สื่อสาวเมืองคอนมอบหมายทนายดังยื่นฟ้องไฟแนนท์ธนาคารกรุงศรีอยุทธยาฐานผิดสัญญาฯเรียกค่าเสียหายกว่า 1 แสนบาท

15 มิ.ย. 2565


               สื่อสาวเมืองคอนมอบหมายทนายดังยื่นฟ้องไฟแนนท์ธนาคารกรุงศรีอยุทธยาฐานผิดสัญญาฯเรียกค่าเสียหายกว่า 1 แสนบาท-หลังบุกตรวจยึดรถเบนซ์ก่อนให้โจทก์ตามไปเคลียร์ค่าผ่อน 3 งวดซ้อนแต่รถกลับเครื่องพังขับไม่ได้และปฏิเสธความรับผิดชอบเอาดื้อ ๆ

                (15 มิ.ย.)นายเชาว์ มีขวด ทนายความชื่อดังอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ตนในฐานะทนายโจทก์ ได้ยื่นฟ้องธนาคารกรุงศรีอยุทธยา จำกัด (มหาชน) จำเลยต่อศาลแขวงนครศรีธรรมราช ฐานความผิดสัญญา,ละเมิด,สินไหมทดแทน,สิทธิครอบครองในกรณีที่นางประนอม ช่วยสงเคราะห์  อายุ 51 ปีอยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ 5 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สื่อมวลชนในท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ในคดีนี้เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นปี 2003  C180 หมายเลขทะเบียน กว 1527  นครศรีธรรมราช ตามสัญญาเช่าซื้อที่ 35-3515399 ฉบับลงวันที่27 มิถุนายน 2561 จากจำเลย รายละเอียดปรากฏตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ              

 




จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด(มหาชน) จดทะเบียน ณ สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจทางการเงินและให้เช่าซื้อรถยนต์ และเป็นผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นปี 2003 C180 หมายเลขทะเบียน กว 1527  นครศรีธรรมราช เมื่อระหว่างวันที่29 พฤษภาคม 2565  ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2565  เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยบังอาจกระทำความผิดต่อโจทก์ กล่าวคือ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2565  เวลากลางวัน จำเลยได้มอบหมายให้นายอนุสรณ์ ตาแก้ว กับพวก ตัวแทนจำเลย เข้าครอบครองและยึดรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นปี 2003 C180 หมายเลขทะเบียน กว 1527  นครศรีธรรมราช ไปเสียจากการครอบครอบครองของโจทก์ สาเหตุเพราะโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดกัน โดยขณะตรวจยึดนายอนุสรณ์ ตาแก้ว ได้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ทำการยึดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วปรากฏว่าว่ารถยนต์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามปกติ จึงได้ออกใบรับรองการตรวจยึดให้โจทก์ไว้ พร้อมกับแจ้งแก่โจทก์ว่าจะนำรถยนต์ของโจทก์ไปเก็บรักษาที่สถานที่เก็บรถสำนักงานสาขาของจำเลยเลขที่ 91/4 ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชและหากโจทก์ ประสงค์จะรับรถยนต์ดังกล่าวคืนให้นำเงินค่างวดค้างชำระทั้งหมดไปชำระแก่จำเลย ณ สำนักงานสาขาดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน หากไม่ชำระภายในกำหนดจำเลยจะนำรถยนต์ของโจทก์ออกขายทอดตลาดตามกฏหมายต่อไป หลังจากนั้นนายอนุสรณ์ ตาแก้ว กับพวก ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปเสียจากการครอบครองของโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือการยึดรถยนต์เลขที่ 150784

                        ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 265  โจทก์ได้เดินทางไปยังสำนักงานสาขาของจำเลยตามที่แจ้งนัดหมาย และได้ชำระเงินค่างวดค้างชำระทั้งหมดให้แก่จำเลยเป็นเงินจำนวน ๔๑,๐๐๐ บาท เพื่อนำรถยนต์กลับคืนสู่ความครอบครองของโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อต่อไป จำเลยได้รับเงินจากโจทก์ครบถ้วนแล้วจึงได้ออกหลักฐานการรับเงินให้แก่โจทก์และออกหลักฐานการปล่อยรถยนต์พร้อมทั้งส่งมอบกุญแจรถยนต์คืนแก่โจทก์ แล้วนำโจทก์ไปยังสถานที่เก็บรักษารถยนต์ของจำเลย ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับสำนักงานจำเลย รายละเอียดปรากกฎตามหนังสือหลักฐานการชำระเงินเลขที่ 0711291729868

                  เมื่อโจทก์ไปถึงสถานที่เก็บรักษารถและได้พบเห็นรถยนต์ของโจทก์ซึ่งจอดอยู่แล้ว โจทก์ได้ตรวจสภาพรถยนต์ทั้งภายนอกและภายในดูด้วยสายตาไม่มีอะไรผิดปกติ จึงได้ขึ้นไปนั่งเพื่อสตาร์ทเครื่องขับรถยนต์กลับ แต่ขณะที่โจทก์กำลังสตาร์ทเครื่องยนตร์ ปรากฏว่าสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ผิดปกติเครื่องสั่นสะเทือนและมีกลุ่มควันสีขาวออกจากท่อไอเสียจำนวนมากอีกทั้งระบบการทำงานล็อกไม่สามารถขับเคลื่อนได้ จึงแจ้งความผิดปกติให้จำเลยทราบในทันทีทันใด และได้เรียกร้องให้จำเลยรับผิดชอบแก้ไขให้เรียบร้อยเพื่อส่งมอบรถยนต์แก่โจทก์ในสภาพที่สมบูรณ์ เพราะเป็นความชำรุดเสียหายหรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในขณะรถยนต์อยู่ในความครอบครองของจำเลยอย่างแน่นอน เนื่องจากก่อนที่จำเลยจะ ยึดรถยนต์ไปเสียจากความครอบครองของโจทก์ รถยนต์ของโจทก์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้อย่างปกติ ยิ่งไปกว่านั้นในวันที่ นายอนุสรณ์ ตาแก้ว กับพวก ผู้แทนจำเลยทำการยึดรถนายอนุสรณ์ ตาแก้ว กับพวกก็ได้ตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงออกหนังสือรับรองให้โจทก์ยึดถือไว้ ซึ่งหลักฐานก็ระบุชัดว่ารถยนต์ของโจทก์มีสภาพสมบูรณ์และสามารถขับเคลื่อนออกจากสถานที่ยึดรถไปได้อย่างปกติ แต่จำเลยกลับปฏิเสธความรับผิดอย่างไม่มีเหตุผล โดยไม่รับผิดชอบค่าเสียหายหรือจัดการซ่อมแซมรถยนต์และส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่โจทก์ในสภาพสมบูรณ์ปกติ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้ได้รับความเสียหาย    

          


การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดโจทก์ จึงขอให้จำเลยซ่อมแซมและส่งมอบรถยนต์ให้แก่โจทก์ในสภาพสมบูรณ์ โดยใช้ช่างช่อมที่มีมาตราฐานจากศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อของโจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการก็ให้ชำระราคาค่าซ่อมแซมตามที่ช่างซ่อมจากศูนย์บริการรถยนต์ยี้ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ประเมินราคาค่าเสียหายไว้เป็นจำนวน 100,000 บาท เพื่อโจทก์จะได้นำเงินค่าเสียหายไปจับซ่อมด้วยตนเอง นอกจากนี้การที่โจทก์ไม่สามารถใช้รถยนต์ในทางปกติของโจทก์ได้ในระหว่างนี้อันเป็นความผิดของจำเลย โจทก์จึงขอให้จำเลยรับผิดชอบค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ในระหว่างนี้วันละ 1,000  บาท นับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2565 นับถึงวันฟ้องเป็นเงินจำนวน 9,000 บาท และค่าขาดประโยชน์ต่อเนื่องนับถัดจากวันฟ้องอีกวันละ 1,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี จนกว่าจำเลยจะส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่โจทก์ในสภาพสมบูรณ์ปกติหรือจนกว่าจำเลยจะชำระเงินจำนวน 100,000  บาทให้โจทก์ได้นำรถยนต์ไปซ่อมกลับมาใช้งานได้ในสภาพปกติ  โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับให้จำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล เพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งต่อไป

               นายเชาว์ มีขวด กล่าวอีกว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะว่าพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏมันชัดเจนมากนับตั้งแต่ ที่ตัวแทนจำเลยมายึดรถไปจากโจทก์ในวันนั้นได้มีการตรวจสภาพรถอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และตัวแทนจำเลยก็ได้ออกมบตรวจสภาพรถว่าในขณะที่ทำการตรวจยึดอยี่ในสภาพที่ปกติพร้อมใช้งานให้โจทก์ยึดถือหนังสือรับรองการตรวจสภาพไว้  ที่สำคัญที่สุดก็คือตัวแทนจำเลยก็สามารถขับรถยนต์ของโจทก์ไปจนถึงสำนักงานของจำเลยได้อย่างปลอดภัยและเป็นปกติไม่มีอะไรขัดข้อง เชื่อว่าในวันนั้นหากตัวแทนจำเลยตรวจพบว่ามีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายผมเชื่อว่าทางตัวแทนจำเลยก็ต้องคงแจ้งให้โจทก์ทราบในมทันทีทันใดนั้นเลย ผมเชื่อว่าความเสียหายเหล่านี้จำเลยจะมาปฏิเสธความรับผิดชอบแบบง่าย ๆ อย่างนี้ไม่ได้ เรื่องนี้ก็ถือเป็นคดีตัวอย่างอีกคดีหนึ่งที่เป็นคดีผู้บริโภคและชี้ให้เห็นชัดว่าเจ้าหน้าหนี้ที่เป็นไฟแนนท์ในฐานะผู้ให้บริการเอาเปรียบผู้บริโภคปัดความรับผิดโดยง่าย ๆ อย่างไม่มีเหตุผล.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค.นครศรีธรรมราช

                




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง