เจ้าของสวนกระท้อนไอเดียบรรเจิดใช้อุปกรณ์ทุ่นแรงห่อกระท้อน ลดเวลาห่อกระท้อนงามราคาดี

publish : 2 มิ.ย. 2563 อ่าน 25 ครั้ง



จ.สตูลเดิมชื่อ “สโตย”  ซึ่งหมายถึง กระท้อน แต่ในพื้นที่มีสวนกระท้อนน้อยมาก ส่วนใหญ่ปลูกไว้ใกล้บ้านเพียงต้น 2ต้นเท่านั้น ทั้งที่กระท้อนมีราคาดี แต่ที่คนไม่นิยมปลูกเนื่องจากขั้นตอนการห่อผลกระท้อนที่ยุ่งยาก ลำบากหากลูกไหนไม่ห่อกระท้อนก็จะถูกแมลงวันทองเจาะจนผลร่วงเน่าเสียหาย

 




                      นายอิบรอเหม  เด็นสำลี  อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล  ซึ่งมีมุมมองที่ไม่เหมือนคนอื่น นายอิบรอเหม มองว่าหลายคนให้ความสำคัญกับจำปาดะ ทั้งที่กระท้อนคือผลไม้ดั้งเดิมเป็นชื่อ ของจ.สตูล สโตยคือกระท้อน นายอิบรอเหม หรือบังเหม กล่าวว่า ตนเคยรับจ้างนำกระท้อนไปจำหน่ายเห็นว่าเป็นรายได้ที่ดี จึงได้ปรับเปลี่ยนนาร้างที่ดินไม่ดี มาปลูกกระท้อนพื้นที่ 1 ไร่ ยกร่องปลูกกระท้อนได้ 26 ต้น ข้อดีของการปลูกกระท้อนคือปลูกครั้งเดียวเก็บได้ตลอดชีวิต ซึ่งตนปลูกได้ 23 ปีแล้วไม่ต้องตัดแต่งกิ่ง แค่ใส่ปุ๋ยรดน้ำช่วงหน้าแล้ง เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่คนไม่นิยมปลูกกระท้อนเพราะยุ่งยากที่ขั้นตอนการห่อ เพราะต้องปีนไปห่อกระท้อนทุกผล หากผลไหนไม่ห่อก็จะถูกแมลงวันทองเจาะเสียหาย จึงได้คิดค้นเครื่องห่อกระท้อนด้วยการนำท่อพีวีซี 2 ขนาดตัดผูกกับไม้และใช้ยางวงและถุงพลาสติกสอดเข้าไปในท่อพีวีซีโดยมียางวงมัดกับท่อพีวีซีอันใหญ่ มีเชือกสำหรับกระตุกเวลานำท่อไปใส่ในผลกระท้อน เมื่อนำท่อไปสวมผลกระท้อนแล้วกระดึงเชือก ถุงจะรัดลูกกระท้อนโดยไม่ต้องเหนื่อยและออกแรงมาก บังเหมเรียกเครื่องห่อกระท้อนนี้ว่า เครื่องยิงกระท้อน ซึ่งสามารถลดระยะเวลาห่อกระท้อนจากต้นนึงใช้เวลาเป็นวัน ใช้เครื่องห่อใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงสำหรับ 1 ต้น นอกจากรวดเร็ว ไม่ต้องเสี่ยงกับการปีนต้นกระท้อนหรือพลาดตกลงมาแล้วยังทำให้กระท้อนผลสวย ลูกโต ได้ราคาดีด้วย

 

 


ซึ่งกระท้อนของบังเหมจุดเด่นคือเนื้อหวานฟู อร่อย เปลือกหนา นุ่ม พันธุ์ที่ปลูกมี 3 ชนิดคือพันธุ์ปุยฝ้าย อีล่าและเขียวหวาน ที่ได้รับความนิยมมากคือปุยฝ้ายและอีล่า โดยเฉพาะอีล่านั้นผลโตสุดขนาด 1 ก.ก.กว่า ส่วนปุยฝ้ายผลจะอยู่ที่ 7-8 กรัมหรือ3ลูก 2 ก.ก. ขายส่งก.ก.ละ 50-60 บาท เคยทำราคาได้ถึง ก.ก.ละ 70 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมาตนสามารถขายกระท้อนได้ถึง 1แสน 6 หมื่นบาท แต่สำหรับปีนี้กระท้อนกระทบแล้งมาก ทำให้ผลผลิตได้ไม่ดีเท่าที่ควร คาดว่าคงจะได้ประมาณ 1 ตันเศษซึ่งถือเป็นรายได้ดีซึ่งขณะนี้กระท้อนเริ่มออกผลผลิตในรอบแรกสามารถเก็บได้แล้ว สำหรับความนิยมในพื้นที่แล้วแต่คนชอบแต่ทั้ง 3 สายพันธุ์ตนขายราคาเดียวกันหมด คือขายรวมทางแม่ค้าที่มารับซื้อสามารถไปทำราคาได้เอง ตนคิดว่าการปลูกกระท้อนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของชาวสวนผลไม้ที่ไม่ควรมองข้ามอีกทั้งยังได้สะท้อนความเป็นคนจ.สตูล ซึ่งที่มาของสตูล คือสโตยนั่นก็คือกระท้อนนั่นเอง...............

 

 สุไหล  โพธิ์ดก  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สตูล



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน