ส.ส.เฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น นั่งเก้าอี้รองหน.พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นแท่นนักการเมืองเบอร์ 1 ชลบุรี

publish : 29 มิ.ย. 2563 อ่าน 22 ครั้ง


             ภายหลังจากพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี   มีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐกว่า 500 คนเข้าร่วมประชุม ในที่สมาชิกในที่ประชุมมีมติให้เลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ชุดใหม่  “ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ  ได้รับการโหวตให้เป็น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรองหัวหน้าพรรค  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรองหัวหน้าพรรค  นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรองหัวหน้าพรรค  นายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นรองหัวหน้าพรรค “ส.ส.เฮ้ง”นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต.1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นรองหัวหน้าพรรค  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองหัวหน้าพรรค  นายไพบูลย์ นิติตะวันเป็น รองหัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์  เป็นรองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรค   “เสี่ยแฮ้ง”นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค  ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค

    

 


      “เสี่ยติ๊ก” นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ตัวแทน ”กลุ่มคุณปลื้ม-พลังชล” น้องชาย “เสี่ยแป๊ะ”นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา  หลุดโผได้เป็นเพียง กรรมการบริหารพรรค เหมือนเดิม  เช่นเดียวกับ “ส.ส.ต้น”นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต.4  ที่อยู่ภายใต้ชายคา “กลุ่ม 3 มิตร” ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม  เป็นหัวหน้ากลุ่ม ก็ยังคงได้เป็นกรรมการบริหารพรรค
      การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ในยุค “ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ทำให้มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาล “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีแขนงใหญ่ ภายในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้  เนื่องจากหมดเวลาทำงานของ “กลุ่ม 4 ยอดกุมาร” ที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นหัวหน้ากลุ่ม  นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม   จะถูกปรับออกไป ตามแนวทางการเมืองและการคาดการณ์ของสื่อมวลชน   เนื่องจาก “กลุ่ม 4 ยอดกุมาร” ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนรวมไปถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศได้


     การปรับโครงสร้างของพรรคพลังประชารัฐยุคใหม่ ที่มี “ลุงป้อม”พล.อ.ประวัตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้มองเห็นความชัดเจนของการเมืองไทยในยุค “บูรพาพยัคฆ์”คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ การเมือง-การทหาร-การปกครอง    โดยเฉพาะการเมืองในภาคตะวันออก ที่ “ลุงป้อม”จะดันให้ “ส.ส.เฮ้ง”นายสุชาติ ชมกลิ่น  ในฐานะ“น้องรัก” เป็นขุนพลคู่บารมี ดูแล ส.ส.ใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก  ตั้งเป้าหมายกวาดเก้าอี้ ส.ส. 8 จังหวัดภาคตะวันออกให้เรียบวุธในการเลือกตั้งส.ส.สมัยหน้า  เนื่องจากเห็นว่า “ส.ส.เฮ้ง”เป็นคนหนุ่ม “ใจถึง พึ่งได้” แถมยังเป็น ”เด็กดี อยู่ในโอวาท ไม่แตกแถว”
       การที่ “ส.ส.เฮ้ง”ได้รับความไว้วางใจจาก “ลุงป้อม” ให้เป็น รองหัวหน้าพรรค  ทำให้นักการเมืองระดับท้องถิ่นไปถึงระดับชาติในจังหวัดชลบุรี ต่างยกนิ้วให้ “ส.ส.เฮ้ง”ว่าเป็นของแท้   ทำให้ขึ้นแท่นเป็นนักการเมืองเบอร์ 1 ของจังหวัดชลบุรีในชั่วโมงนี้  และคาดว่าจะเป็นผู้ดูแล ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ แทน “กลุ่มบ้านใหญ่บางแสน”  ที่มีแนวโน้มจะเล่นการเมืองในระดับ “สนามท้องถิ่น”  นายกเมืองพัทยา-นายกอบจ.ชลบุรี-เทศบาลเมืองแสนสุข   ที่สำคัญกลุ่มบ้านใหญ่บางแสน เหลือเพียงแค่  “เสี่ยนิ่ม”นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียวเท่านั้น ที่ยังขึ้นตรงกับ “กลุ่มบ้านใหญ่บางแสน” 
            “ผู้กองเบิร์ด”ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต.2 ลูกชาย “กำนันปั๊ก”นายกำพล วงศ์ทรายทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลต.บางทราย  ก็ย้ายค่ายไปอยู่กับ “ส.ส.ต้น”นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กลุ่ม 3 มิตร  “ส.ส.หนวดเหล็ก” นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต.3 ก็ย้ายค่ายไปอยู่ในชายคา “ส.ส.เฮ้ง”   

               ”ดร.เอ”นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต.8 พรรคพลังประชารัฐ ครอบครัวก็มีความสนิทสนมกับ  “ลุงปุ้ม” พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ “ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมไปถึง “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ชัดเจนขนาดนี้ คงไม่ต้องบอกว่าจะอยู่ค่ายไหน สังกัดไหน

               ที่สำคัญมีแนวโน้มว่า “ส.ส.เฮ้ง” จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ในการปรับคณะรัฐมนตรี ในเดือนกรกฏาคม 2563 นี้

               สนามการเมืองชลบุรี ทั้ง สนามเล็ก-สนามใหญ่  จึงเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจอย่างชัดเจน  จากเดิมที่ “บ้านใหญ่ชลบุรี”ครองอำนาจระดับชาติและท้องถิ่นมายาวนานกว่า 30 ปี  วันนี้มีแนวโน้มว่าขั้วอำนาจกำลังจะเปลี่ยนทิศทางมาอยู่กับ “ส.ส.เฮ้ง”  เพราะแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ และ รัฐบาล“ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  มีพลังแรงชนิดใครก็ต้านยาก  


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน