อัยการจังหวัดสุพรรณบุรีนำทีมลงพื้นที่หาทางช่วยพี่สาวเหยื่อถูกข่มขืน (ชมคลิป)

publish : 16 มิ.ย. 2563 อ่าน 47 ครั้ง



เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 16 มิ.ย. 63 ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวง ที่ปรึกษา นางวันเพ็ญ ขุนทอง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี นายเจริญ จันทวิลาศ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดสุพรรณบุรี นำทีมอัยการ พร้อมนางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี  นางสาวบุษยาฏฐ์ มนต์คล้ำ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมนายกเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ ผู้นำชุมชนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านเหยื่อพูดคุยสอบถามแม่และพี่สาว เพื่อให้กำลังใจพี่สาวเหยื่อ

ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวง เปิดเผยว่าวันนี้ทีมอัยการลงพื้นที่เพื่อต้องการดูความเป็นอยู่ที่แท้จริงว่าทางตัวเด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงยังไงเราจะได้ประเมินได้ว่าข้อเท็จจริงที่เขาให้กับเรานั้นเท็จจริงแค่ไหนการลงพื้นที่ทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงด้วยตาเข้าใจว่าเคสนี้จะมีความซับซ้อนเนื่องจากพยานจะถูกข่มขู่ก่อนจะเข้าพื้นที่เราได้ประชุมกับบ้านพักเด็กและฝ่ายปกครองและส่วนที่เกี่ยวข้องคุยกันถึงมาตรการที่จะดูแลเด็กตั้งแต่ถ้าพยานถูกข่มขู่เราก็จะคุ้มครองพยานข้อที่ 2 ถ้าผู้ปกครองเด็กทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาเราก็ต้องดำเนินการถอนการปกครองตัวพ่อผู้เสียหายเพื่อให้ย้ายไปอยู่ที่อยู่ใหม่มีชีวิตใหม่ใยส่วนของเด็กที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดถ้าพ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูให้เป็นคนดีได้อาจจะต้องมีการพิจารณาฟื้นฟูเด็กด้วยต้องดูแลทั้งมิติทั้งเด็กที่กระทำความผิดและเด็กผู้เสียหาย ถ้าหากมีการข่มขู่มีการจะทำร้ายกดดันไม่ให้พูดความจริงทำให้คดีเปลี่ยนไปตรงนี้ก็อาจจะทำทัณฑ์บนส่วนผู้ต้องหาที่ได้รับประกันตัวไปข่มขู่พยานหรือยุ่งเหยิงกับพยานเราอาจขอถอนประกันได้วันนี้มาดูข้อเท็จจริงเรื่องพี่สาวผู้เสียหายด้วยว่าพี่สาวต้องการความช่วยเหลือแค่ไหนถ้าพิจารณาแล้วว่าเขาอยู่ไม่ได้และสมัครที่จะย้ายทางยุติธรรมจังหวัดก็จะประสานกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้มีการคุ้มครองพยาน

ทางด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์ ได้ร่วมกันซักถามพ่อบุญธรรม ของผู้เสียหายว่ามีความประสงค์จะรับผู้เสียหายกลับมาเลี้ยงดูเหมือนเดิมหรือไม่พ่อบุญธรรม ยังประสงค์จะรับน้องกลับมาเลี้ยงดูพร้อมรับปากว่าจะเลี้ยงดูให้ดีกว่าเดิม ที่ผ่านมาตนดูแลไม่เต็มที่เนื่องจากไม่มีเวลาต้องออกไปทำมาหากิน เจ้าหน้าที่จึงให้เซ็นหนังสือรับรองพร้อมกับจะนำกลับไปพิจารณาต่อไป

 




ทางด้านพี่สาวเหยื่อเปิดเผยว่าที่ผ่านมา ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุพรรณบุรี เข้ามาสอบถามความเป็นอยู่และความรู้สึกสภาพจิตใจว่าต้องการจะขอย้ายที่อยู่ก่อนหรือไม่ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ย้ายที่อยู่พร้อมกับนำเรื่องไปปรึกษาญาติผู้ใหญ่ต่อมาทราบว่า 1 ในผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้วจึงไม่สบายใจรู้สึกหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะนาทีนี้ไม่รู้เลยว่ามีใครคิดดี คิดร้ายกับตนกันบ้าง จึงคิดว่าน่าจะไม่ปลอดภัย ทางญาติๆจึงแนะนำให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่ปลอดภัยจึงให้ญาติประสานทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุพรรณบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือย้ายที่อยู่อาศัยชั่วคราวไปก่อน ซึ่งจากนี้ไปก็ยังไม่ทราบว่าผู้ต้องหาอีก 4 คน จะได้รับการประกันตัวอกมาอีกหรือไม่  จึงขอย้ายที่อยู่ก่อนในช่วงนี้

 


ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสัมภาษณ์พ่อและแม่ของนายสุรัตน์ ภูฆัง  1 ในผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งพ่ออยู่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองสุพรรณบุรี  ซึ่งอยู่คนละหมู่กับบ้านเหยื่อ โดยพ่อผู้ต้องหาเปิดเผยว่ามาถึงตอนนี้ยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะก่อเหตุข่มขืนเหยื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาได้สอบถามเค้นกับลูกชายมาแล้ว ลูกชายก็ยังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำกับเหยื่อตามที่ถูกกล่าวหาตอนนี้ทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนั้นเครียดหนักและอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้ต้องหาด้วย  

ทางด้าน ร.ต.อ.กาฬสิน ปากวิเศษ ร้อยเวรเจ้าของคดีกล่าวว่าได้ประสานไปทางผู้ปกครองของเยาวชนทั้ง 2 คนแล้วและนัดหมายให้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 09.00 น.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก่อนจะพาตัวไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัวให้ศาลซักถามการจับกุมว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ หลังจากนั้นก็จะนัดสอบปากคำตามกระบวนการสหวิชาชีพต่อไป

ภาพ/ข่าว ภัทรพล พรมพัก / มงคล สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุพรรณบุรี 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน