เปิดตัวมาเฟียอ่าวไทยไล่ล่าฆ่านายกประมงปากพนังแค้นเปิดโปงฮุบทะเลทำคอกเลี้ยงหอย

publish : 31 พ.ค. 2563 อ่าน 64 ครั้ง



(31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างกลุ่มที่อ้างว่าเป็นกลุ่มนักอนุรักษ์ 11 กลุ่ม ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมประมงหลายล้านบาทให้ซื้อไม้ไผ่มาปักเป็นแนวเขตตลอดแนวชายฝั่งอ่าวนครศรีธรรมราชพื้นที่นับแสนไร่ อ้างเป็นการสร้างบ้านปลาและเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และยังห้ามผู้ใดเข้าไปจับสัตว์น้ำในเขตหวงห้ามที่ปักปันแนวเขต กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านทั่วไปซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากพื้นที่การทำมาหากินลอดน้อยลง กีดขวางทางเดินเรือ จนมีการร้องเนียนศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครศรีธรรมราช และศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่ได้เป็นการสร้างบ้านปลาแต่เป็นการใช้งบประมาณหลายล้านบาทในการซื้อไม้ไผ่มาปักปันตลอดแนวชายฝั่งทะเล และทำการเลี้ยงหอยแครง ซึ่งเป็นการหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง เป็นการลิดรอนเสรีภาพในการประกลออาชีพ ไม่เสมอภาคไม่เป็นธรรมกับชาวประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่  นายปรีชา แก้วกระจ่าง ผอ.ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานพร้อมภาพถ่ายและรายชื่อชาวประมงพื้นบ้านจำนวนหนึ่งเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จนล่าสุดในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาชาวบ้านพันคนจากหลายอำเภอนับแห่ไปงมหอยในพื้นที่แปลงหอยปากอ่าวปากพูนเนื้อที่นับหมื่นไร่ โดยเจ้าหน้าที่ประมงได้นำแผ่นป้ายไวนิลติดประกาศว่า เป็นแปลงอนุรักษ์ปันสุข”ห้ามจับสัตว์น้ำโดยเครื่องมือผิดกฎหมายทุกชนิด”

                                        ภาพไม้ไผ่ที่อ้างว่าทำบ้านปลา

                อย่างไรก็ตามทางกลุ่มอนุรักษ์ ฯ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่คอกเลี้ยงหอยดังกล่าว ไม่พอใจและโกรธแค้นนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนัง และแกนนำชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องจนทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์ จึงได้ขับเรือลาดตระเวนตามหานายมาโนช ดวงดี พร้อมถ่ายรูปชาวบ้านที่มางมหาหอย แต่ไม่พบนายมาโนช และไม่กล้าเข้าไปข่มขู่คุกคามผู้ที่แห่งมหอยเนื่องจากมีคนจำนวนมาก  และยังข่มขู่คุกคามนายปรีชา แก้วกระจ่าง และสื่อมวลชนที่เดินทางลงตรวจสอบการงมหอยบริเวนปากอ่าวปากพูน โดยการขับเรือหางยาวไล่ล่า  และเมื่อนายปรีชา สั่งให้คนขับเรือรีบขับเรือเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากที่งมหอยกันอยู่ทำให้คนที่ขับเรือไล่ตามไม่กล่าตามเข้าไปและรีบเลี้ยวเรือกลับไป ซึ่งในวันนี้แม้ชาวบ้านนับร้อยคนจะเดินทางมางมหอยในอ่าวปากพูน แร่มีจำนวนน้อยกว่า 2 วันที่ผ่านมา และงมหอยได้น้อยกว่า 2 วันที่ผ่านมาเช่นกันแต่ก็ยังมีรายได้คนละ 400-500 บาท/ 3 ชม.

           นายปรีชา แก้วกระจ่าง ผอ.ศูนย์ประสานงานภรรคพลังประชารัฐ จ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ต่อเนื่อง

ภาพไม้ไผ่ที่ใข้งบประมาณของแผ่นดินมาจัดซื้อปักในทะเลรวมพื้นที่นับแสนไร่ อ้างว่าบ้านปลา และเพิ่งนำไวนิลมาติดว่า "เขตอนุรักษ์ปันสุข"




ในขณะที่นายอาหมัด จันทบุรี อายุ 43 ปี แกนนำชาวบ้านที่ร่วมร้องเรียนเปิดโปงในเรื่องนี้ กล่าวว่า ตนถูกคุกคามปองร้ายอย่างหนัก จนไม่กล้าอยู่บ้านและไม่กล้าออกเรือไปทำมาหากินในทะเล เพราะมีชายฉกรรจ์ 2-3 คนมาถามหาที่บ้านหลายครั้ง เรื่อวงน้ตนได้แจ้งให้นายปรีชา แก้วกระจ่าง ทราบแล้วและขอให้นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งตรวยจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายรุนแรงไปมากกว่านี้ ที่สำคัญชาวประมงอยากให้ทุกจุดทั้ง 3 อำเภอที่ถูกปักเขตหวงห้ามทำคอกเลี้ยงหอย ทั้งอ่าวปากพูน ปากพญา ท่าซัก ปากนคร ท่าไร่ บางควาย ในเนื้อที่นับแสนไร่ชาวบ้านสามารถเข้าไปหากินได้เหมือน จ.สุราษฏร์ธานี

               ส่วนนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง และนางราตรี ดวงดี อายุ 48 ปี ได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากนายปรีชา แก้วกระจ่าง  เนื่องจากถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก ซึ่งนายมาโนช กล่าวว่าเมื่อวานนี้ตนไปร่วมงมหอยและวางอวนจับปลากระบอกในพื้นที่อ่าวปากพูน และในขณะขับเรืออยู่ที่อ่าวปากพญา ถูกเรือตรวจการณ์ของทางราชการลำหนึ่ง ซึ่งตนจำได้ว่ามีคนในเรือที่เคยขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนตนและนางราตรี เพื่อเอาชีวิตกลางทะเลเมื่อ 3 ปีก่อนแต่โชคดีที่ครั้งนั้นตนขับเรือหางยาวเสือกเข้าไปในดินเลนทำให้เรือตรวจการณ์ขับเข้าไปไม่ได้ และโทรศัพท์แจ้ง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชในขณะนั้น สั่งการเจ้าหน้าที่และเรือตำรวจน้ำไปช่วยไว้ได้และเข้าแจ้งความกับพนักวงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนถึงขณะนี้เรื่องกลับเงียบหายไม่มีความคืบหน้าใด ๆ และในครั้งนี้ตนรีบขับเรือหนีกลับมายังอ่าวปากพูน ระยะทาง 2 กม. พร้อมไลฟ์สดเหตุการณ์เรือตรวจการณ์จึงเลี้ยวกลับไปทางอ่าวปากนคร เมื่อกลับบ้านก็ทราบจากนางราตรี ว่ามีนายทอน ผู้กว้างขวางทรงอิทธิพลใน ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์มาข่มขู่คุกคามและดุด่าตนและนางราตรีอย่างหยาบคาย  โดยนางราตรีสามารถอัดคลิปเสี่ยงไว้ได้ 2.12 นาที

         ภาพชาวบ้านหลายตำบลใน 3 อำเภอ แห่ลมหาหอยแครงในอ่าวปากพูนนับหมื่นไร่ ที่ถูกฮุบทำคอกเลี้ยงหอย

               “วันนี้มาเฟียอ่าวปากพูน อ่าวนครศรีธรรมราช ออกมายอมรับแล้วว่าได้รับงบสนับสนุนจากกรมประมงมาซื้อไม้ไผ่ปักปันแบ่งพื้นที่ในทะเลทำคอกเลี้ยงหอยจริง อ่าวปากพูนหน้าบ้านเขา เป็นของเขาได้รับอนุญาตให้ทำคอกหอยถูกต้อง  ซึ่งตนออกทำประมงสองคนผัวเมียมาตลอดไม่ได้กลัวตายแม้จะโดนคุกคามเอาชีวิตมาหลายครั้ง แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาขอให้เมียหยุดอยู่บ้านเพื่อร่วมกลุ่มแม่บ้านชาวประมงพื้นบ้านทำการแปรรูปสัตว์น้ำขายในช่วงนี้ตนจึงออกทำประมงกับเพื่อนบ้านคนหนึ่งแทน หากตนถูกฆ่าตายอย่างน้อยก็ยังเหลือเมียและลูกที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมแทนตน ต้องยอมรับว่าในช่วงนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ยิงถล่มเรือของชาวบ้านในอ่าวแหลมตะลุมพุกเมื่อไม่นานมานี้ชาวประมงพื้นบ้านหลายคนกลัวจนไม่กล้าออกทำประมงในทะเลอีกต่อไป แม้จะทำประมงถูกกฎหมายแต่การยิงถล่มกันในลักษณะดังกล่าวอาจจะทำให้ชาวประมงพื้นบ้านคนอื่น ๆ พลอยฟ้าพลอยฝนโดนลูกหลงตายกลางทะเลก็เป็นได้”

                                         มาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง

                                             ราตรี ดวงดี ภรรยานายมาโนช ดวงดี

                                          ชาวบ้านแห่งมหอยในพื้นที่คอกเลี้ยงหอยอ่าวปากพูน


นายมาโนช ดวงดี กล่าวอีกว่าตนเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ “พัฒนาเครือข่ายประมง” ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์ของฝ่ายทหารจากส่วนกลาง แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และกลุ่มที่อ้างตัวเป็นนักอนุรักษ์กลับใช้กลุ่มไลน์ไปในทางที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงนี้มีการด่าทอตนและนางราตรี ภรรยาอย่างหยาบคายและใช้ภาพข้อความของ พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาล้อเล่น ล้อเลียนต่าง ๆ นานา ไม่เหมาะสมอย่างมาก ไม่ให้เกียรตินายก ฯ และยกย่องเจ้าหน้าที่ประมงระดับสูงคนหนึ่งว่าเป็น “พี่ใหญ่” ตนรีบพฤติกรรมไม่ได้จึงขออนุญาตออกจากกลุ่มไลน์ดังกล่าวแล้ว

 

               ทางด้านนางราตรี ดวงดี กล่าวว่าในช่วงเย็นวานนี้ (30 พ.ค.)นายทอน ซึ่งอยู่ร่วมในกลุ่มไลน์ “เครือข่ายพัฒนาประมง” ได้โทรศัพท์มาหาตนพร้อมระบุว่าตนโกรธแค้นนายมาโนช ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้อย่างมาก เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ได้ขับเรือตระเวนหานายมาโนช “กูตามฆ่ามันครึ่งวันแล้ว แต่หาไม่เจอ คอกหอยของกู หน้าบ้านกู กูได้รับอนุญาติถูกต้องใครจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็มาห้ามกูไม่ได้”ในขณะที่ตนพยายามจะชี้แจงว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นของหลวง เป็นของพระเจ้าแผ่นดินการปักไม้ไผ่ตลอดแนวชายฝั่งทำให้ชาวประมงพื้นบ้านและตนเข้าไปทำประมงไม่ได้ การอนุรักษ์ตนเห็นด้วยแต่ไม่ใช่กระทำกันแบบนี้ และนายทอน กล่าวตอบโต้อย่างโกรธแค้นว่า “มึงห้าม มึงคุมผัวมึงไม่ได้  อีเปรต ถ้ามึงแน่จริงมึงหรือใคร ๆ ที่ออกมาขัดขวางในเรื่องนี้ให้มาพบกับกูเลยที่ปากพูน อีเปรต  อีฮีลุก” ก่อนวางสายไปตน ตนสามารถอัดคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน 2 นาทีเศษจากที่โมทรข่มขู่กว่า 10 นาที ซึ่งได้แจ้งให้นายปรีชา แก้วกระจ่าง ทราบแล้ว และจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายทอน และพวกมาเฟียอ่าวไทยต่อไป.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/มาโนช-ราตรี ดวงดี

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน