ชาวบ้าน ตำบลจำปาหวายและตำบลแม่กา ที่ได้รับผลกระทบ จากการเวนคืนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

17 ส.ค. 2565


วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการเวนคืนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ตำบลจำปาหวายและตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กว่า 20 คน ต้องทำการยื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพะเยา หลังได้รับผลกระทบเนื่องจาก การเวนคืนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีการเวนคืนที่ดินชาวบ้านในบางส่วนที่ไม่สมกับราคาที่เป็นจริง ซึ่งชาวบ้านบางรายได้รับค่าชดเชยที่มีราคาต่ำและไม่เพียงพอที่จะจัดหาซื้อที่ดินและที่อยู่อาศัยใหม่ได้ จนต้องเข้าร้องเรียนเพื่อที่จะให้ศูนย์ดำรงธรรมและจังหวัดพะเยา เข้าดำเนินการช่วยเหลือในการที่จะประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการเวนคืนที่ดินที่มีราคาสมเหตุสมผลและชาวบ้านสามารถที่จะขยับขยายที่อยู่อาศัยใหม่ให้เพียงพอ

โดย นางวาณี หามานพ ชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการเวนคืนที่ดินของการรถไฟ ระบุว่าการเวนคืนที่ดินของการรถไฟ ในครั้งนี้ถือว่าไม่โปร่งใส เนื่องจากเริ่มต้นต้องประกาศใน ม. 21 ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับรู้ แต่พวกเราไม่รู้เลย พอได้รับทราบค่าเวนคืน ซึ่งมันไม่คู่ควรกับที่เราจะเดินต่อ เนื่องจากให้ราคาที่ถูกมากไม่สมเหตุสมผล ซึ่งบางรายตึกเขามีมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท แต่ได้รับมาเพียงห้องละ 2 ล้านบาท ซึ่งทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถที่จะหาซื้อที่ใหม่และปลูกสร้างใหม่ รวมทั้งดำเนินธุรกิจได้เหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ขัดขวางการเวนคืนที่ดินของการรถไฟแต่อย่างได แต่อยากให้การรถไฟ ได้มีการให้ค่าเวนคืนที่พวกเราสามารถที่จะไปจัดหาซื้อที่และจัดสร้างอาคารใหม่ให้อยู่ได้

 




ขณะที่ชาวบ้านอีกคน ระบุว่า ตนเองนั้นมีตึกอยู่ 3 คูหา โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ค่าเวนคืนมา 7.3 ล้านบาท ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วห้องดังกล่าวนั้นโดยปกติทั่วไปก็จะมีราคาอยู่ที่ 3.5 ล้านบาทต่อห้อง ซึ่งค่าเวนคืนที่ให้มานั้นเราไม่สามารถที่จะจัดหาซื้อที่และปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างได้อีก นอกจากนั้นตึกดังกล่าวนั้นยังได้ทำการกู้ธนาคารมากว่า 11 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับค่าเวนคืนรถไฟในราคาที่ 7.3 ล้านบาท คงไม่มีความสามารถที่จะไปเอาตึกดังกล่าวได้

นายกันนภัทร อิ่นศิริ อายุ 37 ปี ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบ ระบุว่า ตนเองถูกเวนคืนในพื้นที่ที่น้อยแต่ที่ดินก็เหลือน้อย โดยทางการรถไฟได้ให้ค่าชดเชยมา ในราคาที่เป็นสิ่งก่อสร้างและมีการคำนวณที่ควบรวมกับตึกอื่นๆซึ่งมีโครงสร้างที่สัมพันธ์กัน จึงทำให้ได้รับค่าชดเชยน้อยมากเพียง 1.8 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ ที่เหลือมีเพียง 4.8 ตารางวา จึงไม่สามารถทำการก่อสร้างอะไรได้เลยและหากจะไปซื้อและจัดสร้างตึกใหม่นั้นก็คงไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องจากค่าเวนคืนไม่เพียงพอกับการที่จะไปจัดสร้างที่แห่งใหม่หรือจัดซื้อที่ดินเพื่อทำการก่อสร้างได้เลย ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้คำนวณการเวนคืนที่ดินที่ให้สมเหตุสมผลกับกรณีดังกล่าว


ส่วนชาวบ้านมากกว่า 20 ราย ในพื้นที่ตำบลจำปาหวายและตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ก็ได้รับผลกระทบเช่นกรณีเดียวกัน ด้านนายรุ่งโรจน์ มุงเมือง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนศูนย์ ดำรงธรรมจังหวัดพะเยา ได้เดินทางมารับหนังสือและรับปากว่าจะนำเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งต่อไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อทำการช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของการเวนคืนที่ดินให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน