เจ้าคณะภาค 16 พร้อมคณะสงฆ์เมืองคอนรุดแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในวัดโพธิ์เสด็จ-พุทธบริษัทมีมติให้ “ท่านโจ้”รักษาเจ้าอาวาสต่อไป

22 มิ.ย. 2565


               เจ้าคณะภาค 16 พร้อมคณะสงฆ์เมืองคอนรุดแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในวัดโพธิ์เสด็จ-พุทธบริษัทมีมติให้ “ท่านโจ้”รักษาเจ้าอาวาสต่อไปพร้อมเสนอชื่อแต่งตั้งคณะการการวัดชุดใหม่ 9 ท่าน-ชี้ปีญหาจบแต่ไม่เคลียร์หวั่นปัญหาผุดในภายหลัง-ในขณะที่ “อดีตพระ “จ๊ะโอ๋” มือปาบึ้มหลังลาสิกขาบทกล่าวขอโทษกับการกระทำและขอรับใช้กิจกรรมของวัดต่อไป

               จากกรณีที่ พ.ต.ท.ถาวร จันทระพงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายปาระเบิดไปป์บอมส์เข้าในหลังคากุฏิพระภิกษุในวัดโพธ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจเบญจมราชูทิศ เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าภายในกุฏิหลังหนึ่งที่มีพระมหาชาติ บางน้อย หรือ“ท่านปู”อายุ 44 ปี พระลูกวัดโพธิ์เสด็จ จำวัดอยู่มีคนร้ายปาระเบิดปิงปองจนกระเบื้องหลังจากแตกเป็นรู้โบ๋ขนาดใหญ่เท่าลูกฟุตบอลเศษกระเบื้องตกลงมาภายในกุฏิตรงบริเวณจุดที่วางภาชนะให้อาหารแมวเกลื่อนกราด และมีเศษพลาสติกสีเขียวพันทับด้วยเทปกาวตกอยู่ด้วย 2-3 ชิ้น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในขณะที่พระมหาชาติ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               (22 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าเมื่อเช้าวันที่ 22 มิ.ย. 2565 พระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะภาค 16 (ธรรมยุติ) พระครูสิริธรรมาภิรัต เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุติ) พร้อมพระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจาอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ คณะสงฆ์วัดโพธิ์เสด็จ นายวิฑูรย์ หัสภาคย์ นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์เสด็จ พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนประมาณ 100 คน ได้เดินทางมาร่วมแก้ปญหาความขัดแย้งภายในวัด
โพธิ์เสด็จ โดยพระราชวิสุทธิกวี ได้กล่าวเตือนสติทั้งพระภิกษุและฆราวาสให้มีความรักความสามัคคีและช่วยเหลือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พระภิกษุจะต้องปฏิบัติตัวให้ประชาชนเสื่อมใสศรัทธา  ตอนที่พระครูโพธิสารประสาธน์ “พ่อท่านชม” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ ที่ละสังขาร เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2561 ตรงกับวันวิสาขบูชา ประจำปี 2561 และอาตมามารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จก็ไม่มีปัญหาใด ๆ ประชาชนและพระภิกษุ-สามเณร ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือิกิจกรรมของวัดเป็นอย่างดี แต่เมื่อคณะสงฆ์แต่งตั้งพระครูโอภาสโพธิรัตน์ เจ้าคณะตำบลท่าวัง มารักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ กลับมีปัญหาขึ้นหลายประการ จนกระทั้งเกิดคดีปาระเบิดปิงปองกุฏิพระรูปหนึ่ง ซึ่งในทางคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาดำเนินการสอบสวนสืบสวนไปตามขั้นตอนกฎหมาย

               “อาตมาคิดว่าเรื่องที่แล้วมาก็ให้แล้วไปอย่านำมาคิดอะไหรอีก ขอให้พระภิกษุ-สามเณรและพุทธบริษัทหันมาช่วยเหลือเกื้อกูล มีความรักความสามัคคีกันเหมือนในอดีต อย่าทำให้เกิดความแตกแยกที่จะส่งผลกระทบต่อวัดและพระพุทธศาสนา สำหรับพระครูโอภาสโพธิรัตน์ หากชาวบ้านไม่ยอมรับทางคณะสงฆ์ก็จะพิจารณาให้กลับไปที่เดิมพ้นตำแหน่งรักษาการวัดโพธิ์เสด็จเพราะอยู่ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่หากพุทธบริษัทเห็นควรว่าจะให้อยู่ต่อทางคณะสงฆ์ก็จะให้อยู่บริหารวัดโพธิ์เสด็จต่อไป”     

         

คณะกรรมการวัดโพธฺ์เสด็จชุดใหม่



หลังจากนั้นพระครูสิริธรรมาภิรัต ได้กล่าวเสริมเรื่องหลักสาราณียธรรม 6 ประการ  สำหรับฆราวาส คือ ประกอบด้วย 1. เมตตากายกรรม แห่งสาราณียธรรม 6 คือ ทำต่อกันด้วยเมตตา หมายถึง ทำสิ่งใดก็ทำด้วยความปรารถนาดีต่อผู้อื่นเช่น แสดงไมตรีจิต และหวังดีต่อมิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน บุคคลรอบข้าง โดยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ด้วยความเต็มอกเต็มใจ พร้อมกับประพฤติตนอย่างสุภาพ สม่ำเสมอ ให้ความเคารพ และจริงใจต่อผู้อื่นแม้ในยามหน้า และลับหลัง 2. เมตตาวจีกรรม แห่งสาราณียธรรม 6 คือ พูดกันด้วยเมตตา หมายถึง จะพูดอะไรก็พูดด้วยความปรารถนาดีต่อกัน เช่น การให้ความรู้ หรือคำแนะนำที่ดีต่อผู้อื่น กล่าววาจาสุภาพ พูดจริง ไม่พูดเพื่อผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเองฝ่ายเดียว 3. เมตตามโนกรรม แห่งสาราณียธรรม 6 คือ คิดต่อกันด้วยเมตตา หมายถึง จะคิดสิ่งใดก็ให้คิดในสิ่งที่ดี และคิดด้วยความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เช่น ตั้งจิตปรารถนาที่จะทำคุณงามความดี คิดมั่นในการสร้างบุญกุศล และมีจิตเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความหวังดี 4. สาธารณโภคี แห่งสาราณียธรรม 6 คือ แบ่งปันสิ่งที่ได้มาโดยชอบธรรม หมายถึง แบ่งปันลาภผลที่ร่วมกัน หาร่วมกันทำโดยยุติธรรมแม้สิ่งของที่ได้มาจะน้อย แต่ก็แจกจ่ายให้ได้มีส่วนร่วมใช้สอยบริโภคทั่วถึงกันนั้น คือ การร่วมสุข ร่วมทุกข์กัน 5. สีลสามัญญตา แห่งสาราณียธรรม 6 คือ มีความประพฤติเสมอภาคกัน หมายถึง ประพฤติสุจริตในสิ่งที่ดีงามอย่างสม่ำเสมอ ประพฤติตนอย่างมีระเบียบวินัยเหมือนผู้อื่น ไม่ประพฤติตนในทางแตกแยกจนเป็นที่ขัดข้องหมองใจต่อผู้อื่นหรือเสื่อมเสียแก่หมู่คณะ 6. ทิฏฐิสามัญญตา แห่งสาราณียธรรม 6 คือ มีความเสมอภาคกันทางความคิด และเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น หมายถึง ปรับความคิดความเห็นให้มีเหตุมีผลถูกต้องเหมือนกับผู้อื่น และหมู่คณะภายใต้เหต และผลในทางที่ดีงาม พร้อมกับเคารพเหตุผล ยึดหลักความดีงามเป็นอุดมคติอย่างสม่ำเสมอ และขอให้ชาวพุทธทุกนยึดมั่นในการทำความดีเพราะชีวิตคนเราเกิดมาอยู่ไม่นาน จึงต้องสร้างความดี ทิ้งความดีเอาไว้ในสังคม พุทธบริษัทจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน สามัคคีกัน

               หลังจากนั้นพระราชวิสุทธิกวีได้สอบถามว่า “ใครไม่อยากให้พระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จต่อไปบ้างขอให้ยกมือขึ้น”  ปรากฏว่าไม่มีใครกล้ายกมือ พระราชวิสุทธิกวีจึงถามต่อว่า”ใครอยากให้พระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จต่อไปบ้างขอให้ยกมือขึ้น” ปรากฏว่ามีผู้ยกมือพรึบเกือบทั้งหมด พระราชวิสุทธิกวี จึงสรุปว่าเมื่อทุกคนต้องการให้พระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จต่อไปก็ขอให้ช่วยเหลือกัน มีปัญหาก็ให้คุยกันให้เรื่องจบในวัด ไม่ทำให้เร่าองเลกกลายเป็นเนื่องใหญ่ และต่อไปขอให้คัดเลือกและแต่งตั้งไวยาวัจกรณ์และคณะกรรมการวัดโพธิ์เสด็จใหม่ 1 ชุด

               ในขณะที่นายวิฑูรย์ หัวสภาคย์ กล่าวว่า ตนได้รับเชิญมาในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง เรื่องการเมือง เรื่องตำแหน่งทิ้งไว้หน้าวัดก่อนแล้ว ตนไม่ได้รับทราบรายละเอียดข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นคดีอยู่ในขณะนี้ เมื่อสามารถยุติปัญหาทั้งหมดได้ก็ต้องขอแสดงความดีใจด้วยที่ชาวโพธิ์เสด็จจะได้ร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาวัดโพธิ์เสด็จต่อไป ในส่วนของเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จได้ให้ความสำคัญบรรจุวัดโพธิ์เสดจเป็นวัดประจำตำบลรวมทั้งประเพณี “แห่ผ้าห่มโพธิ์” เป็นประเพณีคู่ตำบลโพธิ์เสด็จอย่างเป็นทางการ ผ่านมติสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอยืนยันว่าพร้อมจะทุ่มเทสรรพกำลังทุกอย่างลงมาช่วยพัฒนาวัดโพธิ์เสด็จอย่างเต็มความสามารถ หลังจากนั้นในเวลา 11.00 น.พุทธศาสนิกชนได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ-สามเณร ก่อนที่พระราชวิสุทธิกวี และพระครูสิริธรรมาภิรัต จะเดินทางกลับไป    

     

     


อย่างไรก็ตามได้มีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งรวมทั้งนายนัฐภาคย์ ไกรนุกูล กำนันตำบลโพธิ์เสด็จ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 และ ส.ท.โพธิ์เสด็จ เดินทางมาถึงทราบว่าการลงมติเกี่ยวกับให้ พระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จต่อไปเสรน็จสิ้นไปแล้ว ทางพระราชวิสุทธิกวี และพระครูสิริธรรมาภิรัต เดินทางกลับแล้ว และการคัดเลือกแต่งตั้งคณะกรรมการวัดโพธิ์เสด็จ ขึ้นมา 1 ชุดในช่วงบ่าย  ทำให้แต่ละคนวิพากวิจารณ์แสดงความคิดเห็นด้วยความเป็นห่วงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข ยังแก้ไม่สิ้นสุด ปัญหายังมีอยู่เกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาอีกในภายหลัง อยากให้คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาให้ตรงจุดและเคลียร์ปัญหาให้สิ้นสุดอย่างแท้จริง โดยการปาระเบิดหากเป็นแค่ความขัดแย้งระหว่างพระ 2 รูปพระที่ปาระเบิดปิงปองกยอมสึกแล้วส่วนในทมางคดีก็ว่าไปตามขั้นตอนกฎหมายถือว่าเรื่องจบ แต่หากมีพระภิกษุรูปอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือเกี่ยวของบงการแม้ว่าการเคลียร์ปัญกายุติวันนี้แต่เชื่อว่าเรื่องจะยังไม่จบในอนาคตเรื่องอาจจะกลับมาปะทุบานปลายรุนแรงขึ้นอีกก็ได้

               ต่อมาทางพุทธบริษัทโดยมีพระครูโอภาสโพธิรัตน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ ได้ร่วมประชุมคัดเลือกคณะกรรมการวัดขึ้นมาใหม่ 1 ชุด โดยให้ที่ประชุมเสนอชื่อและยกมือลงมติ ซึ่งปรากฎว่าที่ประชุมเสนอชื่อนายสมยศ ลิขิตกาญจน์ เป็นประธานกรรมการวัดโพธิ์เสด็จ , ร.ต.ท.อัครเดช จันทร์เรือง เป็นรองประธานฯ นายมานพ สมพงษ์ เป็นเลขานุการ และคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ รวม 7 คน นอกจากนี้อดีตพระ “จ๊ะโอ๋” ที่เป็นผู้ปาระเบิดปิงปองถล่มหลังกุฏิพระมหาชาติ บางน้อย ที่ได้ยอมรับผิด เขาขอโทษพระมหาชาติ และครอบครัวพร้อมและลาสิกขาบทออกมาเป็นฆาราวาส ได้มากล่าวยอมรับในที่ประชุมถึงการกระทำของตนเอิงและขอโทษพุทธศาสนิกชนทุกคน โดยยืนยันว่าตนจะอยู่ช่วยเหลือกิจกรรมของวัดต่อไป .

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค.นครศรีธรรมราช

                




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง