เปิดคลิประทึกนาทีเข้าจับตำรวจสืบเก๊ แชทบาดูตีสนิทเมียฝรั่ง ก่อนขู่ชิงทรัพย์ในบ้านพัก

publish : 18 มิ.ย. 2563 อ่าน 80 ครั้ง


วันที่ 18 มิถุนายน 2563 เวลา 02.30 น.  พ.ต.ท.พัฒน์วงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.ต.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ สวป.สภ.เมืองอุดรธานี , ร.ต.อ.เจริญชัย นิกูลกาญจน์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจป้องกันและปราบปราม ทำการจับกุม นายสุขสันต์ หรือนาย ขันแข็ง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 12/1 ม.6 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี  พร้อมของกลาง  อาวุธปืนบีบีกัน 1 กระบอก ,ซองปืน,ซองกระสุน,กุญแจมือ 1 อัน , ไฟฉาย 1 กระบอก ซองหนังตราโล่ 1 อัน , กระเป๋าหนังคาดเอว 1 ใบ  ,กระเป๋าพายสีน้ำตาล 1 ใบ , กระเป๋าเงินแบบหนังสีน้ำตาล 1 ใบ ,รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกูปปี้-ไอ สีดำ ทะเบียน 1กษ-8610 อุดรธานี  ,โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 11 จำนวน 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มไทยพาณิชย์ 1 ใบ  โดยจับกุมตัวพร้อมของกลางได้ที่บริเวณริมถนน อุดร-หนองบัวลำภู ฝั่งเข้าตัวเมืองอุดรธานี บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี  ในข้อกล่าวหา”กรรโชกทรัพย์ และชิงทรัพย์  ซึ่งผู้เสียหายได้ทำการคลิป ตอนตำรวจเข้าทำการจับกุมคนร้าย      

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2563 ร.ต.อ.เจริญชัย นิกูลกาญจน์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ศูนย์ปฏิบัติการ 191 สภ.เมืองอุดรธานี   นางสาวน้อย นามสมมุติ  อายุ 30 ปี ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกคนร้ายเป็นชายอ้างตัวว่าเป็นตำรวจสายสืบ ใช้ปืนจี้บังคับชิงทรัพย์กระเป๋าเงินแบบหนังสีน้ำตาล ข้างในมีเงินสด จำนวน 7,500 บาท บัตรเอทีเอ็ม ธ.ไทยพาณิชย์ 1 ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 11 สีดำ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกูปปี้-ไอ ทะเบียน 1กษ-8610 อุดรธานี  ก่อนที่คนร้ายจะบังคับพาไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม อีก 20,000 บาท แล้วพาไปปล่อยทิ้งไว้ ที่ถนนเลียบครองชลประทาน บ้านนาทราย ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา 

 

 

 

 

 


หลังรับแจ้งตำรวจได้ติดตามไล่ล่าคนร้ายผ่านทางสัญญาณจีพีเอส โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ซึ่งยังเปิดเครื่องและวนเวียนอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองอุดรธานี จนกระทั่งมาพบสัญญาณบน ถ.เลี่ยงเมือง อุดร-หนองบัวลำภู ตำรวจจึงวิทยุสกัดจับรถแท็กซี่ ที่คนร้ายนั่งข้างคนขับ ตำรวจได้ขับรถปาดหน้าให้รถแท็กซี่จอด  แล้วตำรวจจะเข้าตรวจค้นจับกุม   แต่คนร้ายได้ชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ตำรวจ พร้อมบอกว่าหากเข้ามาในรถจะยิงสู้ ตำรวจจึงใช้ยุทธวิธี ก่อนแย่งปืนจากมือของคนร้ายสำเร็จ ขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวคนร้าย ผู้เสียหาย  ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่โรงพัก

พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายสุขสันต์ หรือนาย ให้การรับสารภาพว่า ติดเสพยาบ้า และอ้างว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เคยเป็นสายลับให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภ.จ.อุดรธานี ที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้หนี้ และเล่นการพนันออนไลน์จนหมดตัว หลังจากแชทแอพบาดูกับผู้เสียหาย  เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ก่อนวางแผนกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายในบ้านพัก ภายในหมู่บ้านจัดสรรมีชื่อแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี โดยใช้ปืนขู่บังคับให้ผู้เสียหายพาไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อใน ซ.ประชาสันติ และพาไปปล่อยทิ้งไว้ที่ถนนนอกตัวเมือง ก่อนคนร้ายหลบหนีไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย  คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ ไปซุกซ่อนไว้ในหอพักแห่งหนึ่งในเขต ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี ก่อนจ้างแท็กซี่ให้ขับวนเวียนอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี เพื่อทำการโอนเงินที่ได้มาใช้หนี้พนันออนไลน์จนหมด ก่อนมีตำรวจขับรถไล่ติดตามมาจับกุมตัวดังกล่าว   

จากการสอบสวนนางน้อย  ให้การว่า ตนมีสามีชาวต่างชาติ รู้จักกับนายสุขสันต์ฯ ในชื่อเจมส์ จากการแชทบาดูได้เพียง 3 วัน และคิดว่าเป็นคนดี จึงคุยตอบแชทด้วย ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.30 น.นายสุขสันต์ได้นั่งรถแท็กซี่มาหาตนที่บ้านพัก ตนก็ให้การต้อนรับและไม่คิดอะไร นอกเหนือจากความเป็นเพื่อน ก่อนคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภ.จ.อุดรธานี ขณะตนกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน ชักอาวุธปืนออกมาโชว์ และนำกุญแจมือมาใส่ที่ข้อมือทั้งสองข้าง ในตอนนั้นลูกสาวของตน วัย 11 ขวบ ดูทีวีอยู่ 

 

 

คลิปที่3

โดยคนร้ายบอกว่า ตนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากไม่อยากโดนจับดำเนินคดี ให้เอาเงินมาแลกกับอิสระภาพ จำนวน 1 แสนบาท และอย่าเอาเรื่องไปบอกใครหากไม่เชื่อจะฆ่าให้ตาย เพราะคนร้ายกลัวได้รับความเดือดร้อนในหน้าที่การงาน ซึ่งทำให้ตนตกใจมาก  จึงได้บอกลูกสาวให้เข้าไป อยู่ในห้องนอน 

นางน้อยฯ  ให้การต่อไปอีกว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด รู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับกันคนร้ายมีลักษณะเหมือนคนเมายาบ้า หรือเมาอะไรสักอย่าง ตนจึงตั้งสติยอมทำตามที่คนร้ายบอก เพราะกลัวตนและลูกสาวได้รับอันตราย และในกระเป๋าเงินตนมีเงินเพียง 7,500 บาท คนร้ายบอกว่าเงินแค่นี้ไม่เพียงพอ จึงพาตนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นรถของตนเองไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อในซอยประชาสันติ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 20,000 บาท คนร้ายเป็นคนขับรถด้วยความเร็ว ตนจะกระโดดลงรถก็กลัวได้รับอันตราย คนร้ายได้พาขับวนเวียนในตัวเมืองหลายรอบ บอกว่าจะพาไปเซฟเฮ้าส์ และแวะขี่เข้ามาใน สภ.เมืองอุดรธานี ทำทีเหมือนว่าเป็นตำรวจตัวจริง ซึ่งตนหลงเชื่อเพราะเขามีปืน และมีซองตราโล่ตำรวจแขวนอยู่ที่คอด้วย

จากนั้นคนร้ายได้พาตนขี่รถจักรยานยนต์ไปทางเปลี่ยว ถ.เลียบคลองชลประทาน บ้านนาทราย ต.บ้านเลื่อม คนร้ายได้จอดรถและแย่งเอาโทรศัพท์มือถือจากตนไป และชักปืนออกมาขู่ว่าจะยิงทิ้ง หากนำเรื่องไปบอกใคร หากไม่อยากเดือดร้อนให้เก็บเรื่องเงียบไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย ให้อยู่แต่บ้านไม่ต้องออกไปไหน  ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์ของตนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยปล่อยตนทิ้งไว้ ตนได้ร้องขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีให้พามาแจ้งความตำรวจที่โรงพัก และติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

พ.ต.ท.พัฒน์วงศ์ จันทร์พล เปิดเผยต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมคนร้าย พบว่าถูกตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จับกุมตัวในข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ปี 2560 ติดคุก 6 เดือน ส่วนที่คนร้ายอ้างว่าเป็นสายลับให้ตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่าคนร้ายเคยเป็นสายลับให้ตำรวจจริง แต่ประพฤติตนไม่เหมาะสม และชอบอ้างตัวเป็นตำรวจ ได้ทำการตักเตือนมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เชื่อฟัง จึงถูกสั่งไม่ให้เข้ามาทำหน้าที่สายลับ หรือยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจ เมื่อประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมา และอยากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครถูกนายสุขสันต์ฯ หรือนาย ขันแข็ง กรรโชกทรัพย์ โดยอ้างตัวเป็นตำรวจ ให้เข้ามาแจ้งความได้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี

 

 

 

กฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค จ.อุดรธานี

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน