พระครูชี้แจง! รถทะเบียนสวย เงินส่วนตัวจากกิจนิมนต์ ตำแหน่งเจ้าอาวาสและอุปัชฌาย์ สะสมซื้อ (มีคลิป)

10 พ.ค. 2565

เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม ชี้แจง!  ป่วยโรคประจำตัวพูดไม่ชัด ทำชาวบ้านไม่เข้าใจ รถยนต์เก๋ง 7 ที่นั่งทะเบียนสวย เงินส่วนตัวจากกิจนิมนต์ เงินตำแหน่งเจ้าอาวาส เงินพระอุปัชฌาย์และเงินสอนวิชาศิลธรรม เพียงพอต่อการผ่อนรถยนต์รายเดือน  ยันเงินสมุดบัญชีวัดเหลือกว่า 1 แสน อดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดูแล เก็บเงียบไม่ชี้แจง เบี้ยวหนีประชุมหมู่บ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้าน  3 สมัย สท. 10 ปี ยันพระครูบริสุทธิ์ ซื้อรถยนต์ ภรรยาผู้ค้ำ ผ่อนหมดและโอนให้น้องชายเจ้าอาวาสไปแล้ว

วันที่ 10 พฤษภาคม 65 ที่วัดใหม่เจริญธรรม หมู่3 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม เจ้าคณะตำบลคุ้งตะเภา กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคุ้งตะเภารวมตัวกันกล่าวหาถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการใช้เงินวัด และเรื่องรถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคากว่า 1ล้านบาท ติดแผ่นป้ายทะเบียนประมูล และพร้อมจะขับไล่ให้ออกจากวัดว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องการทราบคือเรื่องเงินสำหรับใช้จ่ายปรับปรุงซ่อมแซมอุโบสถ์และเรื่องรถยนต์ 7 ที่นั่งป้ายทะเบียนประมูล เรื่องนี้ได้เตรียมชี้แจงต่อเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศานาจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม กล่าวว่า ขอเรียนชี้แจงว่า ได้ขอดูสมุดบัญชีจากไวยาวัจกรซึ่งเป็นผู้ดูแลและเก็นรักษาเงินวัดเอาไว้ ทางวัดมีสมุดบัญชี จำนวน 2 เล่ม สมุดบัญชีเล่มแรกเป็นสมุดบัญชีรับฝากทั่วไป เป็นเงินจากกฐิน ผ้าป่าและบริจาค สมุดบัญชีที่2 เป็นสมัดบัญชีสำหรับบูรณะอุโบสถของวัดใหม่เจริญธรรรม สมุดบัญชีเล่มนี้เปิดตั้งแต่ พ.ศ.2561 อุโบสถที่เห็นอยู่นี้มันเกิดการแตกมีรอยร้าวและชำรุด จึงได้ติดต่อกับพระวัดป่าสักเรไร ขอให้ช่วยหาเจ้าภาพในการบูรณะอุโบสถให้ จึงได้ติดต่อคณะศรัทธาที่เป็นลูกศิษย์ พร้อมหาช่างมาประมูลซ่อมอุโบสถให้ในราคา 600,000 บาท ระหว่างเจ้าภาพกับช่าง ระหว่างนี้ เจ้าภาพให้ทางวัดเปิดสมุดบัญชีซ่อมอุโบสถขึ้นมา 1 เล่ม  จึงได้ชักชวนไวยาวัจกรและผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นพร้อมโยมอีก 2 คน เปิดสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสอุตรดิตถ์ เพื่อนำเงินที่คณะศรัทธานำเงินมาร่วมทอดผ้าป่า รวม 3 ครั้ง/ 200,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท

" เพื่อนำเงินเข้าสมุดบัญชีเล่มนี้ สมุดบัญชีเมื่อเปิดแล้วได้มอบให้ทางผู้ใหญ่บ้านเก็บรักษา ช่วงที่ซ่อมอุโบสถได้เบิกจ่ายไปเป็นเงิน จำนวน 600,000 บาท ช่วงที่เปิดสมุดบัญชีใหม่ ผู้ใหญ่บ้านขอหนังสือมอบอำนาจจากทางธนาคารมาให้ เจ้าอาวาสจึงได้เซ็นอนุญาตให้คณะกรรมการทั้ง 4 คน สามารถเบิกจ่ายเงินได้ โดยที่ไม่ต้องมีเจ้าอาวาสไปเบิกทุกครั้งด้วยความไว้วางใจเนื่องจากเป็นผู้ใหญ่บ้านหลังจากซ่อมอุโบสถเสร็จแล้วผู้ใหญ่บ้านก็เก็บสมุดบัญชีเอาไว้จนถึงปัจจุบัน

สำหรับสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ทางวัดใหม่เจริญธรรมเปิดไว้นั้น เปิดที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสอุตรดิตถ์ ประเภท  ออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บูรณะอุโบสถวัดใหม่เจริญธรรม เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561 โดยมี 5 คน ประกอบด้วย 1.พระครูสุจิตพัฒนพิธาน เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม 2.นายเถลิงศักดิ์  จันทร์เจียวใช้ ไวยาวัจกร 3.นายกาย  มีประไพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่3 บ้านป่าขนุน  4.ร.ต.ท.บุญเชิดสวรรค์ไพบูลย์ กรรมการวัดใหม่เจริญธรรม 5.นายพิธี  มีไล้ กรรมการวัดใหม่เจริญธรรม โดยมีเงื่อนไขการเบิกถอนลงนาม 3 ใน 5 คน" พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน

พระครูชี้แจง! รถทะเบียนสวย เงินส่วนตัวจากกิจนิมนต์ ตำแหน่งเจ้าอาวาสและอุปัชฌาย์

พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน  กล่าวว่า ตามที่เข้าใจว่ามีเงินเหลืออยู่ในสมุดบัญชีธนาคารตามที่ได้ออกใบอนุโมทนาบัตรรวมยอดได้ 664,500 บาท ขณะเดียวกันผู้ใหญ่บ้าน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ญาติโยมร่วมสมทบทุนในการซ่อมอุโบสถในปี พ.ศ.2563 และได้สอบถามยอดเงินในปีเดียวกันว่ามีเงินเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ ผู้ใหญ่ตอบว่าเหลือเงินจำนวนกว่า 50,000 บาท รวม 2 ยอด 2 สมุดบัญชีประกว่า 100,000 บาท เมื่อทราบจำนวนเงินจึงอยากทาสีอุโบสถ เนื่องจากสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 มาถึงปัจจุบันนี้กว่า 20 ปีแล้ว จึงได้สอบถามหาสมุดบัญชีมีเงินเหลือเท่าไหร่ พร้อมขอให้นำสมุดบัญชีทั้ง 2 เล่มมาให้  จะได้ดูว่าเงินในสมุดบัญชีทั่วไปและเงินในสมุดบัญชีซ่อมอุโบสถเหลือเท่าไหร่ ทางผู้ใหญ่บ้านนำมาให้เพียงฉบับเดียวคือ สมุดบัญชีฉบับทั่วไป แต่สมุดบัญชี้ซ่อมอุโบสถแจ้งบอกว่าหายไป จึงไม่สามารถดูตัวเลขยอดเงินที่เหลือในสมุดบัญชีได้

พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน กล่าวด้วยว่า จึงสั่งให้ค้นหาสมุดบัญชีเล่มนี้ให้ได้พร้อมเชิญมาประชุมร่วมกันทั้งไวยาวัจกรและเจ้าอาวาสวัดด้วย เพื่อหาทางออกว่าสมุดบัญชีเล่มที่หายไปจะรู้ได้ยังไงว่า เงินในสมุดบัญชีนั้นมีจำนวนเหท่าไหร่และจะเบิกได้อย่างไร จึงได้ออกหนังสือ 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 24 เมษายน ครั้งที่2 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 65 ได้รับคำตอบกลับมาว่า ขอชี้แจงในการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม กระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา

" ผู้ใหญ่บ้านปัจจุบันได้เรียกประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน มีวาระเกี่ยวกับเรื่องของเงินวัดอยู่ในวาระที่5 จะให้เจ้าอาวาสไปร่วมฟังการชี้แจง และการที่จะให้เจ้าอาวาสไปร่วมชี้แจงการประชุมไม่ใช่กิจการของวัด ตั้งแต่มีเจ้าอาวาสวัดและผ่านผู้ใหญ่บ้านมาแล้วถึง 4 คน ไม่เคยนิมนต์ไปร่วมประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านเลยจึงไม่ไปร่วมรับฟัง ต่อมาชาวบ้านจึงรวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาส รู้สึกเฉยกับกรณีที่มีชาวบ้านออกมาขับไล่ การกล่าวร้ายนั้นไม่มีความจริงเลย แต่สิ่งที่ชาวบ้านติติงมานั้นคือการพูด ปัจจุบันนี้อาตมาภาพมีโรคประจำตัวคือ โรคหอบ และเส้นเลือดในสมองตีบ เป็นอัมพฤกษ์มาลิ้นยังแข็งอยู่ จะถูกกล่าวหาว่าพูดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง" 


เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม  กล่าวว่า สำหรับเรื่องรถที่เป็นเลขทะเบียนสวยนั้น เป็นเลขรถที่ประมูล แต่ไม่ได้ประมูลมา เป็นเลขที่ซื้อมาด้วยเงินจำนวน 11,000 บาท ซึ่งไม่แพงและเป็นเงินของอาตมาเอง ส่วนรถยนต์เก๋ง 7 ที่นั่งนั้น ทำการผ่อนส่ง 7 ปี ส่งเดือนละ 12,000 บาท ญาติโยมถามอีกว่านำเงินที่ไหนมาซื้อและผ่อนส่งและได้ชี้แจงไปว่า 1.เป็นพระสังฆาธิการมีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัด มียศเป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรมีเบี้ยที่ในหลวงถวายให้ 3,100 บาท 2.เงินพระอุปัชฌาย์จากพิธีบวชพระปีหนึ่งกว่า 100,000 บาท 3.เป็นอาจารย์สอนวิชาศิลธรรมแก่พระสงฆ์ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สาขาวัดหมอนไม้ และกิจนิมนต์ทั่วไป ในแต่ละเดือนก็พอเพียงในการผ่อนรถ

นายแสวง  นวลจร อีดตผู้ใหญ่บ้านหมู่5 ต.คุ้งตะเภา กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านวาระ 5 ปี 3 สมัย ผ่านการเลือกตั้งจากชาวบ้านมาเป็นเวลา 15 ปี เป็นสมาชิกสภาเทศบาล(สท.)ตำบลคุ้งตะเภามาเป็นเวลา10 ปี  นิมนต์เชิญ พระครูสุจิตพัฒนาพิธาน จากวัดคลองโพธิ์พระอารามหลวง มาดำรงตำแหน่งที่วัดใหม่ เจริญธรรม เนื่องจากมีความรู้ความสามารถ เมื่อมาอยู่ที่วัดแห่งนี้มีรถมาด้วยคันเก่า จะไปสอนนักธรรมหวั่นไปเสียกลางทาง ในฐานะที่เป็นผู้นำหมู่บ้านหรือผู้ใหญ่ จึงรับอาสาให้นำชื่อตนเองไปดาวน์รถคันใหม่ออกมาให้ และให้เจ้าอาวาสส่ง และไม่ได้มีเพียงแค่คันเดียวแต่มีถึง 2 คัน ตนเป็นผู้ซื้อและกำนันตำบลคุ้งตะเภาเป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อเห็นว่ารถคันแรกที่ออกมานั้นเก่ามากแล้วจึงนำรถยนต์ที่ซื้อมาคันแรกไปเป็นเงินดาวน์เพื่อออกรถคันใหม่อยู่ในสภาพดี เพื่อขับเดินทางไปรับกิจนินมนต์ทางไกล โดยใช้เป็นชื่อของตนเองเป็นผู้ซื้อและใช้ชื่อภรรยาเป็นผู้ค้ำประกัน จนกระทั่งเจ้าอาวาสส่งค่างวดรถหมดแล้ว หากเจ้าอาวาสมรณะภาพลงไปทรัพย์สินนี้จะตกเป็นของวัด จึงได้โอนทรัพย์สินให้กับน้องชายเจ้าอาวาสเมื่อเร็วๆนี้

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน