ปัญหา“วัดทุ่งแย้เมืองคอน”ยุติชื่นมื่น 2 เจ้าอาวาสเก่า,ใหม่เคลียร์ใจจับมือพัฒนาวัด-ทุกฝ่ายชี้ซัดปัญหามาจากคณะสงฆ์เฉื่อย

13 พ.ค. 2565


               ปัญหาวัดทุ่งแย้ จ.นครศรีธรรมราช ยุติชื่นมื่น 2 เจ้าอาวาสเก่า,ใหม่เคลียร์ใจไม่ติดยึดกับตำแหน่งจับมือพัฒนาวัดเป็นศูนย์กลางจิตใจชาวพุทธทุกฝ่ายชี้ซัดปัญหาจากคณะสงฆ์เฉื่อยปล่อยปัญหาคาราคาซัง 4 ปี

                จากปัญหาวัดทุ่งแย้ (มหานิกาย) ที่ไร้เจ้าอาวาสมาเกือบ 4-5 ปีหลังจากเจ้าคณะจังหวัดมีคำสั่งปลดเจ้าอาวาสรูปเดิมตั้งแต่ปี 2561 จนกระทั้งเจ้าคณะตำบลมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ขึ้นมีผลในวันที่ 25 มีนาคม 2565 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลโพธิ์เสด็จ และชาวบ้านร่วมประชุมรับทราบเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565 โดยมีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช มาร่วมชี้แจงว่าทางวัดค้างชำระค่าไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2563 รวม 18 เดือน ต่อมาอดีตเจ้าอาวาสได้นำเงินไปจ่ายค่าไฟของปี 2563 จำนวน 3 เดือน ทำให้ยอดคงค้างเหลือ 15 เดือน ประกอบด้วยของปี 2564 จำนวน 12 เดือน ของปี 2565 รวม 3 เดือน (ถึงมีนาคม) รวมเป็นเงิน 119,821.70 บาท  ซึ่งที่ประชุมมีมติว่าจะรวมกันทอดผ้าป่าสามัคคีในวันวิสาขบูชา วันที่ 15 พ.ค. 2565 โดยนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ รับเป็นเจ้าภาพหลักทอดผาป่าสามัคคีในวันวิสาขบูชา ตรงกับวันที่ 15 พ.ค. 2565 เพื่อระดมปัจจัยนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าวัดทุ่งแย้ ภายในไม่เกินวันที่ 30 พ.ค. 2565 ตามที่ทำบันทึกข้อตกลงไว้กับการไฟฟ้า  แต่ในที่สุดต้องประกาศเลื่อนออกไปเพราะทางเจ้าอาวาสรูปเก่าได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งปลดออกจากตำแหน่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

               (13 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนัฐภาคย์  ไกรนุกูล หรือ “กำนันปาน”กำนัน ต.โพธิ์เสด็จ พร้อมผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.โพธิ์เสด็จ คณะกรรมการวัด ได้เดินทางไปยังวัดทุ่งแย้พบกับพระอรุณ ปมํกโร  หรือ “พ่อหลวงลอบ” รักษาการเจ้าอาวาสที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ รวมทั้งพระมงคล อุตตโม หรือ “พ่อท่านกั้ง”  อดีตเจ้าอาวาสอยู่ภายในวัด เพื่อรอพบผู้ประกอบการเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งอย่างพร้อมหน้า และในวันนี้ทางผู้ประกอบการ ฯจะเดินทางเข้ามาติดตามทวงหนี้จากทางวัดและทราบว่าได้มีการแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากมีผู้ประกอบการร้านเฟอร์นิเจอร์จากกรุงเทพมหานคร เดินทางมาติดตามทวงหนี้ค่าเฟอร์นิเจอร์ที่พระมงคล อุตตโม อดีตเจ้าอาวาสสั่งซื้อแต่ยังจ่ายเงินไม่ครบเหลือ 90,000 บาทเศษ ซึ่งพระมงคล อุตตโม ยืนยันว่าพร้อมที่จะจ่ายหนี้ทั้งหมดทันที

               โดยเมื่อผู้ประกอบการ ฯเดินทางมาพระมงคล อุตตโม ได้นำเงินที่ค้างกว่า 90,000 บาทมาจ่ายให้กับผู้ประกอบการจนครบถ้วน มีการถ่ายภาพและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และทางผู้ประกอบการ ฯยืนยันว่าจะเดินทางไปถอนแจ้งความกับตำรวจก่อนจะรีบเดินทางออกจากวัดไปอย่างรวดเร็ว

               หลังจากนั้นนายนัฐภาคย์  ไกรนุกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 พระมงคล และพระอรุณ พร้อมคณะกรรมการวัด ได้เชิญนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมมาเป็นสักขีพยานด้วยในการเจรจาเคลียร์ปัญหาอื่น ๆ ของวัดที่คาราคาซังมายาวนาน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวัดและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและการพัฒนาวัดทุ่งแย้ เพื่อให้ได้ข้อยุติจะได้ร่วมกันพัฒนาวัดทุ่งแย้ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนต่อไป  

             




พระมงคล อุตตฺโม กล่าวว่า เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) มีคำสั่งปลดอาตมาพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2561 ตามคำสั่งเลขที่ 114/2561 อาตมาได้ทำหนังสืออุทธรณ์คำสั่งถึงเจ้าคณะภาค 16 ว่าคำสั่งปลอดอาตมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพะราะไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของอาตมาใด ๆ ก่อนที่จะสรุปความผิดและมีคำสั่งปลดอาตมา จนเรื่องเงียบหายไป และทางคณะสงฆ์ก็ไม่ได้แต่งตั้งพระรูปใดมาทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาส ในระหว่างนั้นอาตมาที่อาวุโสสูงสุดก็จัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวัดตามปกติ ทั้งงานประเพณี  ทอกกฐินผ้าป่า และอื่น ๆ จนเมื่อวันที่ 25 มี.ซค. 2565 ทางเจ้าคณะตำบลโพธิ์เสด็จ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งตั้งพระอรุณ ปมํกโร หรือ “พ่อท่านลอบ” ซึ่งเป็นเสมือนลูกศิษย์อาตมารูปหนึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส และพระอรุณ ได้มีการแต่งตั้งไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัดชุดใหม่ขึ้นมา 1 ชุด อาตมาได้ทำเรื่องยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยอ้างถึงคำสั่งเดิมที่ปลดอาตมาเมื่อเดือนธันวาคม 2565

               “อาตมาไม่มีปัญหาใด ๆ แม้ พระอรุณ หรือ “น้าหลวงลอบ” จะมีอายุมากกว่าอาตมามาก แต่น้าหลวงลอบเพิ่งบวชจะเป็นพระและมีพรรษาน้อยกว่าอาตมาและเป็นเหมือนลูกศิษย์อาตมา โดยที่ผ่านมาตอนที่อาตมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสก็มอบมหายให้นาหลวงลอบรับผิดชอบกิจการต่าง ๆ ในวัด และแนะนำสั่งสอนให้น้าหลวงลอบทุกเรื่องเกี่ยวกับการประกอบศาสนาพิธีต่าง ๆ  เมื่อน้าหลวงลอบได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสก็ถือว่ามีอำนาจเต็มสามารถดำเนินการทุกเรื่องได้ อาตมมาไม่มีปัญหาใด ๆ และพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ ให้ความร่วมมือในทุกเรื่องในฐานะที่มีประสบการณ์เป็นเจ้าอาวาสมาก่อน  วันนี้อาตมาเป็นแค่พระลูกวัดเท่านั้น แต่ขออยู่จำพรรษาวัดทุ่งแย้ต่อไป แต่ดูเหมือนจะมีบุคคลจำนวนหนึ่งพยายามขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ  เดิม ๆ ขึ้นมาเพื่อให้อาตมาขัดแย้งกับน้าหลวงลอบ โดยอาจจะมีการตั้งธงต้องการให้อาตมาออกไปจากวัด  หากอาตมาแตกกแยกขัดแบ้งกับน้าหลวงลอบก็จะทำให้สงฆ์แตกแยกชาวบ้านก็แตกแยกเป็น 2 กลุ่มไม่เป็นผลดีต่อวัดและพระพุทธศาสนาเลย  น้าหลวงลอบและอาตมาก็จะเสื่อมเสียศรัทธาจากชาวบ้านเหมือนสาดน้ำเข้าหากัน โดยสรุปมันไม่เป็นผลดีใด ๆ เลย เพราะทั้งอาตมาและนาหลวงลอบมีเป้าหมายเดียวกันคือ “การพัฬนาวัด” โดยวัดจะต้องดำรงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธต่อไป อย่าเอาเรื่องส่วนตัว เรื่องตัวบุคคลมาเกี่ยวข้อง วันนี้วัดทุ่งแย้ไม่มีอาตมา หรือไม่มีน้าหลวงลอบ วัดทุ่งแย้ก็ยังอยู่เป็นวัดคาพุทธผศาสนาต่อไป”   

           


พระมงคล อุตตโม กล่าวอีกว่า เรื่องที่กล่าวหาว่าอาตมาขายเรือพนมพระของวัดไป และมีข่าวว่ามีการแจ้งความอาญาอาตมาเพื่อให้ทางตำรวจเรียกอาตมาไปรับทราบข้อหล่าวหาทางอาญา และจะมีการชักชวนชาวบ้านมาประท้วงขับไล่อาตมาออกจากวัดและนำไปสู่การสึกจากพระ เรื่องนี้อาตมาไม่ได้หวั่นไหวใด ๆ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาอาตมาตั้งใจในการจัดกิจกรรมของวัดเพื่อพัฒนาและให้วัดเป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง โดยสร้างเรือพนมพระนำเข้าประกวดหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับรางวัลชนะเลิศ 1-3 ต่อเนื่องทุกปี การจัดทำในแต่ละปีอาตมาพร้อมน้าหลวงลอบและพระในวัด พุทธศาสนิกชนเข้ามาบช่วยกันหามรุ่งหามค่ำ แต่ไม่เคยมีผู้นำในท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือแม้แต่น้อย แต่อาตมาก็ไม่ได้ติดใจใด ๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมประเพณีชักพระและกิจกรรมอื่น ๆ ทำให้วัดเป็นที่รู้จักและมีคณะกรรมการวัดจากต่างจังหวัดมากมายเข้ามาสอบถามศึกษาเรียนรู้การจัดทำเรือพนมพระ  แต่ในช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะปีที่แล้วไม่สามารถดำเนินการกรรมประเพณีชักพระได้ ประกอบกับอาตมาคิดจะเปลี่ยนบุษบกเรือพนมพระวัดทุ่งแย้ใหม่  อาตมาจึงมอบบุษบกเรือพนมพระของวัดให้กับวัดบูรณารามไป และจะทำใหม่ให้สวยงามกว่าเดิมมั่นใจว่าสามารถทำแล้วเสร็จได้ภายใน 1-2 เดือนเท่านั้น หากจะเอาประเด็นนี้ไปแจ้งความก็ได้ อาตมาพร้อมชี้แจงและสู้คดีจนถึงที่สุด

ในขณะที่พระอรุณ หรือพ่อหลงลอบ” กล่าวว่าอาตมาไม่มีปัญหากับท่านกั้ง ที่ผ่านมาร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาวัดมาโดยตลอด และอาตมาไม่ยึดติดกับตำแหน่งใด ๆ และยืนยันว่าหากในอนึตทางคณะสงฆ์จะพิจารณาแต่งตั้งท่านกั้ง กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอีกครั้ง ก็ไม่มีปัญหา อาตมาก็กลับไปเป็นพระลูกวัดเกหมือนเดิม และทำวานช่วยเหลือพัฒนาวัดได้ไม่มีปัญกาใด ๆ ทั้งสิ้น  แต่ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรักษาการก็ต้องดำเนินการบริหารจัดการภายในวัดไปตามอำนาจหน้าที่ และหากมีอะไรติดขัดไม่ใจก็จะขอคำปรึกษาท่านกั้งอดีตเจ้าอาวาสได้ทุกกรณี

นายษัฐพากย์ ไกรนุกูล หรือ “กำนันปาน” กำนัน ต.โพธิ์เสด็จ กล่าวว่า ดีใจที่สามารถเคลียร์ใจกับทุกคนทุกฝ่ายเพื่อยุติปัญหาและเริ่มนับหนึ่งในการช่วยกันพัฒนาวัดทุ่งแย้ให้เจริญเป็นที่รู้จักและศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธตลอดไป  ทั้งนี้ขอให้คนทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย พระอรุณ หรือพ่อหลวงลอบ รักษาการเจ้าอาวาส ก็ทำหน้าที่ที่คณะสงฆ์มอบหมายไป ในส่วนพระสงฆ์ในวัดก็ต้องหันกลับมารักสามัคคี เพราะจำพรรษาอยู่วัดเดียวกันหากขัดแย้งไปคนละทิศละทางปัญหาก็ไม่จบ เหมือนในครอบครัวลูกหลายคนขัดแย้งไม่ลงรอยกันคนที่เป็นพ่อแม่ก็ทุกข์ใจ และต้องหาวิธีการแก้ปัญหาให้ได้ ซึ่งต่อไปมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาคณะกรรมการวัด ปรึกษาท่านกั้ง อดีตเจ้าอาวาส ช่วยกันคนละไม้ละมือปัญหาอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ คิดหาทางร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหากันลุล่วงไปได้ วันนี้ถือว่าปัญหาความแย้งในวัดทุ่งแย้จบลงด้วยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเจรจาเคลียร์ใจกันทุกฝ่ายสรุปตรงกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคณะสงฆ์และหน่วยงานที่มีอำนาจเกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการให้ปัญหายุติโดยเร็วเพื่อป้องกันการลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตตามที่วงการพระสงฆ์กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ความจริงตั้งแต่เจ้าคณะจังหวัดมีคำสั่งปลดพระมงคล พ้นเจ้าอาวาสเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ก็ควรจะแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสรับผิดชอบทำหน้าที่บริการจัดการวัดต่อไป ส่วนจะแต่งตั้งพระมงคล หรือท่านกั้ง กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอีกหรือไม่ก็เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ที่จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่กลับปล่อยไว้ยาวนาน 4 ปี จนปัญหาภายในวัดหมักหมมเพิ่มมากขึ้น จนเพิ่งมาแต่งตั้งพระอรุณ หรือ “ พ่อท่านลอบ”รักษาการเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา ทุกเรื่องที่กลายเป็นปัญหาจนเป็นข่าวฉาวโฉ่ทางสื่อมวลชนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ วัด และพระพุทธศาสนาต้นเหตุมาจาก “คณะสงฆ์”และหน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบเกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วตามที่ควรจะเป็น.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

            




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน