จบแบบงง!!จบคดีมหากาพย์พลาสเตอร์ยาในปลากระป๋องยี่ห้อดัง

8 พ.ค. 2563


จากกรณีนายเฉลิมรัตน์  ชุมนุ้ย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27  หมู่ 13 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง  ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและร่างทรงตาพรานบุญ ครูหมอโนราห์ภาคใต้ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีที่ซื้อปลากระป๋องยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งมารับประทาน แต่กลับพบพลาสเตอร์ยาสำหรับปิดแผลปะปนอยู่ในปลากระป๋อง จึงนำมาโพสต์ในโลกโซเชี่ยล มีผู้เข้าไปติดตามและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย. 2563 ที่บ้านพักเลขที่ 104 หมู่ 4 ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.พจน์ ยอดพิจิตร พนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2563

            ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องยี่ห้อดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ย พร้อมโทรศัพท์มาข่มขู่กดดันให้ลบโพสต์ พร้อมยืนยันว่าจะแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาและแพ่ง เรียกค่าเสียหายหลายล้านบาท จนนายเฉลิมรัตน์ยินยอมลบโพสต์ออก แต่บริษัทและพนักงานสอบสวนขอให้โพสต์ขอโทษบริษัท ฯและอ้างว่าพลาสเตอร์ยาที่พบคือหนังปลา  นายเฉลิมรัตน์ไม่ยินยอม เพราะตนอยู่ในฐานะผู้เสียหายจึงเรียกร้องให้บริษัทออกมาขอโทษ ก่อนเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ เปลี่ยนจากการแจ้งความเป็นหลักฐานเป็นการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทปลากระป๋องดัง ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

 




ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ห้องพิจารณาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน ได้เชิญตัวแทนบริษัทและฝ่ายนายเฉลิมรัตน์ มาร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย โดยมีนายสุรินทร์ ปราบปราม อับการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการไกล่เกลี่ย และนางพัชร์ธนนันท์ ศรีเมือง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช นายถวัลย์ลาภ อมรลักษณ์ เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ,นางธารินี แก้วกระจก เภสัชกรชำนาญการ เป็นผู้ร่วมไกล่เกลี่ย โดยในห้องไกล่เกลี่ยเจ้าหน้าที่อนุญาติให้นายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ย ผู้เสียหายพร้อมนายพงศ์พิสุทธิ์ สุขนวล เพื่อนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เข้าร่วมเจรจาในฐานะฝ่ายผู้เสียหาย ส่วนผู้หญิงซึ่งญาติและมาด้วยกันอีก 1 คนไม่อนุญาตให้เข้าร่วมในห้องไกล่เกลี่ย ในขณะที่นายเทิดพงษ์ ก้อนทอง ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทรอแยลฟู้ดส์ จำกัด พร้อมพวกรวม 3 คน เข้าร่วมในห้องไกล่เกลี่ย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการไกล่เกลี่ยนในครั้งนี้

ซึ่งการเจรจาไกล่เกลี่ยใช้เวลาเกือบ 2 ชม. และสามารถตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้พิมพ์ข้อตกลงทั้งหมดให้ทั้งสองฝ่ายเซ็นเป็นหลักฐาน รวมทั้งประธานและเจ้าหนาที่ที่ร่วมไกล่เกลี่ยเซ็นชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแยกย้ายกันกลับไป โดยทางนายเทิดพงศ์ ก้อนทอง ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทรอแยลฟู้ดส์ จำกัด พร้อมพวกรวม 3 คน รีบเดินออกจากศาลากลางไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แต่อย่างใด

 สำหรับข้อความในหนังสือตกลงเจรจาระบุว่า “ศาลากลางจังหวัดนครศรีรรมราชวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2563  ระหว่างนายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ย  ผู้ร้อง  กับ บริษัท รอแยลฟู้ดส์  จำกัด ผู้ประกอบการ โดย นายทอดพงษ์ ก้อนทองผู้  รับมอบอำนาจจากบิษัท ฯ โดยผลสรุปทั้งสองฝ่ายที่ประชุมเจรจาใกล่เกลี่ยนั้นทั้งสองฝ่ายสามารถจจาตกลงกันได้และนายเฉลิมรัตน์  ชุมนุ้ย ผู้ร้องมีความพึงพอใจในการชี้แจงมามาตรฐานการผลิตปลากระป๋องของบริษัทฯ โดยจะถอนการแจ้งความจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอร่อนพิบูลย์ และจะยุติเรื่องไม่ประสงค์ติดใจใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งทางแพ่งและอาญาอีกต่อไป และจะไม่เผยแพร่ข้อความร้องเรียนดังกล่าวต่อสาธารณชนและยุติเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช  

 


 ส่วนนายเทิดพงษ์ ก้อนทอง  ผู้รับมอบอำนาจของบริษัท ๆ จะรับเอาตัวอย่างปตกระป๋องข้างต้นไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริง และจะส่งผลการตรวจสอบให้สำนักงานงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ทราบและทางบริษัท ฯจะถอนการแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.มักกะสัน และไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับนายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ย งทางแพ่งและทางอาญาอีกต่อไป ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ย ผู้ร้องพร้อมนายพงศ์พิสุทธิ์ สุขนวล และญาติ ผู้หญิงอีก 1 คนได้เดินทางมาชี้แจงผลการจรจาว่า ในเบื้องต้นตนรู้สึกพอใจในการขี้แจงของทางบริษัทเดี่ยวกับมาตรฐานการผลิต และในที่ประชุมเจจาไม่ได้มีการกดดันให้ตนโพสต์ขอโทษบริษัท ฯแต่อย่างใด โดยตนยืนยันว่าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ไม่มีเหตุผลใดที่จะกุเรื่องกลั่นแกล้งบริษัท และไม่ต้องกรที่จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ กับทางบริษัทเช่นกัน  แต่อยากให้บริษัทตรวจสอบกระบวนการผลิตเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคเท่านั้น เมื่อทางบริษัทถอนแจ้งความและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับตนทั้งแพ่งและอาญาตนก็พร้อมที่ถอนแจ้งความแลพไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาเช่นกัน

“เรื่องนี้ถือว่าจบกันในวันนี้ ส่วนกระบวนการส่งพลาสเตอร์ยาปิดแผลที่พบในปลากระป๋องจะออกมาอย่างไร ทางบริษัท ฯจะต้องรายงานกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนผลตรวจจะสรุปออกมาอย่างไรก็ขอให้เป็นเรื่องระหว่างบริษัทและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไปว่ากันเอง”นายเฉลิมรัตน์ ชุมนุ้ยกล่าวยืนยันในที่สุด.

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน