ผู้ว่า ฯเมืองคอนสั่งเฉียบผู้การ,นายอำเภอเข้าช่วยเหลือเสี่ยค้าปุ๋ยเงินหายจากบัญชีกว่า 1.2 ล้าน-จ่อออกหมายจับวันจันทร์นี้

30 ก.ค. 2565


               ผู้ว่า ฯเมืองคอนสั่งเฉียบผู้การ,นายอำเภอเข้าช่วยเหลือเสี่ยค้าปุ๋ยเงินหายจากบัญชีกว่า 1.2 ล้าน--ผู้การ ฯกำชับ พงส.เร่งขอข้อมูลจากธนาคารเพื่อรวบรวมพยานกลักฐานออกหมายจับมิจฉาชีพเจ้าของบัญชีโดยเร่งด่วน

               จากกรณีที่นายณรงค์ฤทธิ์ คงทอง 49 ปี อยู่บ้านเลขที่  018 หมู่ 4   ต.แม่เจ้าอยู่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  พ่อค้าปุ๋ยหอบหลักฐานร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยอ้างว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรฯ เข้ามาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวจากลูกชายวัย 10 ขวบที่นำโทรศัพท์ไปเรียนออนไลน์และเล่นเกมส์ออนไลน์ก่อนจะแอบทำธุรกรรมโอนเงินออกจากบัญชีโดยที่ตนเองไม่ทราบ ซึ่งกระทั่งโอนเงินไปเข้าบัญชีปลายทางถึง 65 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 7-25 ก.ค. 65 เป็นเงิน 1,206,000 บาท หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยติดตามคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้ คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ไปขแอข้อมูลจากทางธนาคารเพื่อขอบัญชีปลายทางก็ไม่ยอมให้  จึงเข้ามาร้องสื่อให้ช่วยประสานฝ่ายงานเกี่ยวข้องช่วยติดตามเรื่องให้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 (30 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกุล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมนายกิตติพงศ์ รองเดช นายอำเภอเชียรใหญ่ นำกำลบังตำรวจและฝ่ายปกครองลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาเการสอบสวนผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างวเร่งด่วน ในกรณีที่ทางธนาคารปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลของชื่อและเลขบัญชีปลายทางที่มีการโอนเงินจากบัญชีของนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหาย เมื่อมีการแจ้งความกับตำรวจแล้วเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะขอเอกสารหลักฐานทั้งหมดจากธนาคาร โดยคาดว่าในวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. 2565 นี้ตำรวจจะเรียกนายณณงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหายไปสอบสวนปำคำได้เพิ่มเติม คงจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอหมายจับกุมเจ้าของบัญชีได้ในวนเดียวกันอย่างแน่นอน

                             




นายณรงค์ฤทธิ์ คงทอง กล่าวว่ารู้สึกดีใจ อบอุ่นใจที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้ผู้บังคับการ และนายอำเภอ พร้อมเจ้าหนาที่ตำรวจและฝ่ายปกครองลงมาช่วยเหลือแนะนำขั้นตอนการดำเนินการ เพราะก่อนที่จะเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตนมืดแปดด้าน ไม่รู้จดทำอย่าวงไรดี ไม่ได้รับความร่วมมือหรืออำนวยความสะดวกจากเจ้าหนาที่ใด ๆ เลย แม้แต่เจาหนาที่ธนาคารทั้ง ๆ ที่เงินตนหายไปจากบัญชีมากถึงกว่า 1.2 ล้านบาท แต่ธนาคารกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน อาวงระเบียบ ขั้นตอนข้อกฎหมายอย่างเดียว


              


และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นการโอนเงินจำนวน 65 ครั้งรวม 1,206,000 บาท เป็นการผูกกับ  ทรูมันนี่จะโอนออกจากบัญชีตนได้ครั้งและไม่เกิน 30,000 บาท ตนแปลกใจที่ไม่มีข้อความแจ้งจากธนาคารเลย แม้ตนจะไม่ใช้ระบบโอนเงินผ่านแอฟธนาคาร แต่ตนทำข้อตกลงเรื่องข้อความ sms ไว้จะว่าทางมิจฉาชีพได้ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน และระหัสธนาคารโดยหลอกให้ลูกชาย 10 ขวบถ่ายภาพส่งไปให้ และยังทำการสแกนอัตลักษณ์ใบหน้าตนส่งให้ไปด้วย พร้อมสั่วงห้ามบอกใครเด็ดขาด โดยตนคิดว่ามิจฉาชีพได้ใช้หลักฐานต่าง ๆของตนยกเลิกระบบ sms ตัดการส่งข้อความแจ้งก็เป็นได้  หลังจากจนไปธนาคารอและรู้ว่าเงินหายออกจากบัญชีกว่า 1.2 ล้านบาท  ตนก็อายัดบัญชีทันที แต่ทำไมทางธนาคารยังส่งวข้อความแจงดอกเบี้ยเข้าบัญชีได้ 

               นายณรงค์ฤทธิ์ คงทอง กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรีบสอบสวนและรวบรวมพยานกลักฐานทุกอย่างจะกระจ่างและรู้ว่าเจ้าของบัญชีที่โอนเวินจากบัญชีตนเข้าไป 65 ครั้ง กว่า 1.2 ล้านบาทเป็นใคร อยู่ที่ไหน  และตนฝากเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ระมัดระวังและควบคุมการให้ลูกนำโทรศัพท์ไปใช้ให้ดี ๆ เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพชั่วเหล่านี้ได้เช่นกัน.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช

                     




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน