"ไล่ล่าระทึก" ผู้ก่อเหตุหลบหนีหลังลั่นไกคู่เขยเสียชีวิตคาบ้านเหตุแค้นโดนแกล้งมานาน

16 ก.ค. 2563


วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 น. สถานีตำรวจภูธรลานสักได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุคนยิงกันที่ บ้านใหม่ หมู่ที่ 8  ตำบลประดู่ยืน อำเภอลานสัก ขณะผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปข้ามตำบลอีกอำเภอที่เป็นพี่ติดต่อกัน หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.โกศล ใจเพ็ชรดี ผกก.สภ.ลานสัก พร้อม พ.ต.ท.สันติ ทองเชื้อ รอง ผกก สอบสวน สภ.ลานสัก ร.ต.อ.สุเทพ กุมภาพันธ์ รองสว.สอบสวนสภ.ลานสัก และชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปยังบ้านผู้ตายบ้านเลขที่ 108/1 บ้านใหม่ หมู่ที่ 8 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว สภาพศพผู้ตายนอนคว่ำหน้าจมด้วยกองเลือดใส่เสื้อแขนสั้นสีม่วง กางเกงขาสั้น ถูกยิงเข้าที่หัว พบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ห่างกันประมาณ 1 เมตร บ้านผู้ก่อเหตุอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 10 เมตร ขณะผู้ก่อเหตุหลบหนีออกพื้นที่ไป คาดว่าจะนำอาวุธปืนที่ก่อเหตุติดตัวไปด้วย




ทราบต่อมาว่าผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตชื่อนายบุญชู  กัญหาชาลี อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/1 ม.8 บ้านใหม่ ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายเชิด คนสกุล อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 107/1 ม.8 บ้านใหม่ ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นคู่เขยกัน จากการสอบถามนางบรรจง กัญหาชาลี อายุ 55 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านใหม่ ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย  ได้เล่าว่าผู้ก่อเหตุกับผู้ตายเป็นคู่เขยกัน ผู้ก่อเหตุเป็นน้องเขยของ ตนเอง โดยได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นที่หน้าบ้านของผู้ก่อเหตุ 1 นัด หลังจากนั้นตนเอง และผู้ตายก็อยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งตนเองอยู่ในบ้าน ส่วนผู้ตายอยู่หน้าบ้าน ทันใดก็ได้ยินเสียงปืนที่หน้าบ้านของตนเองอีก 2 นัด และผู้ก่อเหตุได้เดินมาหาผู้ตายพร้อมกับยิงผู้ตายที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าบ้านจนล้มฟุบตายคาที่ และ ตนเองจึงวิ่งหลบเข้าไปที่หลังบ้านกลัวจะถูกยิงไปอีกคน หลังก่อเหตุแล้วผู้ก่อเหตุก็วิ่งหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งตามตัวมาดำเนินคดี และคาดว่าหน้าจะหลบหนีไปกลบดานในพื้นที่ตำบลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน เป็นพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งได้ประสานขอกำลังไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตลุกดู่ ส่งชุดสืบสวนอีกชุดติดตามจับกุมมาดำเนินคดี


ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสิบสวนกองกับกับการภูธรจังหวัดอุทัยธานีได้นำกำลังมาปิดล้อมที่เกิดเหตุเพราะรู้มาว่าระหว่างที่นายเชิด ก่อเหตุนั้นได้ดื่มสุราจนเมาจึงได้ก่อเหตุไป ได้ไล่ล่าโดยแบ่งกำลังเป็น 3 ทีม เดินปิดล้อมป่าหลังบ้าน โดยได้เดินเข้าไปในป่าปาล์มที่อยู่จากบ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนไอ จึงได้แอบย่องเข้าไปจึงพบตัวนายเชิดนอนอยู่ข้างต้นปาล์ม จึงได้ทำการจับกุบตัวไว้ โดยนายเชิดนั้นอยู่ในอาการเมาสุราพูดจาเสียงดัง พร้อมกับเผยถึงความคับแค้นใจที่ก่อเหตุในครั้งนี้ โดยอ้างว่าเก็บความอดทนมานานและหลายอย่าง และถูกกลั่นแกล้งมาหลายครั้งทั้งนำกากเพชรมาใส่เครื่องสูบน้ำของตนเองจนเสียต้องเสียเงินไปซ่อมไปหมื่นกว่าบ้าน และยังลักข้าวในยุ้งหายไปอีก และล่าสุดไม่กี่วันมานี้เองยังถูกกลั่นแกล้งแกะล้อรถเทลเลอร์ของตัวเองจนเสียอีก ซึ่งวันนี้ก่อนก่อเหตุได้ไปต่อว่าผู้เสียชีวิตถึงเรื่องที่คับแค้นใจ กับถูกด่าสวนมาจึงเกิดบันดาลโทสะคว้าปืนมาจ่อยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำตัวไปประกอบคำรับสารภาพต่อไป

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน