ไทย-กัมพูชา ประชุมหารือ เตรียมเปิดตลาดโรงเกลือเต็มรูปแบบ

23 มิ.ย. 2565


ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ยอมรับ หลังหารือร่วมกับกงสุลใหญ่กัมพูชาประจำประเทศไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยและจังหวัดพระตะบอง ในการเตรียมพร้อมเปิดตลาดโรงเกลือเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญในการปล่อยให้กรรมกรชาวกัมพูชามากถึง 5,000 คน ใช้รถเข็นเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ แต่คงต้องรอความชัดเจนจาก ศบค.ใหญ่ของไทย พร้อมตั้งตัวแทน 2 ประเทศ ร่วมพิจารณาร่างข้อกำหนด และจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงปลายเดือนหน้า โดยฝ่ายกัมพูชาเสนอขอเป็นเจ้าภาพ

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมกับฝ่ายกัมพูชา นำโดยนายเนตร เสลี กงสุลใหญ่กัมพูชาประจำประเทศไทย  นายอุม เรียแตร็ย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย และหัวหน้าหน่วยทหาร ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งผู้แทนจากจังหวัดพระตะบอง ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก 

โดยการหารือร่วมกันทั้ง 2 ประเทศในวันนี้ เป็นการพูดคุยถึงความชัดเจนในหลายประเด็น ทั้งการข้ามแดน การใช้รถยนต์ หรือการข้ามแดนโดยบุคคล หลังฝ่ายไทยได้เปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หัวข้อในการหารือหลักๆ คือ มาตรการเดินทางเข้าออกจุดผ่านแดนถาวร การเตรียมเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม คือจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ และเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง การใช้บัตรอนุญาตผ่านแดนชั่วคราว หรือ บัตรอิมการ์ด (immigration card) และในประเด็นสุดท้าย คือ การขนส่งสินค้าโดยพาหนะล้อเลื่อน หรือ รถเข็น

ข้อหารือที่สำคัญและคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันนี้ คือ การขนส่งสินค้าในตลาดโรงเกลือด้วยรถเข็น เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าวระหว่างกลุ่มชาวกัมพูชาในตลาดโรงเกลือต่างพูดกันไปว่า รัฐบาลไทยจะอนุญาตให้กรรมกรชาวกัมพูชานำรถเข็นเข้ามาค้าขายหรือขนส่งสินค้าในตลาดโรงเกลือได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ แต่จากข้อหารือร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและจังหวัดบันเตียเมียนเจย ในวันนี้ ฝ่ายไทยยังไม่อนุญาตให้รถเข็นเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือได้เหมือนเดิมก่อนที่จะปิดด่านในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 เมื่อช่วงต้นปี 2563 เพราะการควบคุมกรรมกรชาวกัมพูชาที่เดินทางข้ามแดนเข้ามากับรถเข็น ค่อนข้างจะควบคุมได้ยาก (จากการเก็บข้อมูลมีกรรมกรรถเข็นประมาณ 5,000 คน) ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาเสนอให้ใช้บัตร 10 บาท(ไปเช้ากลับเย็น) และบัตรผ่านแดนชั่วคราว หรือ บัตรซิม การ์ด แต่ฝ่ายไทยยังติดปัญหาที่ ศบค.ชุดใหญ่ อนุญาตให้ข้ามแดนได้สำหรับผู้ที่ถือเอกสาร บอร์เดอร์พาสและพาสปอร์ตเท่านั้น

หลังการหารือในวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจนในหลายๆเรื่อง จึงต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้ง 2 ประเทศ ทั้งในส่วนของจังหวัดสระแก้ว จังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดพระตะบอง โดยจังหวัดสระแก้ว ให้นายณัฐชัย นำพูลสุขสันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าคุณะทำงานฝ่ายไทย ส่วนกัมพูชาให้ นายงอ เม็งจรวน รองผู้ว่าราชการ จังหวัดบันเตียเมียนเจย เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยในช่วงนี้ทั้ง 2 ประเทศจะทำข้อตกลงร่วมกัน ก่อนจะหารือร่วมกันในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชาได้ขอเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ก่อนจะมีการลงนามร่วมกันหรือ เอ็มโอยู ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ส่วนประเด็นการอนุญาตให้กรรมกรชาวกัมพูชาสามารถนำรถเข็นเข้ามาในตลาดโรงเกลือได้นั้น ยืนยันว่าคงต้องรออีกสักระยะ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้อย่างแน่นอน เพราะยังติดขัดในเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ

ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ประจำ จ.สระแก้ว
 

สระแก้ว


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน