โร่แจ้งความพร้อมร้องสื่อช่วยเหลือหลังโดนนายทุนอิทธิพลประมงเถื่อนยึดแม่น้ำปากพนังข่มขู่คุกคามห้ามจับสัตว์น้ำ

publish : 17 มิ.ย. 2563 อ่าน 18 ครั้ง



เปิดตัว 2 ชาวประมงเหยื่อนายทุนประมงเถื่อนยึดแม่น้ำปากพนังข่มขู่คุกคามห้ามชาวบ้านเข้าจับปลาและสัตว์น้ำเด็ดขาด-หนุ่มใหญ่วัย 56 ปีสุดทนโร่แจ้งความพร้อมร้องสื่อช่วยเหลือหลังโดน 3 ชายฉกรรจ์เจ้าของยอยักษ์หรือบาล์ม ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมายข่มขู่ปองร้ายต่อชีวิตพร้อมทำลายอวน-ส่วนสาวใหญ่ขับเรือชนเชือกโยงยอกยักษ์หรือบาล์มบาดเจ็บหวิดกกลายเป็นปีเฝ้าแม่น้ำปากพนัง

                (17 มิ.ย.)นายสุวิทย์ ช่วยนุกูล อายุ 56 ปีอยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 1 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมหลังจากได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุชีพ นวลศรี พนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 15 มิ.ย. 2563 ในขณะนี้ออกทำประมงลอยอวนจับปลาและหาปูในแม่น้ำปากพนัง บริเวณข้างวัดหอยราก ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คนอายุประมาณ 30 ปีเศษ 1 ใน 3 ทราบชื่อนายสุบิน บ้านอยู่บ้านหอยราก ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าของยกยักษ์ หรือบาล์ม”ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมายได้ขับเรือเข้ามาข่มขู่สั่งห้ามเข้ามาทำประมงทุกชนิดในบริเวณใกล้กับยอยักษ์ หรือบาล์ม หากยังฝ่าฝืนเข้ามาจะทำร้าย ก่อนจะใช้เรือหางยาววิ่งผ่านอวนทำให้ใบพัดเรือฟันอวนขาดเสียหาย 1 ปาก มูลค่าประมาณ 3,000 บาทเศษและตนเกิดความหวากดกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากการออกไปทำประมงลอยอวนในแม่น้ำปากพนัง จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและให้ดำเนินคดีกับนายสุบินและพวกรวม 3 คนตามกฎหมายต่อไป

 




“บ้านเดิมตนเป็นคนหัวไทรย้ายมาเช่าบ้านอยู่ในหมู่ 1 ต.ปากพนรังฝั่งตะวันตก และประกอบอาชีพดักอวนหาปูในแม่น้ำปากำพนังมานานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ในปัจจุบันแทบจะไม่สามารถออกหากินได้เพราะในแม่น้ำปากพนังมีการทำยอยักษ์ หรือบาล์ม ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มไปหมด และสั่งห้ามชาวประมงเข้าไปอวยอวนหรือทำประมงทุกชนิด แล้วจะให้ตนและชาวประมงไปหากินที่ไหน หลังจากทำอวนตนได้รับความเสียหายพร้อมประกาศไม่ยอมชดใช้แล้วยังข่มขู่ห้ามไม่ให้ตนเข้าไปทำประมงในบริเวณดังกล่าวด้วย แม้ทั้งสามจะเป็นเด็กรุ่นลูกรุ่นหลาย แต่กร่างเป็นอย่างมาก ดุด่าตนอย่างเสียหายอย่างหนักแต่ตนไปลอยอวนเพียงคนเดียวไม่กล้าโต้เถียงเพราะเกรงจะถูกฆ่าตายกลางลำน้ำ ก่อนจากกันยังแกล้งทำปืนตกในเรือให้ตนหวาดกลัวซ้ำอีกด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาและให้ตนได้ทำมาหากินในแม่น้ำปากพนังด้วย และให้ตำรวจสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายสุบินและพวก มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน” นายสุวิทย์ กล่าว

               สำหรับ“ยอยักษ์ หรือบาล์ม เป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย แต่ปากกว้าง 20X20 เมตรและมีเชือกโยงด้านข้างทั้ง 4 ด้านอีกข้างละนับ 10 เมตร และใชข้อวนตาถี่ที่ปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ ในกลางคืนใช้ไฟล่อปลาและสัตว์น้ำ แต่กลับทำได้อย่างอิสระเสรี นายทุนเท่านั้นที่จะทำได้เพราะแต่ละปากต้องใช้งบประมาณอย่างน้อย 80,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่กล้าจับกุมแม้จะอยู่บริเวณหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค หน้าสถานีตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรปากพนัง เป็นต้น

 


ในขณะที่นางหนัมสิย๊ะ โต๊ะหมัด อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 4 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนมีสามีพิการตาบอดก มีลูก 16 คน หลานอีกเกือบ 10 คน ต้องออกทำประมงในแม่น้ำปากพนังทุกคืน และขับเรือหางยาวออกไปลอยอวนทุกคืน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตนขับเรือหางยาวชนสายเชือกโยงยอยักษ์ หรือบาล์ม” ที่สร้างอยู่เต็มแม่น้ำปากพนังกล่างคืนมองไม่เห็นทำให้สายเชือกโยงยอยักษ์ หรือ “บาล์ม” ปากดที่มือและลำคอจนพลัดตกจากเรือก่อนจะโดนใบพัดเรือของตัวเองฟันด้านหลังได้รับบาดเจ็บต้องหอบสังขารไป รพ.ปากพนัง แพทย์ต้องเย็บแผลให้ถึง 16 เข็ม แขนและลำคอมีรอยเชือกเป็นริ้วรอยซ้ำ ขาและร่างกายส่วนอื่น ๆ โดนหอยเพลี้ยงบาดถลอกปอกเปิกเต็มไปหมด แต่ตนไม่ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยถูกเจ้าของยอยักษ์หรือ “บาล์ม”ข่มขู่คุกคามเป็นประจำ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพราะคนที่ทำประมงขนาดเล็กใช้เครื่องมือถูกต้องตามกฎหมายกลับถูกคนที่ทำประมงผิดกฎหมายยึดแม่น้ำลำคลองสาธารณะและยังข่มขู่รังแกอย่างหนัก จนในปัจจุบันแทบจะไม่สามารถทำประมงในแม่น้ำปากพนังได้ อย่างไรก็ตามยังมีเจ้าของยอยักษ์หรือ“บาล์ม”บางรายใจดีให้ชาวประมงรายอื่น ๆ หากินได้โดยไม่มีการสั่งห้ามหรือข่มขู่คุกคามแต่อย่างใด.

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน