สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเปิดบริษัทบังหน้า ปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยโหดเกินกฎหมายกำหนด

7 พ.ค. 2563


วันที่ 7 พ.ค. 2563 เวลา 14.00 น. สำนักงานตรวจคนเข้ามืองโดย พล.ต.ท.สมพษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม, พล.ต.ต สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.กก.8 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.นพรัตน์ จงเชิดชูตระกูล รอง ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

 




เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคน
เข้าเมือง ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวการปล่อยเงินกู้เกินกฎหมายกำหนด ซึ่งต่อมาทางชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนข้าเมือง ชุดป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน ได้ทำการสืบทราบ เบาะแสจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนได้ร่วมกันเปิด บริษัท ไทยลัคกี้เทรด จำกัต โดยจดทะเบียนพาณิชย์ประกอบกิจการ เกี่ยวกับ นาฬิกา แว่นตา อุปกรณ์ถ่ายภาพบังหน้า บริษัทตั้งอยู่เลขที่ 50/1516 ถ.วุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม.บริษัทดังกล่ว ประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้สินเชื่อ)ในรูปแบบของการผ่านแอพพลิเคชั่น ชื่อ cash home โดยฝ่ายขายจะทำการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าผ่านช่องทาง โทรศัพท์ เพื่อชักชวนให้ลูกค้าเข้ามาทำการยืมเงินกับบริษัท โดยหากลูกค้าตกลงที่จะกู้แล้ว จะทำการส่งลิงค์ โหลดแอพพลิเคชั่น cash home แล้วจากนั้น ฝ่ายขายจะส่งเรื่องไปยังฝ่ายตรวจสอบ โดยทางบริษัทจะทำการวิดีโอคอลหาลูกค้าเพื่อยืนยันตัวตนด้วยสำเนาบัตรประชาชนและยืนยันกับบุคคลอัางอิงอีก 3 ราย

 

 


 ซึ่งหากผ่านหลักเกณฑ์ บริษัทจะโอนเงินให้กับผู้กู้ทันที โดยในการปล่อยเงินกู้นั้น 1.ผู้กู้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้า สมัครเป็น จำนวนร้อยละ 42 ของอัตราเงินกู้ 2.มีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.05 ต่อวัน 3.ระยะการกู้เงินนั้น จะต้องมีการจ่ายเงินตันและ ดอกเบี้ยคืนภายในระยะเวลา 7 วัน ถ้าหากไม่คืนจะต้องมีการ เสียค่าปรับร้อยละ 5 ต่อวัน 4.หากผู้กู้ไม่ทำการชำระหนี้ ฝ่ายเร่งรัดหนี้ จะทำการติดต่อไปยังบุคคลที่ 3 ซึ่ง เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ เพื่อติดต่อให้ลูกหนี้ทำการชำระหนี้ดังกล่าว โดยกลุ่มบุคคลชาวจีนที่เข้ามา ประกอบกิจการมีจำนวน 5 คน ซึ่งศาลอาญาธนบุรี ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 5 คนดังนี้ 1.นายหลัว เหมิง เหมิง อายุ 27 ปี(ทำหน้าที่ดูแลระบบ และบัญชีเงินเข้า- ออก) 2.นายลี เค่อหยู อายุ 41ปี (ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสั่งการต่างๆในบริษัท) 3.นายเชี่ย กัวจุน อายุ 39 ปี (ทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนบริษัท และดูแลการจัดการทั่วไป) 4.นายเจิง ย่าช่วย อายุ 25ปี (ทำหน้าที่ดูแลระบบคอลเซ็นเตอร์และการอนุมัติสินเชื่อ) 5.นายเจิง เฟย อายุ 30 ปี (ทำหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สิน) ในความผิดฐาน "ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังเป็นตามการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฏหมายกำหนดไว้"(อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ต่อหนึ่งกรรม ) จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ขอหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด จากการตรรจค้นพบคอมพิวเตอร์จำนวน 82 เครื่อง โทรศัพท์มือถือกว่า 100 เครื่อง สมุดบัญชี และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับได้ทั้งหมด 5 คน และจับกุมนายหยุย เชี่ย อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ในความผิดฐาน"ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต" นำตัวผู้ต้องหาชาวจีนทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนพนักงานคนไทยกว่า 70 คน ทำงานแบ่งเป็นแผนกดังนี้ แผนกฝ่ายบุคคล แผนกทะเบียนลูกค้า แผนกการเงิน และแผนกติดตามทวงหนี้ พนักงานที่ทำงานอยู่ข้างใน ถ้าเป็นฝ่ายบุคคลได้เงินเดือนละ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นผู้ คุยกับลูกค้าได้ 16,000 บาท ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะทำการสืบสวน ขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว คมชัดลึก กทม.




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน