วิงวอนช่วยต่อลมหายใจ 2ย่าหลานเมืองคอนอาศัยบ้านโกโรโกโสจซุกหัวนอน-ได้เงินเยียวยา 5,000 ลงทุนขายโรตีหวังชีวิตที่ดีขึ้น

publish : 2 มิ.ย. 2563 อ่าน 10 ครั้ง



(2 มิ.ย.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราข ได้รับแจ้งจากพันเอกอนุสรณ์ โออุไร รองเสธนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ว่าพบย่าหลานซึ่งมีฐานะยากจน โดยที่เช่าเดือนละ 500 บาทปลูกกระท่อมเล็ก ๆอยู่อาศัยในปัจจุบันที่พังชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ไม่มีประตู ไม่มีฝาผนัง หลังคาแตกฝนตกรั่วซึมทั่วบ้าน   ย่าประกอบอาชีพรับจ้างตัดถั่วงอกรายได้วันละ 50 บาท รับจ้างทั่วไป และได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท อยู่กินกันอย่างลำบากแร้นแค้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่ายเหลือเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

               ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าบ้านหรือกระท่อมหลังดังกล่าวเลขที่ 5/12 ชุนมะขามชุม ถนนมะขามชุม ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ภายในบ้านพบ น.ส.สมพิศ  หรือ“ป้าแมว” กระฉ่อนวงค์ อายุ 63 ปี เจ้าของบ้านและ ด.ญ. ลภัส  ทองปาน หรือ “น้องชมพู่” อายุ 8 ปี สองย่าหลานอยู่ในบ้าน ซึ่งบ้านอยู่สภาพเก่าแก่โกโรโกโส ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ไม่มีฝาผนังและประตูบ้าน ใช้ผ้าปูที่นอนเก่าและแผ่นไวนิลเก่า ๆ ขึงปิดกำบังลมกำบังฝน หลังคามุงกระเบื้องซึ่งแตกและมีรอยรั่วเป็นจุด ๆ เมื่อฝนตกน้ำฝนรั่วทั่วไปบริเวณบ้าน ส่วนข้าวของภายในบ้านมีเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ ไม่กี่ชิ้น ทั้งบ้านมีไฟฟ้าใช้ 1 ดวง หม้อหุงข้าวและกระตกน้ำร้อนเก่า ๆ เสียการไม่ได้ต้องใช้หม้อดินหุงข้าวด้วยไม้ฟืน ในขณะที่กระดานพื้นบ้านก็เก่า ๆ ชำรุดทรุดโทรมแตกหักเป็นช่องจนต้องใช้เศษผ้าหรือไวนิลเก่า ๆ มาวางทับปิดช่องรอยแตกรอยชำรุด กลางห้องมีเตียงเหล็กเก่า ๆ ขนาดกว้าง 1.2 เมตรทราบว่าพระภิกษุมอบให้มาให้สองย่าหลานได้นอน ส่วนด้านหลังบ้านเป็นห้องน้ำห้องส้วมอยู่ในสภาพเอียงกะเท่เร่จะพังแหล่มิพังแหล่ใช้กังกะสีรวมทั้งเสื่อเก่า ๆ กั้น และใช้น้ำบ่อหลังบ้านในการใช้อุปโภคบริโภค




น.ส.สมพิศ หรือ “ป้าแมว” เปิดเผยว่า ตนเป็นคนกรุงเทพแต่มาได้สามีในจังหวัดนครศรีธรรมราช และอาศัยอยู่ในชุมชนมะขามชุมมานานหลายสิบปีแล้ว  มีลูกชาย 2 คน โดยลูกคนโตมีครอบครัวและมีลูกสาว 1 คนคือ ด.ญ.ลภัส หรือน้องชมพู ต่อมาสามีตนเสียชีวิตเมื่อปี 2557  ในขณะที่ลูกสะใภ้แม่ของน้องชมพู่ เสียชีวิตเช่นกัน และลูกชายตนซึ่งเป็นพ่อน้องชมพู่ ไม่มีเมียใหม่  แต่ครอบครัวของน้องชมพู่ มีฐานะยากจนแร้นแค้นเช่นกัน โดยพ่อน้องชมพู่ทำงานรับจ้างตัดหญ้าอยู่ที่ศาลแขวงนครศรีธรรมราช  และก็ไป ๆ มาช่วยเหลือตนและน้องชมพูเล็ก ๆ น้อย ตนจึงรับภาระเลี้ยงดูน้องชมพู่ด้วยความยากลำบากมาตลอด ในปัจจุบันน้องชมพู หลานสาวเรียนจบชั้น ป. 2 โรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่กำลังจะเข้าเรียนชั้น ป.3  ตนอยากจะปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้มั่นคงแข็งแรงกว่ากว่านี้เพราะในปัจจุบันบ้านชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก จนแทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้ ไม่มีประตู ไม่มีผาหนังบ้าน ต้องทนอาศัยอยู่แบบตามมีตามเกิด ทุกครั้งที่ตนลุกขึ้นไปรับจ้างตัดถั่วงอกตอนตี 2 ของทุกคืนก็ต้องปลุกน้องชมพูไปนอนข้าง ๆ ด้วยทุกครั้ง เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายหากให้น้องชมพูนอนอยู่บ้านตามลำพัง  นอกจากกลัวอันตรายจากวัยรุ่นทั่วไปแล้วยังกลัวสัตว์มีพิษที่สามารถเข้ามาในบ้านได้ตลอดเวลาเช่นกัน

               “ตนคงไม่มีปัญหาจะปรับปรุงซ่อมแซมหรือก่อสร้างบ้านใหม่ โดยไม่แน่ใจว่าบ้านหลังนี้จะอาศัยซุกหัวอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ฝนตกแต่ละครั้งตนและหลานก็ต้องหาที่หลบซุกหัวนอน ในช่วงที่รัฐบาลเยี่ยวยาช่วยเหลือช่วงสภานการณ์โควิด-19 คนละ 5,000 บาทตนลงทะเบียนและได้รับการช่วยเหลือด้วย ในเดือนแรกได้ 5,000 บาทก็จ่ายหนี้สินทั้งหมด ในเดือนที่ 2 ก็นำไปซื้อวัสดุอุปกรณ์การทำโรตีขายในชุมชน ซึ่งลงทุนไป 5,200 บาทและยังต้องขายแบบตั้งโต๊ะไม่ได้ใช้รถเข็นเพราะรถเข็นราคาประมาณ 5,000 บาทตนมีเงินไม่เพียงพอ โดยจะพยายามเก็บเงินซื้อรถเข็นเพื่อจะได้ขยับขยายเข็นไปขายโรตีตามพื้นที่ต่าง ๆ จะทำให้ขายได้มาก มีรายได้เพื่มมากขึ้น  ตนจึงอยากจะขอบคุณรัฐบาลที่ให้เงินเยียวยาในครั้งนี้ทำให้มีมีเงินตั้งต้นในการลงทุนประกอบอาชีพขายโรตี”

 

 


น.ส.สมพิศ หรือ “ป้าแมว” กล่าวอีกว่า  ตนและน้องน้องชมพู่ คงจะอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดไป และเป็นห่วงหลานสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งแม้ตนลำบากยากไร้ แต่พยายามอบรมสั่งสอนให้น้องชมพู่หลานสาวเป็นคนดี ขยันเรียน ตั้งใจเรียนและรู้จักทำมาหากิน ที่ผ่านมาน้องชมพู่ ทั้ง 2 ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก แต่นางสมพิศก็สอนให้หลานเป็นคนดี ไม่สร้างปัญหาสังคม และตั้งใจเรียน รู้จักทำมาหากิน โดยน้องชมพู่เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อทางครูและพ่อแม่ ผู้ปกครองของเพื่อน ๆได้มาเยี่ยมช่วยเหลือตนและน้องชมพู่มาตลอด และทราบว่าทางโรงเรียนก็จะช่วยเหลือเรื่องเงินทุนการศึกษาให้น้องชมพู่ด้วย ในขณะที่เพื่อนบ้านก็ใจดีคอยเอื้อเฟื้อแบ่งปันข้าวปลาอาหารให้อยู่เสมอเช่นกัน หากเป็นไปได้ตนอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือไปยังผู้ใจบุญยื่นมือช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ให้ตนด้วย   

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช จะร่ามกับผู้ใจบุญเดินทางมาเยี่ยมและหาทางเยียวยาช่วยเหลือสองย่าหลานอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ว ๆ นี้ สำหรับผู้ใจบุญที่จะร่วมสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวสองย่าหลานติดต่อช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช โทร.081-6761299 ,082-3333139 หรือที่ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ โทร.090-1654153.

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน