ตามไล่ล่าโจรบุกเดี่ยวชิงทองกลางเมืองคอน-หนีข้ามอำเภอสุดท้ายโดนรวบ

25 พ.ค. 2563


ตามไล่ล่าโจรบุกเดี่ยวชิงทองหนัก 4 บาทร้านกลางเมืองคอน -เจ้าของไหวพริบดี กดล็อกประตูอัตโนมัติไว้ โจรตัดสินใจถีบกระจกแตกหลบหนีข้ามอำเภอแต่ไม่รอดโดนจับกุมแล้ว -หลังไปทำแผลที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสระเพลง หมู่ 1 ต.ทางพูน  อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช  

            เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ค.2563 ร.ต.อ.อภินันท์ พลศร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านทอง "ห้างทองศรีอุดม" เลขที่ 1027/4 ถนนกะโรม สี่แยกตลาดแขก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย รอง ผกก. (สอบสวน)  พ.ต.ท.อภิชาติ คชเวช รอง ผกก.(สอบสวน) กำลังตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตำรวจชุดสืบสวน และชุดพิสูจน์หลักฐานนครศรีธรรมราช รีบรุดไปตรวจสอบ

            เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ากระจกประตูหน้าร้าน 1 บานแตกกระจายเกลื่อนบริเวณ โดยมีนายชาญวิทย์ บางโชคดี อายุ 46 ปี เจ้าของร้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจ และมีบาดแผลกระจกบาดที่ฝ่าเท้าซ้ายเป็นแผลเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจได้ทำการปฐมพยาบาลและทำแผลเบื้องต้นให้แล้ว  ซึ่งในเบื้องต้นนายชาญวิทย์ ให้การว่าก่อนเกิดเหตุ ในขณะที่ตนและภรรยากำลังยืนขายทองอยู่ในร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงสีดำ สวมแมสก์สีดำ รองเท้าผ้าใบสีแดง เดินเข้ามาในร้าน ก่อนทำทีจะขอซื้อสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท 2 เส้น และขอเลือกดูลายสร้อยคอทองคำ ตนจึงนำสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท 2 เส้น ออกมาให้คนร้ายเลือกดู คนร้ายได้นำเสนหนึ่งทำทีทดลองสวม ตนเห็นท่าทางมีพิรุธสงสัยผิดปกติ จึงกดรีโมทล็อกประตูกระจกอัตโนมัติหน้าร้านไว้เพื่อป้องกันคนร้ายหนี

 




แต่ปรากฏว่าคนร้ายฉวยโอกาสชิงสร้อยคอทองคำทั้ง 2 เส้น รวมทองหนัก 4 บาท มูลค่า  1 แสนบาท พยายามวิ่งหลบหนีออกจากร้านทันที แต่ออกไม่ได้เพราะตนกดสัญญาณปิดประตูล็อกอัตโนมัติไว้ก่อนแล้ว  ทำให้คนร้ายหนีออกไม่ได้ และพยายามใช้เท้าถีบและวิ่งใช้ไหล่กระแทกกระจกหน้าร้านอย่างแรงจนบานประตูพัง กระจกแตกละเอียดทำให้เศษกระจกบาดขาคนร้ายเลือดหยดเป็นทาง ก่อนที่คนร้ายจะแข็งใจวิ่งหลบหนีออกจากร้าน เลี้ยวขวาไปทางถนนราชดำเนินประมาณ 200 เมตร ก่อนเลี้ยวขวาไปทางหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้ววิ่งข้ามถนนเข้าซอยขุนพันธรักษ์ราชเดช วิ่งทะลุถนนศรีปราชญ์ ขึ้น จยย.ฮอนด้าเวฟ ไอ สีฟ้า ขอบล้อสีม่วง ไม่ทราบทะเบียน ที่จอดทิ้งไว้ในซอยศรีนคร 2 ขับขี่หลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนศรีธรรมโศก ก่อนจะทะลุออกไปทางถนนสายปากพนัง-นครศรีธรรมราช และหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พบรอยเลือดหยดเป็นทางไปตลอดเส้นทางที่หลบหนี

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น ได้วิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางต่าง ๆ พร้อมสั่งตรวจสอบตามสถานพยาบาล และร้านขายยาทั่วเมือง เนื่องจากคนร้ายได้รับบาดเจ็บที่ขาโดนกระจกบาดเลือดไหลอาบ โดยเชื่อว่าคนร้ายจะต้องเข้าไปซื้ออุปกรณ์ทำแผลที่ร้านขายยาแห่งใดแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน จนกระทั้งได้รับรายงานว่าคนร้ายหลบหนีไปผ่านพื้นที่ สภ.ชะเมา อ.เมือง เข้าสู่เขตพื้นที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราชและหายตัวไป


จนเมื่อเวลา 14.45 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับและกระจายกำลังออกติดตามไล่ล่าคนร้ายรายนี้อย่างกระชันชิด จนได้รับรายงานว่าคนร้ายได้เข้าทำแผลที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสระเพลง หมู่ 1 ต.ทางพูน  อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกรียติ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบ จยย.ฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน 1 กภ 8185 นครศรีธรรมราช จอดอยู่หน้า รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสระเพลง  ก่อนเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้โดยละม่อม พร้อมสร้อยคอทองคำของกลางทั้ง 2 เส้น ที่ผู้ต้องหาใส่ไว้ใต้เบาะรถ จยย.ควบคุมตัวกลับมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

 จากการสอบสวนทราบชื่อคนร้ายรายนี้คือนายสมนึก สีสง อายุ 34 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช  ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำจากห้างทองดังกล่าวจริง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด -19 ทำให้มีปัญหาด้านการเงินจึงตัดสินใจวางแผนก่อเหตชิงทอง โดยขับรถ จยย.มาตระเวนดูลาดเลาร้านทองในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนจะตัดสินใจที่จะก่อเหตุที่ร้านทองศรีอุดม สี่แยกตลาดแขก จึงนำรถ จยย.ไปจอดไว้ในซอยศรีนคร 2 ก่อนเดินมาก่อเหตุ แต่ไม่คิดว่าเจ้าของร้านจะกดรีโมทล็อคประตูหน้าร้านจนออกมาจากร้านไม่ได้ ตัดสินใจวิ่งกระแทกและใช้เท้าถีบจนกระจกหน้าร้านแตกกระจาย ตนโดนกระจกบาดได้รับบาดเจ็บแต่แข็งใจวิ่งหนีมาขับรถ จยย.หลบหนีข้ามอำเภอ แต่เลือดออกเยอะและรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเข้าทำการรักษาแผลที่ รพ.สงเสริมสุขภาพตำบลบ้านสระเพลง   ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จนกระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาจับกุมตัวดังกล่าว .

 

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน