สึกแล้ว“หลวงพี่ย้อย”ผู้แฉคลิปเปิดโปง อดีต “พระกาโตะ” เสพเมถุนสีกาตองในรถบนสันเขื่อนกะทูน

11 พ.ค. 2565


 สึกแล้ว“หลวงพี่ย้อย”ผู้แฉคลิปเปิดโปง อดีต “พระกาโตะ” เสพเมถุนสีกาตองจนพระกาโตะยอมสึกจากพระและถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์วัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช-เผยเลือกสุกที่วัดคงคาเลียบเพราะเกี่ยวข้องกับ 2 ปูชนียบุคคลทั้งทางโลกและทางธรรม “ สมเด็จหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพร้อมยืนยันทำแต่ความดีปกป้องพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

               จากกรณีพระธวัฒน์พล จกฺกวโร หรือ “ พระย้อย ” พระผู้เปิดโปงคลิปฉาวพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดัง วัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง ที่เสพเมถุนกับสีกาตอง จนเป็นข่าวฉาวโฉ่ สะเทือนวงการสงฆ์ กระทั้งพระกาโตะ ตัดสินใจสึกจากพระ อย่าไรก็ตามพระย้อย กลับเจอวิบากกรรมถูกเจ้าอาวาสวัดหน้าพระลาน ให้พิจารณาออกจากวัดถึง 2 ครั้ง  และถูกสื่อมวลชนขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวของพระย้อยทั้งในขณะเป็นฆราวาสและบวชเป็นพระ แต่สุดท้ายพระย้อย ก็สามารถชี้แจงในทุกประเด็นได้ทั้งหมด ตามที่ปรากฏในข่าวนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 06.30  น.วันที่ 11 พ.ค.65 ที่วัดคงคาเลียบ หมู่ 3 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พระธวัฒน์พล จกฺกวโร หรือ “ พระย้อย ” อายุ 35 ปี  เดินทางเข้าทำการลาสิขาบท โดยพระย้อย กล่าวคำปลงอาบัติจนถึงฤกษที่กำหนดเวลา 07.09 ถึงเวลา 07.30 น. จึงเข้ากราบนมัสการพระครูสมุห์พิสิทธิ์ อนาลโย เจ้าอาวาสวัดคงคาเลียบ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธภาคใต้ รองประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และพระสุธีร์ สุธีโร พระลูกวัดคงคาเลียบ ได้ร่วมประกอบพิธีลาลิกขาบทเป็นคฤหัสถ์หรือฆราวาสตามขั้นตอนจนแล้วเสร็จ  ก่อนจะสวมชุดสีขาวและอยู่ในอาการสำรวมสงบ โดยมีผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมด้วย

 


                

เจ้าอาวาสมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดพร้อมข้อคิดในการใช้ชีวิตฆราวาส



พระครูสมุห์พิสิทธิ์ อนาลโย เจ้าอาวาสวัดคงคาเลียบ ได้มอบวัตุมงคล หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จำนวน 3 องค์ให้นายธนวัฒน์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเตือนใจเตือนสติในการใช้ชีวิตช่วงที่เป็นฆราวาส พร้อมกล่าวเทศนาให้ข้อคิดแนะนำพระย้อยว่า “อย่าเปิดหู เปิดตา เปิดปากทุกเรื่อง เพราะการเปิดปากทุกเรื่องอาจะนำมาสู่ความวุ่นวาย เดือดร้อนได้ ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายประเทศไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้คนไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม จริยธรรมอันดี พระพุทธทาส กล่าวไว้ว่าศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะวินาศ หากศีลธรรมกลับมาโลกาจะสงบสุขธนบัตรอาจจะเปิดแง้มประตูห้องขังได้ เปิดประตูคุกหรือกระบวนการยุติธรรมได้ แต่ไม่สามารถเปิดกฎแห่งกรรมได้  แม้กฎหมายเมืองไทยไม่แต่กฎแห่งกรรมศักดิ์สิทธิ์เสมอ หลังจากนี้ก็ให้กฎแห่งกรรมได้ทำหน้าที่ของมันต่อไป เพราะไม่มีใคร ไม่มีเงินที่ไหนจะสามารถซื้อกฎแห่งกรรมได้ ที่สำคัญทุกคนไม่สามารถหลบหนีได้

               หลังจากนั้นนายธวัฒน์พล  หรืออดีต “พระย้อย” ได้เดินทางไปยังท่าน้ำหน้าวัดคงคาเลียบ สถานที่ก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะให้อาหารปลา และสัตว์ กราบพระประธานในศาลาโรงธรรม กราบรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์  (โต พฺรหฺมรํสี ) หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ และพระครูบาแก้ว รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในวัดคงคาเลียบ  จากนั้นเข้ากราบขอบพระคุณ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่มาช่วยงานในวัดคงคาเลียบอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน  ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 19 หมู่ 3 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เข้ากราบขอพรคุณทวดส้มนวล นางนวล อายุ 99 ปี คุณทวด 5 แผ่นดิน ที่ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาคุณทวดส้มนวล และญาติ ๆ รวม 13 คนติดโควิด โดยทุกคนต่างเป็นห่วงคุณทวดส้มนวลเป็นอย่างมากเนื่องจากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว   แต่คุณทวดส้มนวลสามารถสู้จนชนะหายขาดจากโรคโควิดกลับมามีสุขภาพแข็งแรงอย่างเหลือเชื่อและนายธวัฒน์พล ยังเข้ากราบขอพระคุณยายเนียน นางนวล อายุ 78 ปี บุตรสาวคนโตของคณทวดส้มนวล อีกด้วย

 


             


  นายธวัฒน์พล หรือทิดย้อย กล่าวว่า ที่ตนเลือกวัดคงคาเลียบหมู่ 3  ต.ท่าซัก อ.เมือง เป็นสถานที่ลาสิกขาบท เนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่มีประวัติความเป็นมาเชื่อมโยงกับ 2 ปูชนียบุคคลของประเทศทั้งทางโลกและทางธรรม โดยทางโลกคือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ยกทัพขึ้นเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อรวบรวมไพล่พลกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยา ได้เป็นผลสำเร็จ และทางธรรมคือ สมเด็จหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เมื่อครั้งมาพักนักจำพรรษาที่สำนักเรียน วัดเสมาเมือง และเดินทางเข้าศึกษาต่อที่กรุงศรีอยุธยา โดยมานั่งรอเรือสำเภา “ นายอิน ” ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ริมแม่น้ำหน้าวัด หรือ “ คลองท่าซัก ” ก่อนลงเรือขนาดเล็กไปขึ้นเรือสำเภานายอิน ที่ปากน้ำปากพญา จนสร้างตำนาน “ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ” กลายเป็นพระอริยสงฆ์ในบวรพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน

               “ ก่อนที่ตนบวชอุทิศบุญกุศลให้บุตรสาวที่เสียชีวิตในท้องครูบี ภรรยา คนทั่วไปจะรู้จักตนในนาม “น้องเณรอินเดียว” เพราะเคยประกอบอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยว 4 สังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาล มานานหลายปี โดยหลังจากสึกกลับมาเป็นฆราวาสอีกครั้งตนจะเดินหน้าทำความดี มีจิตอาสาช่วยเหลือสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ในสังคมส่วนรวม โดยเฉพาะการทำนุบำรุงศาสนา และจะมุ่งมั่นปกป้องพระพุทธศาสนาในฐานะพุทธศาสนิกชนตลอดไป  ส่วนกรณีการตรวจสอบอดีตพระกาโตะหรือ “สมีกาโตะ ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และหากทางเจ้าหน้าที่จะขอสอบปากคำตนเพิ่มเติม  ตนยินดีที่จะให้ความร่วมมือไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ต่อไป  ตนขอกราบเรียนเชิญผู้ใจบุญทั้งหลายร่วมบุญบวชเยาวชนที่ฐานะยากจน ซึ่งตนจะเป็นเจ้าภาพและออกค่าใช้จ่ายในการบวชให้กับครอบครัวดังกล่าว ในวันที่ 14 พ.ค. 2565  ณ.อุโบสถวัดหน้าพระลาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช”นายธวัฒน์พล กล่าวในที่สุด.

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช

      

              



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง