กลุ่มนักธุรกิจหนึ่งเดียวของไทยจากจ.กาญจนบุรีได้รับเชิญร่วมงานกัญชาโลกกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

20 ก.ค. 2565


       เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2565 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากประเทศไทย ได้เข้าร่วมในงาน International cannabis business conferrence ตั้งแต่วันที่ 17-20 กรกฎาคม 2565 โดยมีกลุ่มนักธุรกิจด้านกัญชารายใหญ่จากทั่วโลกกว่า 5,000 คนจาก 80 ประเทศทั่วโลกมาร่วมงาน เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี นำโดย นายวิศารท์ พจน์ประสาท ประธานเครือข่ายฯ และ ประธานศูนย์อภิบาลด้วยพืชสมุนไพรแห่งริเวอร์แคว ซึ่งได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ ตามใบอนุญาตเลขที่ กจ 10/2565(ป) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 512,000 ต้น ร่วมกับ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ประธานวิสาหกิจชุมชนนวตกรรมเกษตรแกมบิส ,นายจักรกฤษ เข็มทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนเวสต์แลนด์เฮิร์บ และนายวิศรุต ฤทธิเลิศ ประธานวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพบ้านพนมทวน  โดยเมื่อวันที่ 17 และ 18 กรกฎาคม 2565 ในงาน ICBC Global Invesment Forum หรือ BERLIN GIF จัดที่โรงแรม ADLON ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี 




 โดยได้รับเกียรติให้ขึ้นเวทีโลกในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ นำกัญชาไทยสู่กัญชาโลก โดยให้เหตุผลเนื่องจากประเทศไทยได้มีการปลดล็อคกัญชาจากรัฐบาลและรัฐบาลให้การสันบสนุนเป็นพืชเศรษฐกิจ พร้อมจะผลักดันให้เป็นกัญชาทางการแพทย์ระดับโลก และในเรื่องของต้นทุนการปลูกที่มีราคาต่ำกว่าในยุโรป ค่าแรงงานต่ำ ลักษณะภูมิอากาศของไทยที่ได้เปรียบกว่าทั่วโลกในเรื่องอุณหภูมิและกายภาพของแสงแดด จึงทำให้เรามีจุดเด่นที่เหนือกว่า หลังจากการบรรยายแล้วมีนักลงทุนจากทั่วโลกที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เช่น ประเทศสวิสต์เซอร์แลนด์ แคนนาดา อเมริกา อิสราเอล สเปน จำนวนกว่า 20 บริษัทที่สนใจให้กู้เงินลงทุนหรือร่วมทุนจัดทำกัญชาทางการแพทย์ รายละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านยูโร นับว่าประสบความสำเร็จทั้งที่กฎหมายและพรบ.การส่งออกยังไม่สมบูรณ์ ถือว่ากัญชาไทยมีความต้องการจากตลาดโลกมากที่สุดโลก และเมื่อวันที่ 19-20กรกฎาคม 2565


ในงาน Berlin B2B Tradeshow ณ โรงแรม Estrel กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี นายวิศารท์ พจนประสาทได้รับเกียรติให้ขึ้นบรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์ของกัญชากับเศรษฐกิจโลก นับว่ากัญชาไทยได้รับการตอบรับสูงสุดจากทั่วโลก ทั้งนี้มีความต้องการจากตลาดโลกจำนวนมาก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้นำกัญชาไทยมาจัดแสดงที่บูธหมายเลข 170 ใน  exibition hall โดยมีการแสดงพื้นที่การปลูก จำนวนการปลูก วิธีการปลูก โดยเฉพาะสายพันธุ์กัญชาไทย ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ตลอด 2 วันในการจัดงานจึงถือว่าสายพันธุ์กัญชาไทยมีความโดดเด่นทางกายภาพและสารสำคัญที่เกิดขึ้นรวมถึงความตื่นเต้นในการนำกัญชาและสารสำคัญที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์ให้กับคนทั่วโลก
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความต้องการในพืชกัญชาที่จะนำไปสู่พืชเศรษฐกิจระดับโลกนั้นนับว่ากัญชาไทยเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้องการในตลาดโลกสูงสุด มีศักยภาพแต่จะต้องปลูกให้มีมาตรฐานที่ดี เป็นระบบออแกนิก 100% และมีตลาดรองรับไม่จำกัด จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องให้การสันบสนุนและส่งเสริม รวมถึงข้อกฎหมายอื่นๆที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการแพทย์ เพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป

กีรติ ก้อนทองคำ จ.กาญจนบุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน