ผช.ผบ.ตร. ตรวจกุฎิหลวงพ่อสุดใจ หลักฐานชี้ไฟฟ้าลัดวงจร ยังไม่พบหลักฐานวางเพลิง

publish : 28 พ.ค. 2563 อ่าน 16 ครั้ง


วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.50 น.ที่ศาลาด้านในวัดเกษรศีลคุณ หรือ วัดป่าบ้านตาด อ.เมืองอุดรธานีหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี และ พระอธิการสุธรรม สุธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดเกษรศรีคุณ ได้นำอัฐิธาตุพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด มาตั้ง เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหา หรือญาติโยม ได้กราบสักการะ

ต่อมาเวลา 09.30 น. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติภัสร์ ผช.ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภาค 4 และพล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรีผบก.ภ.จว.อุดรธานี   ได้เดินทางมาติดตามคดีไฟไหม้กุฎิพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดเกษรศรีคุณ (วัดป่าบ้านตาด) อ.เมืองอุดรธานี เป็นเหตุให้มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 โดย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ฯ ได้ชี้แจงกับพระอธิการสุธรรม สุธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดเกษรศรีคุณ และ หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก ว่ามาติดตามการสืบสวนสอบสวนคดี เพื่อให้หมดข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่มีประชาชนติดใจสาเหตุการมรณภาพของพระอาจารย์สุดใจฯ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ก่อนที่จะไปกราบสักการะอัฐิธาตุ พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน

จากนั้นเดินไปตรวจกุฎิพระอาจารย์สุดใจ โดย พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี  ,พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์  ,พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร , พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี , พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี  ,นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี , พ.ต.อ.ณภพ ชุณหกรรณ์ รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน , นายนิพนธ์ วงศ์ดี รอง ผวจ.ด้านเทคนิค กฟภ.อุดรธานี ,นายรพีพงศ์ พงศ์พัฒน์ ผช.หัวหน้าแหนกวิศวกรรม กฟภ.อุดรธานี , นายพิสิฐ แก้วมณีชัย พนักงานช่างระดับ 6 กฟภ.อุดรธานี  ,ตำรวจกองปราบ  ,ตำรวจสืบสวน และ  พนักงานสอบสวน  เข้าร่วมตรวจที่เกิดด้วย

โดยพล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติภัสร์ ผช.ผบ.ตร. พร้อมคณะ และ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รองผบช.ภาค 4 มาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรอุดรธานี มีพนักงานสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ สภ.โนนสูง , สภ.เมืองอุดรธานี , ภ.จว.อุดรธานี , ตำรวจภูธรภาค4 , ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอุดรธานี ภาค 4 และส่วนกลาง และวิศวกรไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคืบหน้าคดี โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

 

 

 

 

คลิปที่2

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติภัสร์ ผช.ผบ.ตร.  เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน สื่อมวลชน เนื่องจากพระอาจารย์สุดใจฯ ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียง ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตน ร่วมกับทาง ผบช.ภ 4 และ รอง ผบช.ภ.4 มาร่วมติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งทาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และทาง ผวจ.อุดรธานี ได้มาร่วมตรวจสอบตั้งแต่หลังเกิดเหตุ และให้คำแนะนำกับทางวัดว่า ควรจะให้ทางนิติเวชมีการตรวจพิสูจน์สาเหตุการมรณภาพของพระอาจารย์สุดใจฯ ให้ชัดเจน ซึ่งปกติการมรณภาพของพระผู้ใหญ่ จะไม่มีการตรวจพิสูจน์ เพราะต้องการรักษาธาตุขันธ์ของท่านไว้ ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ว่าเรื่องนี้เราอยากทำให้ความจริงปรากฎ จึงมีการนำร่างท่านผ่าพิสูจน์ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และนำร่างท่านกลับมาในคืนวันเกิดเหตุ เพื่อทางวัดจะได้ดำเนินการตามธรรมเนียมวัดป่า ที่จะมีการฌาปนกิจให้เร็ว เป็นไปในแนวทางเดิม ซึ่งผลการผ่าพิสูจน์ได้ผลมาแล้ว ส่วนเรื่องกระบวนการว่าจะมีความผิดทางอาญา ว่าจะมีการวางเพลิง หรือเป็นการฆาตกรรม เป็นเรื่องที่จะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป

 วันนี้เราจึงมาติดตามความคืบหน้า ได้รับฟังข้อมูลจากคณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ที่ ผบก.ภ.จว.แต่งตั้งขึ้น  ขณะนี้มีการสวอบสวนพยานไปแล้ว 22 ปาก ข้อมูลจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และจากนิติเวช ที่ค่อนข้างชัดเจนเกือบ 100 เปอร์เซนต์ว่า ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย สาเหตุการตายน่าจะเกิดจากการสำลักควันไฟ และมีพยานบุคคลยืนยันว่า เห็นท่านโต้ตอบได้ขณะที่เพลิงกำลังไหม้ และเห็นท่านนั่งก่อน และสุดท้ายเห็นท่านนอนลงไป ที่มีความชัดเจนสอดคล้องกันหมด

ส่วนสาเหตุว่าจะเป็นการวางเพลิงหรือไม่ หรือว่ามีมนุษย์มาทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทางพิสูจน์หลักฐาน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก แต่ว่ากระบวนการของทาง พิสูจน์หลักฐาน ยังไม่สิ้นสุด 100 เปอร์เซนต์ ที่ต้องตรวจพิสูจน์ให้ได้ 100 เปอร์เซนต์ ต้องตรวจพิสูจน์อีกพอสมควร แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฎหลักฐานที่จะมีการวางเพลิง หรือมีการกระทำอย่างอื่น โดยเบื้องต้นไฟไหม้เป็นลักษณะจากผนังด้านบนลงสู่ด้านล่าง ซึ่งจากร่อยรอยที่เหลือให้เห็น ถือว่าเป็นไฟไหม้ที่เยอะมาก แล้วมาดับไฟได้ หลักฐานจึงมีน้อย”

 พล.ต.ต.ดำรงค์ศักดิ์ฯ กล่าวต่อว่า แต่ทางพิสูจน์หลักฐาน ที่มีประสบการณ์ สามารถวิเคราะห์ได้รายละเอียดพอสมควร เป็นประโยชน์กับทางพนักงานสืบสวนและสอบสวน ว่า จะมุ่งประเด็นไปทางไหนได้มาก และขณะนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องของการวางเพลิง มีแนวโน้มสูงที่จะไปเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าที่อาจจะลัดวงจร หรือสายไฟที่เก่าเสื่อมชำรุดไม่ได้มาตรฐานที่อาจสะสมความร้อน ที่เป็นแนวทางหลัก แต่ทั้งนี้เราก็ยังคงดำเนินการต่อ  ในเรื่องของพยานบุคคล เพื่อให้สิ้นกระแสความสงสัยทั้งหมดให้ดีที่สุด เพื่อที่จะยึดถือว่า วันนี้ทางกองปราบปรามลงพื้นที่มาแล้ว จึงได้มาสืบสวนสอบสวนร่วมกันกับตำรวจพื้นที่ ผลออกมาอย่างไรต้องจบ ซึ่งเรามั่นใจว่าเราได้ทำเต็มที่แล้ว แต่ว่า ณ ขณะนี้ยังไม่ปรากฎหลักฐานที่เป็นไปในลักษณะการวางเพลิง หรือ การวางแผนฆาตกรรม ซึ่งสิ่งนี้เป็นเบื้องต้นเท่านั้น แต่เรายังไม่ทิ้งในทุกประเด็น  และจะมีการสอบสวนให้ได้ชัดเจนที่สุด วันนี้ที่มาเพื่ออยากให้ความมั่นใจกับประชาชนและสื่อมวลชนว่า ทุกคนทำอย่างเต็มความสามารถ แม้กระทั่ง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ก็มาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่มาสอบปากคำด้วยตัวเอง และมอบหมายให้ทาง รอง ผบก.ดูเรื่องสืบสวน และสอบสวน  ซึ่งเรื่องคดีน่าจะชัดเจน  

 

 

 

     

คลิปที่3

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติภัสร์ ผช.ผบ.ตร. ตอบข้อซักถามเรื่องจะสามารถสรุปสำนวนได้เมื่อไหร่ รวมทั้งมีการพบหลักฐานเบรกเกอร์ตัดไฟที่ตรวจพบว่า หลักฐานทั้งหมด จะส่งไปตรวจที่ พฐ.ภาค 3 ที่นครราชสีมา โดยตนจะเร่งให้ดำเนินการตรวจสอบให้เร็วที่สุด ส่วนของนิติเวชก็ยังเหลืออีกนิดหน่อยที่จะได้รับรายงาน ส่วนที่พบเบอร์เกอร์ วันนี้เราจึงเชิญเข้าหน้าที่จาก กฟภ.อุดรธานี มาร่วมชี้แจง ที่เป็นประโยชน์กับพยานหลักฐาน ที่เราเก็บทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มีข้อสงสัย ถ้าจะถามเป็นความคืบหน้าคือว่า ไม่ปปรากฎหลักฐานที่จะเป็นการวางเพลิง หรือทางคดีอาญาที่เป็นการฆาตกรรม เพียงแต่ว่าเราต้องทำต่อไปให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องของทองคำที่บนกุฏิว่าอยู่ที่ไหน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ตอบว่า เรื่องทองคำขณะนี้ทางคณะกรรมการของวัด ทางฝ่ายปกครอง และตำรวจ ได้เก็บรักษาไว้ ที่มีการซีลลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน หลังจากนี้จะมีการนำกลับมามอบคืนให้ทางสวัด ที่จะนำเข้าระบบของวัด ดูแลรับผิดชอบต่อไป เพื่อนำไปสำหรับการก่อสร้างเจดีย์ หรือ พิพิธภัณฑ์ต่อไป

ส่วนกรณีความขัดแย้งในวัด ที่มีผู้สงสัยในโลกโซเชียล จะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น  พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตอบว่า ความขัดแย้งเท่าที่มีการตรวจสอบ ทราบว่าเกิดขึ้นนานมาแล้ว แต่ทางตำรวจจ้ะองเก็บข้อมูลเรื่องนี้ สำหรับการสืบสวนสอบสวนต่อไป ณ ตอนนี้ยังไม่มีว่าจะเกี่ยวข้องกับที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ข้อเท็จจริงเราก็จะเอามาตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้พูดในเรื่องประเด็นนี้ เพราะว่าจะมีจริงหรือไม่จริง มันอาจจะไม่เกี่ยวข้อง แต่มีคนสงสัยกันไปเอง เช่น สงสัยว่าทำไม่รีบเผาศพท่าน ซึ่งเป็นธรรมเนียมวัดป่าที่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว แล่วนำร่างพระผู้ใหญ่มาฉีดฟอร์มาลีนมันไม่เหมาะสม และทางพระอาจารย์สุธรรม พระอาจารย์อินทร์ถวาย ท่านก็ชี้แจงแล้วชัดเจน” ผช.ผบ.ตร. กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า ทางตำรวจได้สืบสวนสอบสวนยังพบว่า ที่เกิดเหตุมีเรื่องไฟฟ้าและเรื่องแอร์เข้ามา โดยทางตำรวจได้นำมืออาชีพจากทางการไฟฟ้าที่รับผิดชอบบริเวณวัดป่าบ้านตาด มาร่วมวิเคราะห์การเกิดเหตุ เช้าวันนี้ตนจึงตัดสินใจนำเรียน พระอาจารย์สุธรรม รักษาการเจ้าอาวาสว่า จะขอความกรุณาเก็บสถานที่ที่เกิดเหตุต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อทางเราจะได้เก็บพยานหลักฐานให้หมด จนสิ้นสงสัย จากนั้นเราจะคืนให้ทางวัด ซึ่งการรักษาที่เกิดเหตุตนยืนยันว่า หลังเพลิงสงบทางตำรวจได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด 4 จุดรอบกุฏิ มีตำรวจเฝ้าดูตลอดเวลา จึงของให้ประชาชนทราบว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายและตอบคำถามกับปัญหาที่มีความสงสัยได้ จึงขอความกรุณาผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว จนทางตำรวจมั่นใจว่า การเก็บหลักฐานสิ้นสุดลง

หลังจากนั้นเราจึงจะมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งทองคำที่พบอยู่บนกุฏิหลังเกิดไฟไหม้ ซึ่งทองคำทั้งหมดมีอยู่จริง แต่ยังไม่ทราบปริมาณ ขณะนี้ถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองของฝ่ายปกครอง ตำรวจ และของวัด เซ็นต์ชื่อกำกับซีลไว้ และจะมีการส่งคืน พร้อมการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับทางวัดในช่วงเวลาข้างหน้าต่อไป

 

 

 

 

กฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุดรธานี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน