ธกส.จังหวัดชัยภูมิ แถลงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง และการแพร่ระบาดโควิด-19

publish : 28 พ.ค. 2563 อ่าน 14 ครั้ง



(28พ.ค.2563) ที่ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง นายประยงค์ มุ่งยุทธกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิพร้อมด้วยผู้ช่วยผู้อำนวยการ นายสามารถ แทนวิสุทธิ์ และนายสุรเชษฐ์ ดีอยู่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองพร้อมทั้งพนักงานในสังกัดกว่า 400 ชีวิตจาก 19 สาขาของจังหวัดชัยภูมิดำเนินการมาตรการเร่งด่วน และขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญดังนี้ มาตรการการพักชำระหนี้ต้นเงิน  และดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งระบบที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวด เมษายน 2563 ถึงมีนาคม 2564 เป็นเวลา 1 ปีโดยอัตโนมัติ และยังคงชั้นหนี้เดิม ของลูกค้าก่อนเข้าโครงการให้กับเกษตรกรลูกค้าทุกกลุ่มทั้งที่เป็นเกษตรกรรายคนบุคคลผู้ประกอบการนิติบุคคลกลุ่มเกษตรกรสหกรณ์กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองซึ่งระบบจะคัดกรองข้อมูลสถานที่มีอยู่และเข้าเงื่อนไขโดยจังหวัดชัยภูมิมีเกษตรกรที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกว่า 100,000รายต้นเงินกู้กว่า 28,000 ล้านบาทมาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและครอบครัวของเกษตรกรในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นและฉุกเฉินในครัวเรือนในอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.1 ต่อเดือนวงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาทกำหนดชำระคืน ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือนนับจากวันกู้ไม่ต้องใช้หลักประกันโดยปลอดชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก นับจากวันกู้ซึ่งล่าสุดจังหวัดชัยภูมิมีเกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรให้ความสนใจลงทะเบียนเพื่อรับสินเชื่อจำนวน 39,586ราย โดย ธกส.ทั้ง 19 สาขาได้นัดหมายลูกค้าทำสัญญาและอนุมัติสินเชื่อไปแล้วจำนวน 4, 676 รายเป็นจำนวนเงินกว่า 46.7 ล้านบาททั้งนี้ ธกส.จะเปิดให้กลุ่มเป้าหมายที่ธนาคารคัดกรองแล้วสามารถทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมาติดต่อธนาคารธกส.สาขา โดยจะเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 สินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง เพื่อให้เกษตรกรได้มีแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรวงเงินกู้สูงสุดรายละ 200, 000 บาทปลอดดอกเบี้ย 2 ปีแรกปีที่ 3 ดอกเบี้ย mrr- 2 ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปีซึ่งในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 สำนักงาน ธกส.จังหวัดชัยภูมิได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนด้วย โคก หนอง นา โมเดล โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ทินกร ปาโท หรืออาจารย์หิ่งห้อยมาถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเกษตรกรมีความรู้เข้าใจระบบโคกหนองนาในการจัดการพื้นที่และการจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 

 




โครงการเยียวยาเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิธกส.ดำเนินการโอนเงินกลุ่มที่ 1 จากข้อมูลเกษตรกรที่ทำงานเกษตรติดเครดิตการเกษตรได้ตรวจสอบคัดกรองเรียบร้อยแล้วรอบแรก ในวันที่ 15 ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 รวม 162, 351 ราย เป็นเงิน 8 1, 17 5, 500 บาท โดยเกษตรกรสามารถเช็คผลการโอนตามสิทธิ์ที่ได้รับผ่านทาง www. เกษตรกร .com ตลอด 24 ชั่วโมง เงินสามารถเบิกถอนผ่าน ATM ได้ทุกธนาคารสำหรับการเบิกถอนผ่านสาขาสาขาได้ขอความร่วมมือเบิกถอนเป็นรายตำบลโดยประสานผ่านผู้นำชุมชนกลุ่มไลน์เครือข่ายหัวหน้ากลุ่มและแฟนเพจ Facebook สำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการและเป็นไปตามกาลเวลาระยะห่างทางสังคม Social distancing เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยสาขาได้ประสานไปยังนายอำเภอสาธารณสุขอำเภอสถานีตำรวจภูธร ที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลพี่น้องเกษตรกร ทั้งนี้เกษตรกรที่ยังไม่มีรายชื่อ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทยอยตรวจเช็คเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นที่ทางรัฐบาลช่วยเหลือและส่งรายชื่อให้ธกส. เพื่อทำการโอนวันละ 1 ล้านรายทุกวัน เกษตรกรสามารถตรวจสอบสิทธิ์เกษตรกรและอุทธรณ์ได้ที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผ่านทาง www.moac.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โครงการเราไม่ทิ้งกันสามารถสอบทานการประกอบอาชีพของผู้ขอทบทวนสิทธิ์ตามมาตรการชดเชยรายได้ผลกระทบจาก covid-19 ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้เป็นทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ระดับอำเภอเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ ให้กับผู้ พิทักษ์เศรษฐกิจระดับอำเภอของทุกธนาคารสำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิได้กำหนดสิทธิ์และแต่งตั้งพนักงานเพื่อเป็นผู้พิทักษ์ทั้งสิ้น 210 คน ออกสอบทางการประกอบอาชีพของผู้ขอรับสิทธิ์ทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิถึงปัจจุบันดำเนินไปแล้ว 4,707 ราย จากทั้งหมด 4 739 รายโครงการประกันภัยนาปี ปีการผลิต 2563 สำหรับเงื่อนไขโครงการประกันภัยข้าวนาปีมีทั้งการประกันภัยชั้นขั้นพื้นฐาน กรณีเกษตรกรลูกค้าธกสอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 97 บาทต่อไร่เท่ากันทุกพื้นที่กรณีเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงต่ำอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 58 บาทต่อไร่ในพื้นที่เสี่ยงปานกลางอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 210 บาทต่อไร่ในพื้นที่เสี่ยงสูง อัตราค่าเบี้ยประกันภัย 230 บาทต่อไร่ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่มโดยรัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัย 58 บาทต่อไร่กรณีเป็นลูกค้าธกสที่ใช้บริการสินเชื่อเพื่อการปลูกข้าวธกสจ่ายสมทบค่าเบี้ยประกันภัยแทนเกษตรกร 39 บาทต่อไร่ โดยคุ้มครองในกรณีเกิดภัยธรรมชาติ 7 ภัยได้แก่ ภัยน้ำท่วมฝนตกหนักภัยแล้งฝนแล้งฝนทิ้งช่วงลมพายุพายุไต้ฝุ่นภัยอากาศหนาวน้ำค้างแข็งลูกเห็บไฟไหม้และช้างป่าวงเงินคุ้มครองจำนวน 1,260 บาทต่อไร่และในกรณีเกิดภัยศัตรูพืชโรคระบาดวงเงินคุ้มครอง 630 บาทต่อไร่นอกจากนี้รัฐบาลยังสนับสนุนให้เกษตรกรทำประกันภัยส่วนเพิ่มเพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่มากขึ้นและสอดคล้องกับสภาวะอากาศของโลกในปัจจุบันที่แปรปรวนอย่างมากโดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงกรณีพื้นที่เสี่ยงต่ำชำระค่าเบี้ยประกันเพิ่ม 24 บาทต่อไร่พื้นที่เสี่ยงปานกลางชำระค่าเบี้ยประกันภัย 48 บาทต่อไร่และพื้นที่เสี่ยงสูงชำระค่าเบี้ย การเพิ่ม 10 1 บาทต่อไร่ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการทำประกันภัยส่วนเพิ่มดังกล่าวเกษตรกรจะได้รับวงเงินคุ้มครองเมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติเพิ่มในวงเงิน 240 บาทต่อไร่ไม่รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ 1,500 บาทต่อไร่และกรณีเกิดภัยศัตรูพืชระบาดได้รับวงเงินคุ้มครองเพิ่ม 120 บาทต่อไร่ รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ 750 บาทต่อไร่ระยะเวลา ขายกรมธรรม์ของจังหวัดชัยภูมิที่สุด 31 พฤษภาคม 2013 นี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธกส.สาขาใกล้บ้านท่าน

 


 โครงการด้านสังคม โครงการ ธกส.ชัยภูมิร่วมใจต้านภัยแล้ง 2563 โดยจัดหาทางน้ำบรรจุน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคด้วยเงินงบประมาณจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติและภัยพิบัติจำนวน 400, 000 บาทเพื่อจัดซื้อถังบรรจุน้ำขนาด 2,000 ลิตรจำนวน 40 ถังมอบให้แก่ชุมชน 40 ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบธกส.ภายในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและได้รับความร่วมมือด้วยดีจากสำนักงานป้องกันป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิและหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 55 จัดขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา โครงการสายธารรวมใจสร้างฝายมีชีวิตเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก สำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิได้อนุมัติเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติและภัยพิบัติจำนวน 200, 000 บาทโดยสร้างฝายมีชีวิตที่มีความมั่นคงแข็งแรงจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในทุกภาคส่วนของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยนำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิหน่วยงานทหารตำรวจประชาชนจิตอาสาพระราชทานและพนักงานธกสร่วมสร้างฝายขนาดความกว้าง 16 เมตรยาว 25 เมตรความสูง 3 เมตรสามารถกักเก็บน้ำได้ 1 2,000 ลูกบาศก์เมตรมีพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 350ไร่ในพื้นที่บ้านดงบังตำบลดงบังอำเภอคอนสาร และทำพิธีเปิดในวันที่ 6 มีนาคม 2563 โครงการการกระจายสินค้ามะม่วงเกรดส่งออกจังหวัดชัยภูมิ มะม่วงน้ำดอกไม้สวยใส จากใจส่งให้คุณอุดหนุนเกษตรกรชัยภูมิ ซึ่งสำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งสำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิและสหกรณ์เพื่อการตลาดลูกค้าธกส.ชัยภูมิจำกัดได้รวบรวมผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากเกษตรกรบ้านหล่นตำบลนางแดดอำเภอหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศสามารถจำหน่ายได้กว่า 9 ตันมูลค่ากว่า 6 แสนบาทโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทั่วประเทศจะได้เตรียมมาตรการในการฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้ากลับมาพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและชุมชนมีรายได้ควบคู่กับ การร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืนโดยน้อมนำความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตซึ่งสำนักงานธกส.จังหวัดชัยภูมิมุ่งหวังว่าสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบสร้างความกินดีอยู่ดีของพี่น้องเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิตามวิสัยทัศน์ของธนาคาร เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืนมุ่งสู่ถนนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท

ภาพ/ข่าว พรอนันต์ พันเชื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยภูมิ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน