นายกเล็กป่าแดดใจหล่อใช้เงินส่วนตัวไถ่เครื่องมือหากินจากโรงจำนำ คืนชาวบ้าน

5 พ.ค. 2563


วันที่ 5 พค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด อ.เมือง จ เชียงใหม่ ได้ใช้เงินส่วนตัว 4 หมื่นบาทไถ่ครกและเครื่องมือทำกินจากโรงรับจำนำ ส่งคืนให้เจ้าของเพื่อแบ่งเบาภาระให้มีเครื่องมือทำมาหากิน จะได้ไม่เกิดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ ยอมรับประชาชนเดือดร้อนหนัก ต้องเพิ่มเงินสำรองในการหมุนเวียนอีก  50 ล้านบาทชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ต่างเดินทางมารับข้าวของทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ครก และสว่าน ที่นำมาจำนำยังสถานธนานุบาลเทศบาลตำบลป่าแดด ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด บอกว่าได้ใช้เงินส่วนตัวของตัวเอง  จำนวน 4 หมื่นบาททำการไถ่ถอนเครื่องมือทำมาหากินให้กับชาวบ้าน ซึ่งมีมากกว่า 50 ชิ้น ทั้งเลื่อยยนต์ สว่านไฟฟ้า หินเจียร์ เครื่องเย็บกระสอบ รวมไปถึงครกหิน โดยมีชาวบ้านทยอยเดินทางกันมารับสิ่งของที่ได้ถูกไถ่ถอนออกมาเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ทำมาหากินอีกครั้งหนึ่ง




ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลป่าแดด บอกอีกว่า หลังจากที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทำให้ชาวบ้านหลายคนตกงานไม่มีรายได้ จึงจำเป็นต้องนำเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ในการทำมาหากิน มาจำนำกับสถานธนานุบาลเพื่อนำเงินไปหมุนเวียนในการใช้จ่าย ผ่านมาทางเทศบาลก็ได้มีการแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้ทุกวัน แต่ในปัจจุบันพบว่าได้มีการปลดล็อกหลายๆเรื่อง ตนจึงมองว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ในการทำมาหากินเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อประชาชน จึงได้ประสานไปยังสถานธนานุบาล เพื่อตรวจสอบก็พบว่ามีมากกว่า 50 ชิ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 30,000 บาท ต้นถึงได้นำเงินส่วนตัวซึ่งตั้งเป้าไว้ 4 หมื่นบาทมาไถ่ถอน เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ในการทำมาหากินเหล่านี้ เพื่อส่งคืนให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพและมีเครื่องมือทำมากินจะได้ไม่เกิดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ซึ่งเมื่อตนไถ่ถอนแล้วก็ได้ให้เจ้าหน้าที่โทรแจ้งชาวบ้านมารับของคืนซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างก็รู้สึกดีใจที่ได้ของคืนและจะนำไปประกอบอาชีพอีกครั้ง


ซึ่งหลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 พบว่ามีประชาชนนำข้าวของมาจำนำมากที่สุดถึง 2 เท่าตัวถือเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะครกหินซึ่งมาจำนำในราคาตั้งแต่ 200-300 บาทซึ่งตั้งแต่เปิดสถานธนานุบาลมานั้นยังไม่เคยพบพึ่งมาเจอปีนี้ปีแรก ลองลงมาก็จะเป็นพวกสว่านไฟฟ้า มาจำ 800 บาท เครื่องเย็บกระสอบ   800 บาท  ไม่เว้นแม้แต่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่เป็นเครื่องมือหารายได้ที่ติดตามหอพัก 5 เครื่องยังถูกนำมาจำนำในราคาเครื่องละ3 พันบาท ปกติทางสถานธนานุบาลจะมีการสำรองเงินในการรับจำนำประมาณ 30กว่าล้านบาท แต่ปัจจุบันต้องสำรองเพิ่มอีก 50 ล้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงผลกระทบโควิด และใกล้เปิดเทอมด้วย.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภุมิภาค จ.เชียงใหม่ 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน