“เสี่ยตี๋” ดัน บขส.อุตรดิตถ์-วังเวียง–เวียงจันทน์ เข้ากกร.กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมไทย ลาว พม่า (มีคลิป)

22 ก.ค. 2565

“เสี่ยตี๋” ดัน บขส.อุตรดิตถ์ - เมืองเฟือง – วังเวียง – นครหลวงเวียงจันทน์  2 เส้นทาง เข้า กกร. กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง หวังเป็นศูนย์กลางภาคเหนือเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว ระเบียงเศรษฐกิจ ไทย-ลาว-พม่า เปิดจังหวัดสู่โลกภายนอก สัมผัสรถไฟความเร็วสูงลาว – จีน - คุณหมิง

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 65 นายกิติพงษ์  วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์  กล่าวว่า ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 ครั้งที่2/2565 ห้องประชุมชัยนาท โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี นายอมรพันธ์ พูลสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานเปิดการประชุม นายฐิติ วิศวชัยวัฒน์ ประธานก่อตั้ง LIMEC ประเทศไทย นายวุฒิชัย โรจน์ทิพยรัก ประธานจัดงาน LIMEC 3  นายเพชรเกษม  ส่งศิริ เลขาธิการหอการค้ากลุ่มภาคเหนือล่าง1 มาแทนประธานหอการค้า กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง1 นายปกรณ์ ด่านสีทอง  ประธานหอการค้า จ.พิษณุโลก น.ส.พญา  ธาราวุฒิ  ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พิษณุ โลก, นายลำยอง สอนโต ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สุโขทัย นายวิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์  ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.สุโขทัย  นายเรืองเดช สุขสมบูรณ์  ประธานสภาเกษตรกร จ.สุโขทัย, นายยชญ์สุธา วิชัยธนพัฒน์  ประธานหอการค้า จ.เพชรบูรณ์ ,นายสุรชัย วาณิชย์ปกรณ์  ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุตรดิตถ์  พร้อมด้วยตัวแทนจากคณะกรรมการ LIMEC ประเทศไทย หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร สมาพันธ์เอสเอ็มอี สภาเกษตรกร ( พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ) เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

นายกิติพงษ์  นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์  กล่าวว่า ที่ประชุมมีเรื่องแจ้งให้ทราบอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก ประเด็นการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดทำเข้าระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาคระหว่าง อว.และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) เรื่องที่สอง เส้นทาง บขส.อุตรดิตถ์-วังเวียง โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งตนเองเป็นผู้นำเสนอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ เป็นการนำเสนอตามขั้นตอนตามลำดับ กกร.จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้ากรอ.จังหวัด กกร.ภาคและกรอ.ภาค ก่อนเข้าสู่คณะกรรมการ กกร.ชุดใหญ่ โดยผ่านสภาหอการค้าไทย พร้อมทั้งได้ทำเรื่องเสนอไปยังสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ช่วยผลักดันโครงการนี้ให้เกิดความสำเร็จ

กิติพงษ์ วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ

นายกิติพงษ์  กล่าวด้วยว่า ได้นำเสนอเส้นทาง บขส.อุตรดิตถ์-วังเวียง หรือ UVEC ( UTTARA DIT VANGVIENG ECONOMIC CORRIDOR) ที่มีการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC (Luangprabang-Indochaina-Mawlamyine Economic Corridor) ระหว่าง หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ตากและอุตรดิตถ์ เป็นการเชื่อมระหว่าง 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และสหภาพเมียนมา ซึ่งมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และเส้นทางคมนาคมติดต่อกันได้ โดยทางประเทศไทยคือ บริเวณกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 "อินโดจีน" จังหวัดเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย และจังหวัดตาก ส่วน สปป.ลาว ได้แก่ แขวงไซยะบุรี แขวงหลวงพระบาง และสภาพเมียนมา ได้แก่ รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ เป็นแนวทางเชื่อมโยงเมืองสำคัญจากสมาชิกทั้ง 3 ประเทศเข้าด้วยกัน มุ่งเน้นไปยังความสัมพันธ์ 5 ด้าน คือ การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา สุขภาพ และโลจิสติกส์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการทำธุรกิจมีการเคลื่อนย้ายทั้งสินค้า บริการ ผู้คน เงินทุนและสารสนเทศระหว่างกันและกัน อันจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมร่วมกันของประชาชนในทุกเมืองของสมาชิกทั้ง 3 ประเทศ

นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เส้นทางการเดินรถไฟลาว-จีน เกิดขึ้นแล้ว ความเจริญจะไหลไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน จุดนี้ตนได้เดินทางเข้าออกเป็นประจำทำให้มองเห็นว่าเป็นโอกาส ซึ่งตนได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่าน กรอ.จังหวัดอุตรดิตถ์ไปแล้ว ทั้งนี้ ได้นำเสนอให้ที่ประชุม กกร.กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง1 เพื่อรับทราบถึงเส้นทาง บขส.อุตรดิตถ์-วังเวียง ผ่านเครื่องฉายภาพมัลติมีเดียร์หรือโปรเจคเตอร์ เริ่มจากสถานี บขส. อุตรดิตถ์ ไปถึงด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก มู่งสู่สะพานแดง เขตพื้นที่ สปป.ลาว ซึ่งเป็นถนนทาง หลวงหมายเลข 11 บ้านครกข้าวดอ 48 กิโลเมตร ถึงบ้านโนนสะหวัน เข้าเส้นชะนะคาม 10 กิโลเมตร ถึงดอนเฮี่ยง 10 กิโลเมตร เข้าบ้านวังเข้าสู่เมืองหมื่น เมืองเฟือง ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ สปป.ลาว จากเมืองเฟือง 28 กิโลเมตร ขึ้นเส้นทางด่วนลาว-จีน วิ่งจากทางด่วนลาว-จีนอีก 36 กิโลเมตร ถึงพื้นที่วังเวียง ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างขยายเส้นทาง หากในอนาคตมีการก่อสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะทำให้คมนาคมสะดวกสะดวกรวดเร็วมากสำหรับการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางจากอุตรดิตถ์-เมืองเฟือง-วังเวียง ระยะทางเพียง 439 กิโลเมตร


"เมืองเฟือง เป็นเมืองที่มีความงดงามมาก ขึ้นกับแขวงเวียงจันทน์ คนในพื้นที่ใช้ชีวิตแบบเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวนยางพาราและประมงพื้นบ้าน มีหินผาที่ตั้งเด่นเป็นสง่า มีอ่างเก็บน้ำลึกที่สวยงาม แม่น้ำลีกแหล่งชุมชนคนหาปลา แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติ เมืองที่มีธรรมชาติงดงาม เปรียบเสมือนสวรรค์บนดินของ สปป.ลาว ประชาชนจากพื้นที่เมืองหลวงเวียงจันทน์และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ นิยมมาพักผ่อนเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ สปป.ลาว  ที่อยู่ไม่ไกลากตัวเมืองเวียงจันทน์มากนัก

ส่วนเมืองวังเวียง ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประมาณ 150 กิโลเมตร ได้ฉายาว่า “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” มีจุดเด่นพื้นที่ภูมิประเทศรอบเมืองเป็นคาสต์ เป็นที่ราบระหว่างภูเขาหินปูน มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีสระยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศชอบมาเที่ยวกันคือ “บลูลากูน อ่างน้ำสีเขียวคราม  พายเรือคายัค ขึ้นบอลลูนและล่องเรือไปตามแม่น้ำซองเพื่อชมทิวทัศน์ " นายกิติพงษ์ กล่าว

 " เส้นทางการเดินรถ บขส.จากอุตรดิตถ์ - เมืองเฟือง - วังเวียง เป็นเส้นทางที่1 ด้วยระยะทาง 439 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางที่ 2 บขส.อุตรดิตถ์ – นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง ด้วยระยะทาง 501 กิโลเมตร ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ยังหวังว่าจะเป็น (HUB) จุดเชื่อมต่อและเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภาคเหนือกับสปป.ลาว ได้อีกด้วย หากมีการสัญจรเดินรถสาธารณะโดยสารประจำทางด้วย บขส.ด้วย 2 เส้นทางนี้ ภาคเหนือตอนล่างจะไม่ถูกตัดขาดจากรถไฟความเร็วสูงและเส้นทางด่วน ลาว-จีน สู่คุณหมิง นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวและว่า ในอนาคตหากมีการเปิดการเดินรถ บขส.อุตรดิตถ์ -เมืองเฟือง – วังเวียง และ บขส.อุตรดิตถ์ – นครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง จะส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้เส้นทางอุตรดิตถ์มากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางการเดินรถทั้งรับและส่งจากอุตรดิตถ์ ไป สปป.ลาว พื้นที่โซนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ หากดูจากแผนที่จังหวัดอุตรดิตถ์จะเหมือนขนมเปียกปูน อำเภอท่าปลา ทองแสนขัน น้ำปาด ฟากท่าและบ้านโคก จุดเชื่อมต่อชายแดนจะได้รับอานิสงส์ประโยชน์จากการเส้นทางการเดินรถผ่านในพื้นที่ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ต้องการสัญจรไปยังพื้นที่ สปป.ลาว ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งตนจะหาทางผลักดันเส้นทาง บขส.อุตรดิตถ์ เมืองเฟือง วังเวียง และ บขส.อุตรดิตถ์ นครหลวงเวียงจันทน์ วังเวียง ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อให้เส้นทางนี้ได้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต โดยร่วมกับภาครัฐและเอกชนร่วมผลักดันเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพื่อเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ ไทย –ลาว – พม่า เปิดจังหวัดอุตรดิตถ์สู่โลกภายนอก และที่สำคัญเป็นที่ทราบกันโดยทั่วกันว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองชายแดนที่เชื่อมต่อกับ สปป.ลาว และมีเส้นทางท่องเที่ยวและขนส่งที่จะเกิดประโยชน์กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่สนใจ ลงทุนบนเส้นทางสายนี้ "

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน