ผู้การ ฯเมืองคอนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงหนุ่มหอบลูกสาว 2 คนอายุ 1 ขวบและ 7 ขวบเศษหนีตายแก๊งยานรกหวังฆ่ายกครัว

6 ส.ค. 2565


               ผู้การ ฯเมืองคอนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงหนุ่มหอบลูกสาว 2 คนอายุ 1 ขวบและ 7 ขวบเศษหนีตายแก๊งยานรกหวังฆ่ายกครัว–บิ๊กตำรวจยอมรับตำรวจ สภ.บางขันมโนรายงานขัดแย้งข้อเท็จจริงอ้างเสพยาคลุ้มคลั่งประสาทหลอนคนตามฆ่าไม่เป็นความจริง-เตรียมออกหมายจับ 4- 6 คนร้ายสุดอำมหิตหวังฆ่ายกครัวเตรียมน้ำมันจุดไฟเผาฆ่ายกครัวสามพ่อลูก -ตำรวจส่อซวยหนุ่มเตรียมดำเนินคดีหมิ่นประมาท

               จากกรณีที่ นายสมรัก หรือบอย เยาวะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังหิน อ.บางขัน จว.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกกลุ่มคนร้ายที่มีอิทธิพลบารมีในพื้นที่จำนวน 5-6 คน ดักรุมทำร้ายในขณะที่ผู้เสียหายขับขี่รถยนต์เก๋งไปตามถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 3 ต.วังหิน อ.บางขัน จว.นครศรีธรรมราช  อย่างโหดร้ายทารุณ ทั้ง ๆ ที่ในรถของนายสมรัก หรือบอย มีลูกสาว 2 คนอายุ 1 ขวบเศษ อละ 7 ขวบเศษอยู่ด้วย และหวีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัว จนนายสมรัก ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส และไม่กล้ากลับเขาบ้านได้ขับรถพาบุตรสาวหลบหนีไปอยู่บทานพ่อเลี้ยงในเขต อ.รัษฎา จ.ตรัง แต่ยังถูกกลุ่มคนรายไล่ตามราวีไม่หยุด เหตุเกิดเวลา 17.30 น.วันที่ 1 ส.ค. 2565 และต่อมาได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช  และเข้ารับการตรวตร่างกายที่ รพ.บางขัน และยังไม่กล้ากลับเข้าบ้านกลับไปขออาศัยบ้านพ่อเลี้ยง ใน อ.รัษฎา จ.ตรัง ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ให้ช่วยประสานหน่วยงานใดก็ได้นำออกจากพื้นที่ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนจะตัดสินใจขับรถที่พังเสียหายออกจากบ้านพ่อเลี้ยงมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางไปรับ โดยนายสมรัก หรือบอย จอดรถเก๋งทิ้งไว้ริมถนนหน้าปั้มน้ำมันปาทอง ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง  เมื่อเย็นวันที่  4 ส.ค. 2565

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. (5 ส.ค.) นายสมรัก พร้อมลูกทั้งสองคน และผู้สื่อข่าวได้เดินทางกลับไปขับรถเก๋งที่จอดทิ้งที่ริมถนนปั้มน้ำมันยังยังตัวเมืองนครศรีธรรมราช  โดยต้องขัยบรถด้วนความระมัดระวังเพราะรถอยู่ในสภาพเสียหายนยับเยิน ใช้ความเร็ว 30-40 กม./ชม. และนอนพักค้างคืนที่บ้านของผู้สื่อข่าว 1 คืน เพื่อเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือจาก พล.ต.สมชทาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

               อย่างไรก็ตาม พล.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช  ได้ให้ทาง สภ.บางขันรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้รับทราบ ปรากฏว่าการรายงานขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง โดย สภ.บางขันรายงาน ระบุว่าเหตุเกิด วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 17.45 น. สถานที่เกิดเหตุ ถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 3 ต.วังหิน อ.บางขันจ.นครศรีธรรมราช ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย และ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ผู้เสียหาย นายสมรัก เยาวะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังหิน อ.บางขัน จว.นครศรีธรรมราช   

           




คนร้าย  1.นายฤทธิชัย(แบม) สมหมาย 2.นายครรชิต (เบียร์) สมหมายพฤติการณ์โดยย่อ ตามวันเวลาเกิดเหตุ  ขณะที่ผู้เสียหายขับขี่รถยนต์เก๋งไปตามถนนภายในหมู่บ้าน ม.3 ต.วังหิน อ.บางขัน จว.นครศรีฯ ได้ ถูกนายฤทธิชัย (แบม)สมหมาย และ นายครรชิต (เบียร์) สมหมาย สั่งให้หยุดรถ แล้วใช้เหล็กตีรถยนต์ของผู้เสียหาย จนได้รับความเสียหาย และทำร้ายร่างกาย โดยชกต่อย และใช้เหล็กทุบตี ผสห.จนได้รับบาดเจ็บ ผสห.วันต่อมา (2 ส.ค.65) จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.บางขัน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป พงส. รตอ..วีระยุทธิ์ แซ่ลิ้ม  รอง สวส.สภ.บางขัน โทร 087-2898186

               แต่ต่อมา วันนี้(4 ส.ค.65) เวลาประมาณ 15.00 น. นายสมรัก เยาวะ ผู้เสียหาย ได้เสพยา จนเมายา เกิดอาการประสาทหลอน ว่าจะถูกรุมทำร้ายอีก ได้ขับขี่รถยนต์ออกจากบ้านพัก มุ่งหน้ามาทาง อ.ทุ่งสง แต่รถยนต์เสียหาย จนไม่สามารถวิ่งได้อีก มาจอดที่บริเวณ ปั๊ม ปตท.ตรงข้ามโรงโม่หินผาทอง เขต อ.ทุ่งสง จว.นครศรีฯ แล้วโทรแจ้งผู้สื่อข่าวเวอร์คพ๊อย ช่อง 23 เพราะรู้จักกันว่าถูกล่าฆ่าจนเป็นเหตุให้นักข่าวช่องดังกล่าว นำไปออกข่าว เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.ของวันนี้ ว่า ผสห.ถูกตามฆ่า เพราะเป็นสายให้ ตร.จับคนร้ายในคดียาเสพติด ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

               ต่อมา พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปัญญา ไอยราคม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางขัน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราข สอบสวนข้อเท็จจริงและเชิญนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้ข่าวอาวุโส และประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นำนายสมรัก หรือ บอยผู้เสียหายพร้อมลูกสาว 2 คนเดินทางมาพบที่ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ซึ่งนายสมรัก หรือบอย ผู้เสียหายได้ขับรถเก๋งที่ถูกทุบตี ถูกฟันด้วยขวานจนพังเสียหายยับเยินมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นด้วย

               นายสมรัก หรือบอย ผู้เสียหายเล่าว่า ตอนที่ตนถูกดักทำร้าย ตนพยายามวิงววอนขอร้องและยกมือไหวขอให้สงสารลูกสองคนของตนที่หวีดร้องด้วนยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ไร้ความปราณีจากกลุ่มคนร้าย ประกาศวันนี้มึงจะต้องตายสถานเดียว เพราะมึงแจ้งตำรวจให้มาจับพวกกูหลายครั้งแล้ว ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องขายที่ดินไปหายสิบไร่ในการวิ่งเต้นคดี เสียเงินทองไปมากหลายล้านบาท ก่อนจะใช้เหล็กและไม้ท่อนทุบตีรถยนต์ จนได้รับความเสียหายกระจกหน้าและกระจกดานคนขับแตก ฝากระโปงถูกฟันด้วยขวานและถูกตีด้วยเหล็กแป๊บ ท่อนไม้จนยุบเสียหายยับเยิน โดนคนร้ายพยายามจะใช้เหล็กตีและกระทุ้งใบหน้าและลำตัวตนแต่โดนขอบประตู จึงกระชากคอเสื้อตนดึงออกมาให้อีกคนฟันที่ศรีษะ แต่ดวงตนไม่ถึงฆาตขวานสับโดนตัวถังรถด้านบนขอบประตู ทำให้ขอบประตูมีรอยถูกตีและฟันด้วยขวานหลายจุด ฝากระโปรงหน้าถูกหัน ถูกทุบจนยุบ 5-6 จุด  มือจับประตูทั้งด้านซ้ายและขวาหักแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าหลุดหายไป กลุ่มคนร้ายยังปล้นหรือชิงโทรศัพท์มือถือของตน รวมทั้งขวานที่ใช้ในการทำไม้ดัด ไม้ด่าง ของตนไปใช้ในการทำร้ายตนและนำติดตัวไปด้วย

                “ช่วงเกิดเหตุตนคิดว่าจะต้องตายยกครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกแน่นอนแล้ว เพราะในระหว่างที่รุมทำร้ายตนด้วยขวาน เหล็กแป๊บ และไม้ กลุ่มคนร้ายยังพูดกันว่าจะให้ยิงให้ตายเลยหรือไม่ และตนเห็นว่ายมีการนำน้ำมันใส่แกลลอนสีดำ มาราดบนรถด้านหน้าเพื่อจุดไฟเผาให้ตายทั้งคัน แต่โชคดีที่มีคนมาเห็นและพยายามเข้าห้ามปรามช่วยเหลือตน ตนจึงแค่ได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอย แผ่นหลัง และข้อมือขวามีบาดแผลและซ้ำบวมจนต้องใช้ผ้าสะพายมือขวาไว้  ซึ่งขณะเกิดเหตุลูกสาว 2 คนของตนหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ตนพยายามตั้งสติเพื่อปกป้องลูก 2 คนจนสุดชีวิต  และหลังเกิดเหตุหากตนอยู่บ้านจะต้องถูกตามฆ่าตายแน่นอน  จึงตัดสินใจขับรถหลบหนีไปนอนบ้านพ่อเลี้ยง แต่ก็ถูกตามไปข่มขู่จนญาติ ๆ ของพ่อเลี้ยงหวาดกลัวไปด้วย จึงติดต่อผู้สื่อข่าวให้ช่วยเหลือนำตนและลูกทั้งสองออกจากพื้นที่ไปอยู่ในที่ปลอดภัย 

             


นายสมรัก หรือบอย กล่าวอีกว่า ตำรวจ สภ.บางขันรายงานให้ผู้บังคับการ ฯได้อย่างไรว่าในวันที่ 4 ส.ค. 2565 ตนเสพยาบาคลุ้มคลั่งจนประสาทหลอนเกรงว่าถูกคนตามฆ่าจึงขับรถหลบหนีมาทาง อ.ทุ่งสง  โดยไม่ระบุว่าตนขับรถมาพร้อมลูกสาว 2 คน รถก็อยู่ในสภาพพังเสียหายหากตนเมายาบ้าคลุมคลั่งตนจะขับรถยนต์ที่สภาพพังเสียหายและดูปกป้องดูแลลูกทั้งสองของตนได้อย่างไร ตนยืนยันว่าตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่เคยเสพยาบ้า ยาไอซ์ ตนท้าตำรวจคนที่รายงานเท็จคนดังกล่าวให้มาทำการตรวจปัสสาวะหรือเลือดตนได้ตลอดเวลาว่ามีสารเสพติดในร่างกายหรือไม่ เรื่องตนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก  ตนไม่เคยมีประสวัติเรื่องยาเสพติด แม้จะเคยถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มคนร้ายแจ้งตำรวจให้เดจข่าตรวตค้นบ้านตนโดยตลอดระยะเวลา 8 -9 เดือนที่เมียตนทิ้งลูกหลบหนีไปมีสามีใหม่ ตนรับภาระในการเลี้ยงดูลูกสาว 2 คนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เหล้าก็ไม่ดื่ม สูบบุหรี่ใบจากเท่านั้น ตำรวจรายงานมโนแบบนี้ได้อย่างไร เอาพยานหลักฐานมาจากไหนว่าตนเสพยาจนเมาคลุ้มคลั่งประสาทหลอน ตนกราบวิ่งวอนตำรวจทุกนายให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับตนซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาตาดำ ๆ ด้วย

               ทางด้าน พ.ต.ท.ปัญญา ไอยราคม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางขัน กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบรายละเอียดหมดแล้ว กลุ่มคนร้ายเข้าใจผิดมาตลอดว่าการที่ตำรวจได้รับรายงานเรื่องยาเสพติดในพื้นที่และลงตรวจค้นจับกุมต่อเนื่องนายสมรัก หรือบอย ผู้เสียหายเป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจ ซึ่งไม่เป็นความจริงนายสมรัก หรือบอยผู้เสียหายไม่เคยแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจเลย แต่ตนขอปกปิดชื่อคนที่แจ้งเบาะแสจนก่อนหน้านี้ตำรวจลงพื้นที่ตรวจค้นจับกุมผู้ค้า ผู้เสพดำเนินคดีหลายครั้ง  ซึ่งการรายงานเหตุการณ์ของตำรวจให้ผู้บังคับการ ฯยอมรับว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและจะรายงานระบุแบบนั้นไม่ได้ เอาพยานหลักฐานอะไรมายืนยันว่าการที่เขาขับรถหนีออกมาจากพื้นที่เขาเสพยาจนคลุ้มคลั่งประสาทหลอนว่าถูกคนตามฆ่า

               “ตนเข้าใจสภาพและสภาวะของนายสมรัก หรือบอย ผู้เสียหายเป็นอย่างดีว่าหวาดกลัวและเป็นห่วงลูกสาวเล็ก 2 คนคงไม่กล้ากลับมาอยู่บ้านใน หมู่ 3 ต.วังหิน อ.บางขัน เรื่องนี้ตนจะดูแลอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ โดยให้ตำรวจระดับ รอง ผกก.สส.บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมกำลังไปส่งยังสถานที่ที่ปลอดภัยและเมื่อทางตำรวจจะสอบปากคำหรือเรียกพบก็จะส่งกำลังตำรวจไปรับไปส่ง โดยรถยนต์เก๋งจะจอดไว้ที่ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เพื่อให้พนักวานสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บร่องรอยพยานหลักฐานอย่างละเอียด  และจะรีบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลเพื่อจับกุมกลุ่มคนร้าย 4-6 คนต่อไป”

               พ.ต.ท.ปัญญา ไอยราคม  กล่าวอีกว่า สำหรับข้อหาในเบื้องต้นที่ระบุในใบแจ้งความข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นนั้น หากการสอบสวนพฤติกรรมการกระทำของคนร้ายเข้าข่ายพยายามฆ่าทางตำรวจสามารถเปลี่ยนข้อหาได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ข้อหาต่อมาคือการทำลายทรัพย์สินซึ่งจะให้ช่างมาตรวจสอบและตีราคาค่าเสียหายต่อไป  ส่วนอีกข้อหาคือร่วมกันชิงทรัพย์ แต่ตนดูแล้วอาจจะเข้าข่ายร่วมกันปล้นทรัพย์มากกว่า ซึ่งเมื่อออกหมายจับแล้วทางตำรวจจะติดตามจับกุมตัวให้ได้และจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลโดยนายสมรัก หรือบอย ผู้เสียหายจะต้องร่วมทำหนังสือคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหากลุ่มนี้ด้วย  เชื่อว่ากพฤติกรรมการก่อเหตุศาลคงเห็นด้วนยกับตำรวจและไม่ให้ประะกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างแน่นอน  ตนจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน ขอให้ผู้เสียหายและสื่อมวลชนสบายใจได้ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางขันกล่าวยืนยันในที่สุด.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช

               




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง