รวบโจรโมเม อ้างรู้จักเจ้าของบ้าน บุกทุบกระจกประตูเข้าไปพยายามจะลักทรัพย์

26 พ.ค. 2563

วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 12.00 น. ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี  ได้รับแจ้งว่า  มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ ภายในบ้านพักเลขที่ 390/1 ซ.มุณี 1 ม.1 ชุมชนหนองบัว 4 ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี  จากนั้นพร้อมด้วย ร.ต.อ.พงศ์พล ผิวผ่อง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี  ได้นำกำลังตำรวจสายตรวจ191 รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน2 ชั้น  แต่ไม่ใครอาศัยอยู่นานมาหลายปี พบลูกสาวเจ้าของบ้านคือ น.ส.ยมลภัทร ดีนาง อายุ 32 ปี พร้อมด้วยญาติและเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ระบุรูปพรรณของคนร้าย ที่หลบหนีไป ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกติดตาม จนสามารถติดจับกุมคนร้ายไว้ได้ ภายในกลางซอย สำราญพัฒนา1 ที่อยู่ซอยถนัด ขณะเข็นรถสองล้อ ซึ่งมีกล่องกระดาษและเศษขวดพลาสติกจำนวนหนึ่ง จึงได้ควบคุมตัว มาที่บ้านเกิดเหตุ

ทราบชื่อคนร้ายคือ นายวีระศักดิ์ คิดควร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/20 ชุมชนหนองบัว 4 ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยได้พาไปชี้จุดภายในบ้าน ที่คนร้ายทำการถอดอะไหล่แอร์ออก แต่เพื่อนมาเจอเสียก่อน แล้วก็ไปชี้จุดช่องทางที่เข้ามมาในบ้าน ที่ประตูกระจกข้างบ้าน คนร้ายใช้ของแข็งทุบจนกระจกแตกแล้วมุดเข้ามา  คนร้ายยอมรับว่าเข้ามาบ้านหลังนี้จริง แต่ได้โมเมอ้างว่าเจ้าของบ้านชื่อนาง  ได้อนุญาตให้ตนเข้ามาในบ้านได้ ซึ่งลูกสาวเจ้าของบ้าน บอกว่าไม่รู้จักคนร้ายและแม่ของตน ก็ไม่ได้ชื่อนางด้วย ทำให้คนร้ายถึงกับคอตก 

 

 


จากการสอบสวน นายนายวีระศักดิ์ คิดควร คนร้ายให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ก่อนเกิดเหตุได้เข็นรถเข็นสองล้อผ่านบ้านผู้เสียหาย เห็นว่าไม่มีคนอยู่พักอาศัย และปล่อยรกร้างมานาน จึงปีนรั้วเข้าไปเก็บกล่องกระดาษและขวดพลาสติกไปขาย พร้อมกับเดินสำรวดรอบบริเวณบ้าน พบว่าประตูและหน้าต่างถูกล็อกไว้อย่างดี จึงใช้ของแข็งทุบประตูกระจกข้างบ้าน แล้วมุดเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินมีค่า เพื่อที่จะนำไปขาย และพยายามจะถอดอะไหล่แอร์ที่อยู่ในบ้าน  แต่มีชาวบ้านมาพบและสอบถาม  จึงรีบเดินเข็นรถหลบหนี แต่ก็ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ที่ตนโมเมแอบอ้างว่ารู้จักกับเจ้าของบ้าน เป็นคำแก้ตัวเท่านั้น เพราะกลัวว่าจะถูกจับ

ด.ต.ภานุพล ศรีจำนง อายุ 53 ปี ผบ.หมู่ กก.ตชด 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมา ขณะตนนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายกับคนหรือแมวไม่แน่ใจ อยู่ภายในบ้านผู้เสียหายที่อยู่ติดกันกับบ้านตนเอง และเจ้าของบ้านได้ฝากให้ตนช่วยสอดส่องดูแลบ้านหลังนี้ และเห็นคนร้ายขนกล่องกระดาษและขวดพลาสติก ออกมากองไว้ที่หน้าบ้าน จึงสอบถามคนร้าย และคนร้ายโมเมอ้างว่ารู้จักกับเจ้าของบ้านชื่อนาง โดยอนุญาตให้มาเก็บของเก่าไปขาย 

 

 

 


แต่ตนไม่เชื่อในพฤติกรรม จึงโทรไปสอบถามภรรยา เจ้าของบ้านชื่ออะไร และให้แจ้งเจ้าของบ้าน ให้มาดูบ้านตัวเอง แล้วในวันนี้ เห็นคนร้ายเข้าไปในบ้านพักของผู้เสียหายอีก ตนจึงโทรแจ้งบอกเจ้าของบ้าน แล้วตนจึงได้เดินไปดู แล้วสอบถามคนร้ายเข้ามาทำอะไรอีก ทำให้คนร้ายตกใจ แล้วรีบออกมาจากบ้านผู้เสียหาย ก่อนที่จะเข็นรถสองล้อหลบหนีไป  

น.ส.ยมลภัทร ดีนาง อายุ 32 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน  ให้การว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว และปล่อยทิ้งร้างไว้ประมาณ 7-8 ปี หลังจากตนไปอยู่ดูแลพ่อแม่ที่บ้านอีกหลัง โดยเมื่อสองวันที่ผ่านมาเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนเข้าในบ้าน  โดยเช้าวันนี้จึงให้น้าและน้องชายมาขนตู้เย็นไปไว้ที่บ้านอีกหลัง แล้วตนกับน้องสาว ก็ขับรถกำลังออกมาถึงหน้าปากซอย เห็นคนร้ายเดินผ่านมา แล้วเพื่อนบ้านก็โทรมาบอกว่า มีคนร้ายไปในบ้านของตน  จึงได้ขับรถย้อนกลับมา แล้วจอดรถ แล้วซุ่มดูเห็นคนร้ายเข้าไปในบ้าน แล้วเพื่อนบ้านไปสอบถามคนร้าย เข้าไปทำอะไร ทำให้คนร้ายตกใจ จึงได้เข็นรถสองล้อหลบหนี  ตนจึงได้โทรแจ้งตำรวจ ก่อนเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน มีอะไรหายไปบ้าง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนร้าย มาที่โรงพัก เบื้อต้นแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา” บุกรุกเคหะสถาน ทำให้เสียทรัพย์ และพยายามลักทรัพย์ในเคหะสถาน ส่งตัว ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

กฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุดรธานี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน