ไหว้ถูกชีวิตปัง “นัท แฟนพันธุ์แท้องค์พ่อจตุคาม-รามเทพ”จัดเต็มพิธีเสริมดวง อาบน้ำมนต์ ขจัดปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ณ.ถ้ำพระราหู

22 มิ.ย. 2565



ไหว้ถูกชีวิตปัง “นัท แฟนพันธุ์แท้ องค์พ่อจตุคาม-รามเทพ” จัดเต็มพิธีเสริมดวง อาบน้ำมนต์ ขจัดสิ่งอัปมงคล ณ.ถ้ำพระราหู วัดเทพนมเชือด อ.ร่อนพิบูลย์ พร้อมเสริมดวงโดยการเข้ากราบไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

(22มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2565 นายธนัท ชัยวชิระศักดิ์ หรือ “นัท แฟนพันธุ์แท้ องค์พ่อจตุคามรามเทพ” อดีตที่ปรึกษากรรมมาธิการ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ประจำสภาผู้แทนราษฎร ถือฤกษ์ดี ทำพิธีบวงสรวง สักการะ ไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมบูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพ ในวันที่พระอาทิตย์ทรงกลด และทำพิธีกรรม อาบน้ำมนต์ พิธีสะเดาะเคราะห์ ณ. ถ้ำพระราหู วัดเทพนมเชือด หมู่ 7 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดดวงร่ำรวย ขจัดปัดเป่าล้างสิ่งไม่ดี ตามความเชื่อในตำนาน เมืองนครศรีธรรมราช



 




ซึ่งในการประกอบพิธีดังกล่าวได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่เก่งกล้าในเรื่องไสยเวทย์ในจังหงวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 9 องค์ ประกอบด้วย 1. พระครูพิบูล สุตตาลังการ เจ้าอาวาสวัดควนเกย เจ้าคณะตำบลควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ 2. พระครูคีรีรัตนาภิรม เจ้าอาวาสวัดคีรีรัตนาราม เจ้าคณะตำบลหินตกอ.ร่อนพิบูลย์ 3. พระปลัดสำราญ ธัมมะวโร เจ้าอาวาสวัดสมควร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอจุฬาภรณ์ 4. พระปลัดสิทธิพล รักขิโต เจ้าอาวาสวัดคงคาราม เจ้าคณะตำบลบ้านตูล อ.ชะอวด 5.พระครูวินัยธร อภิชัยโชติธัมโม เจ้าอาวาสวัดควนดินแดง เจ้าคณะตำบลท่าพระประจะอ.ชะอวด อ6.พระใบฎีกาเดโช เตชะธัมโม เจ้าอาวาสวัดวิภาวดีรังสิตาราม อ.ร่อนพิบูลย์ 7.พระสมุปริวัติ ปริปุณโณ เจ้าอาวาสวัดร่อนนา อ.ร่อนพิบูลย์ 8.พระครูสังฆรักษ์ สิทธิเดช สิทธิเตโช เจ้าอาวาสสุวรรณรังสี เจ้าคณะตำบลร่อนพิบูลย์ เลขาณุการเจ้าคณะร่อนพิบูลย์ และ 9.พระใบฎีกาเมธี ติสสะเทโว เจ้าอาวาสวัดวัวหลุง เจ้าคณะตำบลควนพัง ร่อนพิบูลย์ มาสวดมนต์ภาวะและอธิฐานจิต เสริมตบะบารมีให้แกร่งกล้า เป็นสิริมงคลสำหรับผู้เข้าร่วมพิธีอีกด้วย ก่อนจะนำคณะเดินทางเข้ากราบไหว้ไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการเสริมดวงเช่นกัน

“วัดเทพนมเชือด” ตำนานที่เล่าขานมาว่า เป็นสถานที่ให้ในการประกอบพิธีกรรมในการปลุกเสกเครื่องราง ของขลังทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งตามตำนานเล่าต่อ ๆ กันมาว่าในครั้งสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่เมืองนครเกิดโรคห่าระบาด พระเจ้าศรีธรรมโศกราชต้องอพยพผู้คนหลบหนีออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปหลบซ่อนอาศัยอยู่ตามป่าเขาและในหลายแห่ง โดยวัดเทพนมเชือด อ.ร่อนพิบูลย์ เป็นวัดที่อยู่ริมเชิงเขา มีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย จึงเป็นที่หมายสำคัญแห่งหนึ่งในการหลบหนีภัยโรคห่า เพราะวัดเทพนมเชือดนั้นอยู่ทางทิศ เจ็ด นาฬิกา ของเมืองนครศรีธรรมราช

ซึ่งในสมัยนั้นเมืองนครศรีธรรมราช มีความเชื่อในเรื่องของพระราหูว่ามีอิทธิฤทธิ์ มีอำนาจมากมายสามารถช่วยขับไล่โรคห่าและสิ่งชั่วร้ายไปได้ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช จึงแก้เคล็ดโดยการปั้นพระในถ้ำให้เป็นหน้ายักษ์หรือหน้าราหู เพื่อให้โรคห่าและสิ่งชั่วร้ายหวาดกลัวไม่กล้าเข้าไปกล้ำกลาย พร้อมได้ประกอบพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์รวมทั้งทำเครื่องรางของขลังต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวนะโม หรือ “นอโม” ที่ลานหน้าถ้ำพระราหู ก่อนจะนำหัวนะโมไปว่านตามจุดสำคัญต่าง ๆ ทั่วเมืองนคศรีธรรมราช จนกระทั้งโรคห่าแบละสิ่งชั่วร้ายได้ห่างหายไปจากเมืองนครศรีธรรมราชจนหมดสิ้น จึงอพยพผู้คนกลับเข้ามาอาศัยในตัวเมืองนครศรีธรรมราชเหมือนเดิม

นอกจากนี้ตามตำนานยังระบุว่า "วัดเทพนมเชือด หรือ วัดถ้ำพระราหู" ว่า ณ วัดถ้ำพระราหู หรือ วัด เทพนมเชือด แห่งนี้มีโบราณวัตถุรูปเคารพเป็นพุทธปฏิมากรรมพระพุทธรูปบูชา ประดิษฐานเป็นแนวยาวตามเพิงผา (หน้าถ้ำ) ทางด้านทิศตะวันตกของวัด....เป็นพุทธศิลป์ที่แตกต่างจาก "พระถ้ำ"ทั่วไป ตามเส้นทางสายใหม่ หรือเส้นทางวัฒนธรรมทั้ง 2เรียกว่าเป็น "ปริศนา-พุทธปฏิมา" หรือ"BUDDHA STATUE INTERROGATION" กล่าวคือ-มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประทับนั่ง "ปางมารวิชัย-ปางชนะมาร" ขนาดหน้าตักประมาณองค์ละ "หนึ่งเมตรครึ่ง-สองเมตร" จำนวนนับได้ 10 องค์ (ไม่นับรวมพระพุทธรูปบริวารองค์เล็ก ๆในจำนวนนี้มีอยู่ 4 องค์ ที่มีพุทธลักษณะผิดเพี้ยน หรือไม่เหมือนพระพุทธรูปที่พบเห็นโดยทั่วไป คือ มีรูปเค้าหน้าพระพักตร์ (ใบหน้า) "เป็นหน้ายักษ์" ดุดันดูหน้าเกรงยาม รูปทรงพระพักตร์ออกสี่เหลี่ยม ดวงพระเนตร (ตา) เว้าลึก เบ้าพระเนตรกว้าง พระนาสิก (จมูก) บานสันพระนาสิกเรียวเล็กแหลม ไปจรดร่องพระขนงค์ คิ้ว ซึ่งเว้าโค้งใหญ่เป็นปีกนก พระนถาฏ (หน้าผาก) ลึก-แคบพระกรรณ (หู) เป็นร่องลึกยาวไปจรดพระอังสา (บ่า) ทั้งสองข้าง พระเกศ (พระรัศมี-ผม) เป็นเปลวเพลิง ใหญ่-สั้นอวบอูม และมีอุนาโลมวนขวาเด่นอยู่ในเปลวเพลิง ฐาน หรือบัลลังก์ ทับเกษตร เป็นรูปลักษณ์ "หน้าพระราหู"หรือ "RA-HO0-FACE" มีเขียนลายเส้นภาพหน้าพระราหูอย่างชัดเจน ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่า ผู้แก่ว่า เดิมที่ลวดลายใบหน้าพระราหู สวยงามคมชัด แต่กาลเวลาได้ทำลายความสง่างามอลังการลงไป ช่างรุ่นหลัง มาซ่อมแชมให้ผิดเพี้ยนไปจากศิลปะของเดิมอย่างหน้าเสียดาย


 


โดยในสมัยโบราณชาวบ้านเรียก "วัดเทพนมเชือด"ว่า"วัดราหู"หรือ"วัดหน้าพระราหู" (RA-HOO-FACETEMPLE วัดนี้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล เช่น ปลุกเสกพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง หรือพิธีกรรมสะเดาะพระเคราะห์หมู่ หรือพิธีสวดภาณยักษ์ และพิธี "นพเคราะห์" ทั้ง 9 เป็นต้นแม้ปัจจุบันนี้.พิธีกรรมสำคัญๆพระเกจิหรือพระคณาจารย์ก็ยังใช้บริเวณลานหน้าผา "พระราหู" ประกอบพิธีกรรมกันอยู่ตลอดเวลาอนึ่ง...พระพุทธรูปบูชาในเพิงผาถ้ำแห่ง "วัดเทพนมเชือด" ทั้ง 10 องค์โบราณนี้ มีฐานบัลลังก์เหมือนกันทุก ๆ องค์ แต่มีเพียงองค์เดียวที่มีพุทธศิลป์แปลกออกไป คือ มีเค้าพระพักตร์ (วงหน้า) เป็นศิลปะอินเดีย "สกุลช่างปัลละวะ"พระพักตร์ค่อนข้างกลมมล แย้มพระสรวล ดูอิ่มเอิบเป็นประกายรัศมี พิศมองสึกซึ้ง...พระเนตรปี่ยมเมตตา ยามข้าใกล้ฉ่ำเย็นชาบซึ้งเป็นสุข มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าประหลาด...ลำดับการนั่งประทับเป็นองค์ที่คงมีความหมายลึกซึ้งแฝงนัย"ปริศนา"ในองค์พระลำดับที่ 8 นี้อย่างแน่นอน หรือจะเหลือตัวอย่าง ก็รู้/เห็นเป็นเค้าพระพักตร์เดิมขององค์พระทั้งหมด ณ. เพิงผาถ้ำแห่งนี้.



ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช
 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง