ใช้ไม้แข็ง!!! ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรับ 2 หมื่น สำหรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย เมื่อออกนอกบ้าน

5 พ.ค. 2563


วันที่ 5 พ.ค.63 ที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แก้ไขการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ได้ลงนามออกคำสั่งที่ 1496/2563 ลงวันที่ 5 พ.ค.2563 ให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถาน หรือขณะอยู่นอกเคหะสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่นหรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่นต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าด้วยทุกครั้งผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. 2548




นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตามที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งที่ 1149/2563 ลงวันที่ 2 เมษายน 2563 เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19 ) (ฉบับที่ 5)ข้อ 2/1 กำหนดมาตรการขอความร่วมมือประชาชนทุกคน  ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่อออกจากเคหสถาน หรือ ที่พำนักของตนไว้แล้ว  แต่ปรากฏว่ายังมีประชนบางส่วน ไม่ปฏิบัติตามมาตรการดั่งกล่าว  โดยจากการลงพื้นที่สำรวจ ของกลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยงสุขภาพที่ 4 กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 พบว่ามีประชาชนที่สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้าเพียงร้อยละ 79.91 ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเการแพร่เชื้อโรคที่เกิดจากผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการได้นั้น

อาศัยตามความในมาตรการ34(6) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อ 7(1) และข้อง 11(2)ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรการ 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โดยมีมติแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการประชุมครั้งที่ 14 /2563 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 จึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้

ให้ประชาชนทุกคนภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สวหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถาน และขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ หรือสถานที่ใดๆ ที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่นสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากด้วยทุกครั้ง


ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความสำคัญเร่งด่วน  หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป สั่งวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ภานุ  แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ  ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกียรติยศ  ศรีสกุล  ผู้สื่อข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน