย ผ่านทางจุดผ่อนปรนชั่วคราว ช่องทางห้วยต้นนุ่น BP 13 ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ไม่เป็นผลเนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID – 19)ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ปิดเส้นทางเข้า – ออก ระหว่างประเทศ ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สินค้าพืชผลทางการเกษตรตกค้างเป็นแรมเดือนแล้วนั้น




ต่อมาทางรัฐบาลก็ได้มีคำสั่งปลดล๊อคเปิดจุดผ่อนปรนถาวรและชั่วคราวชายแดนทั่วประเทศซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ได้รับอานิสงค์ให้เปิดจุดผ่อนปรนจำนวน 3 จุด ได้แก่จุดผ่อนปรนบ้านห้วยผึ้ง ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง  จุดผ่อนปรนชั่วคราวช่องทางห้วยต้นนุ่น(BP13)ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม และจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ  อำเภอสบเมย โดยทั้ง 3 จุดทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เปิดให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคและสินค้าพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นส่วนตัวบุคคลห้ามเข้าและออกประเทศโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจให้หันหลังกลับเข้าประเทศต่อไปโดยจะเปิดบริการเฉพาะวันจันทร์ถึงวันพุธเท่านั้นจะมีเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรจังหวัดมาอำนวยความสะดวก


ส่วนสินค้าที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น  ประเภทสัตว์ อย่างเช่นวัวฯ ที่ยังตกค้างและส่งผลกระทบต่อพ่อค้าจนได้รับความเดือดร้อนประสงค์จะนำเข้าให้ติดต่อประสานกับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่  15 กรกฎาคม 2563ที่ผ่านมา มีคาราวานรถสิบแปดล้อพ่วงจำนวนกว่า 13 คันหลายบริษัทได้เคลื่อนขบวนเข้าพื้นที่จอดเรียงรายบริเวณสนามบินเก่าเพื่อรอสินค้าประเภทพืชผลทางการเกษตรจากฝั่งเมียรมา รัฐคะยา ใช้เวลานานกว่าหลายวันเนื่องจากเกิดฝนตกหนัก พอฟ้าเปิดคาราวานรถก็ได้เคลื่อนเข้าสู่ชายแดนไทยเมียรมาเข้าไปบรรทุกสินค้าที่ทางชมรมผู้ประการค้าฝั่งเมียรมา รัฐคะยา นำเข้ามาจากฝั่งประเทศเมียรมารัฐคะยาได้แก่เมล็ดข้าวโพดจำนวนกว่า 8.000 กก.ในขณะเดียวกันบรรดาพ่อจากฝั่งไทยก็ได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคเช่นผงชูรส นำมันพืช เบียร์กระป๋อง และปุ๋ยอินทรีย์นำออกอย่างคึกคัก ปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบ รับทราบจากฝั่งพ่อค้าฝ่ายไทยเราได้แก่ดินฟ้าอากาศเนื่องจากย่างเข้าสู่ฤดูฝนและไม่สามารถข้ามไปฝั่งประเทศเมียรมาได้แลกเปลี่ยนสินค้าแบบหันหลังชนกันขายส่งสินค้าได้แต่ตัวคนห้ามเข้า.

                เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน          



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน