“ทิศย้อย”มือประหาร“พระกาโตะ”ออกโรงเรียกร้องสอบนักข่าวไร้จรรยาบรรณตามขุดคุ้ยถึงหลุมศพบุตรสาว

14 พ.ค. 2565


               “ทิศย้อย”มือประการ“พระกาโตะ”ออกโรงเรียกร้องสอบนักข่าวไร้จรรยาบรรณตามขุดคุ้ยถึงหลุมศพบุตรสาวหวังดิสเครดิตหยุดแฉคลิปกาโตะเสพเมถุน-ชี้ขาดความรู้เรื่องพุทธศาสนาและวินัยสงฆ์ตัดต่อเชื่อมโยงภาพในอดีตตอนเป็นฆราวาสกับภาพในกุฏิบิดเบือนข่าว-โชคดีได้สื่ออาวุโสเมืองคอนที่จบ ป.โทพุทธศาสนาช่วยปกป้องและชี้แจงทำความเข้าใจได้ทุกประเด็นก่อนตัดสินใจลาสิกขาเมื่อ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา

(14 พ.ค.) นายธวัฒน์พล ประเสริฐรติกุล หรือน้องเณรอินเดีย หรืออดีตพระย้อย อายุ 35 ปี ผู้นำคลิป พร้อมข้อความไลน์ สลิปการโอนเงิน มอบให้ผู้สื่อข่าวเปิดโปงพฤติกรรมพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดัง วัดเพญญาติเสพเมถุนกับสีกาตอง เพื่อต้องการให้พระกาโตะ มีสำนึกผิดชอบชั่วดียอมลาสิกขาบท ได้เข้าร้องเรียนกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าหลังจากที่ตนร่วมกับสื่อมวลชนในท้องถิ่นสังกัดสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นำคลิปและข้อความไลน์ สลิปการโอนเงินของพระกาโตะที่พูดคุยเรื่องการเสพเมถุนต้องปาราชิกจนเป็นข่าวฉาวโฉ่กว้างขวาง แต่กลับมีนักข่าวหลายช่องหลายสำนักทั้งในท้องถิ่นและจากส่วนกลางพยายามดิสเครดิตด้วยการตามทำข่าวปกป้องช่วยเหลือพระกาโตะและตามขุดคุ้ยประวัติของตนเองตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาสนำมาเชื่อมโยงกับตอนที่บวชเป็นพระเพื่อให้ดูว่าตนก็ทำผิดวินัยสงฆ์มีอาบัติเหมือนกัน หากพระกาโตะสึกตนก็ต้องสึกด้วยทั้ง ๆ ที่ตนต้องอาบัติเบาสามารถปลงอาบัติได้ในขณะที่พระกาโตะต้องหาอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระบวชไม่ได้อีกตลอดชีวิต     

        




  “เขาทำทุกวิถีทางในการกดดันตนมีการนำภาพเก่าที่ตนเป็นฆราวาสเมื่อ 4-5 ปีก่อน มาตัดต่อเชื่อมโยงกับภาพภายในกุฏิพร้อมอธิบายยืนยันว่าเป็นภาพปัจจุบัน  เขาตามขุดคุ้ยประวัติตนลุกลามจนกระทบไปถึง “ครูบี” ภรรยาที่เคยสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ฉวาง แม้แต่หลุ่มฝังศพบุตรสาวตนที่เสียชีวิตในท้องครูบีด้วยวัย 5 เดือนที่ฝังในวัดแห่งหนึ่งก็ยังถูกนักข่าวกลุ่มนี้ตามไปขุดคุ้ยนำเสนอข่าวอย่างใหญ่โต ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนและครูบีเป็นอย่างมาก  นักข่าวกลุ่มนี้ทำข่าวโดยขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องพระพุทธศาสนาและวินัยสงฆ์ ไม่รู้เรื่อองอาบัติเบา อาบัติหนัก โทษในการอาบัติแต่ละอย่างเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับกรณี “หลวงปู่แสง ญาณวโร” ที่ทางกองบรรณาธิการของแต่ละสังกัดการสอบจริยธรรมจนสักพักงานและสั่งปลดนักข่าว 2-3 ช่องพ้นสภาพการเป็นนักข่าวไปแล้ว 

               นายธวัฒน์พล หรือ ทิศย้อย กล่าวอีกว่า ในช่วงนั้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ถูกตามขุดคุ้ย นำเสนอข่าวบิดเบือนจากข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง สงสารครูบี ภรรยาและสงสมารวิญญาณของบุตรสาวที่ถูกตามคุกคามรบกวนถึงหลุมศพ นักข่าวไร้ซึ่งจรรยาบรรณและไม่มีความรู้เรื่องวินัยสงฆ์เลย มาทำข่าวแบบนี้ได้อย่างไร  ตนอยากให้นักข่าวเหล่านี้ไปศึกษาทำความเข้าใจเรื่องพระพุทธศาสนาและวินัยสงฆ์ให้มากกว่านี้จะได้มีจำตสำนึกมีขรรยาบรรณในการทำข่าวมากกว่านี้   อย่างไรก็ตามถือว่าตนโชคดีที่มีผู้สื่อข่าวอาวุโสในท้องถิ่นที่เขาจบปริญญาโทพุทธศาสตร์มหาบัณฑิต คอยช่วยเหลือปกป้องและช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มนักข่าวจนทำให้บางส่วนเข้าใจและลดการติดตามขุดคุ้ยตนและครอบครัว ทำให้ตนรู้สึกสบายใจขึ้นมาก โดยเมื่อตนเคลียร์ทุกประเด็นจนสังคมเข้าใจตนจึงตัดสินใจลาสิกขาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2565ที่ผ่านมา แต่อยากให้มีการสอบสวนจริยธรรมนักข่าวเหล่านั้นด้วยซึ่งมีคลิปข่าวที่ถูกนำเสนอเป็นหลักฐานตรวจสอบได้ชัดเจน  

            


“ตนตั้งใจบวชเพื่อสงบสติอารมณ์และอุทิศบุญกุศลให้กับบุตรสาวที่ตาย จึงมุ่งมั่นในการทำความดีปกป้องพระพุทธศาสนาแม้สุขภาพร่างกายจะไม่แข็งเรง และไม่มีที่พึ่งอยู่ตัวคนเดียว จะมีแต่ครูบีที่คอยดูแลรับส่งไปโรงพยาบาลหลายครั้งที่ครูบีเลิกจากสอนหนังสือเด็กช่วงเย็น 4-5 โมงต้องขับรถเกือบ 100 กม.มานำตนจากวัดไปส่ง รพ.กว่าจะเสร็จสิ้นก็ดึกดื่นแต่ตนก็มีหลักฐานใบรับรองแพทย์ทุกครั้ง ซึ่งตอนเป็นพระตนเคยเดินบิณฑบาตหน้ามืดเป็นลมหกล้มและมีญาติโยมช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ตนยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดหรือพฤติกรรมในการทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง ตนมีสำนึกและแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ด้วยตนเอง แต่จำเป็นต้องนั่งวรถไปกับครูบีเพื่อไปโรงพยาบาล คนที่เห็นไม่รู้ข้อเท็จจริงอาจจะมองว่าไม่เหมาะสม และตนก็ยอมรับว่าต้องอาบัติแต่ก็อาบัติเบาปลงอาบัติได้ไม่ยาก  แต่จะไปเปรียบเทียบกับกรณีเสพเมถุนต้องปาราชิกเหมือนกับพระกาโตะไม่ได้ นักข่าวส่วนกลางเขาไม่รู้ ไม่เข้าใจต้องการให้ตนสึกเหมือพระกาโตะ”

               อดีตพระย้อย ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้มีญาติโยมจำนวนมากให้กำลังและให้ตนกลับมาบวชอีกครั้ง แต่ตนขออยู่เป็นฆราวาสไปก่อน เป็นพระหรือเป็นฆราวาสก็สามารถทำความดี ปกป้องพระพุทธศาสนาได้เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันมีพระวัดหนึ่งที่เป็นผู้ตรวจสอบคนที่จะบวช โดยไม่สนใจเรื่องประวัติ ไม่มีการตรวจปัสสาวะนำพวกทาสยาเสพติดเข้ามาบวชจำนวนมาก พระอุปัชฌาย์ก็ไม่ตรวสอบใด ๆ จึงอยากจะฝากคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นการปกป้องพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง สำหรับตนจะเป็นเจ้าภาพบวชให้เยาวชนที่ครอบครัวยากจนในวันนี้ (14 พ.ค.)จำนวน 1 นาคที่พระอุโบสถวัดหน้าพระลาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายธวัฒน์พล หรือทิศย้อยกล่าวในที่สุด.

 

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

                     




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน