ม.มหาสารคาม นำผลงานวิจัยมาอบรมให้สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด กลุ่มเกษตรกรโคนมต้นแบบ เซียนโคกก่อ แดรี่ อะคาเดมี่

10 พ.ค. 2565


วันนี้ 10 พ.ค. 2565 ที่ “จะโนรัตน์ฟาร์ม” บ้านแก่นเท่า อ.บรบือ จ.มหาสารคาม รศ.ดร.อภินันท์ อุรโสภณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ รศ.ดร.อาณัติ จันทร์ถิระติกุล สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับฝ่ายส่งเสริมสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ไดกำลังอบรมการใช้เครื่องบันทึกปริมาณน้ำนมโคอัตโนมัติ และเครื่องวัดจังหวะการดูดและคลายของเครื่องรีดนมโค  ซึ่งเป็นผลงานวิจัย ซึ่งมาจากการสำรวจปัญหาของเกษตรกรในกลุ่มเซียนโคกก่อ แดรี่ อะคาเดมี่ ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อจำกัด จำนวน 10 ฟาร์ม โดยการอบรมการใช้เครื่องบันทึกปริมาณน้ำนมโคอัตโนมัติ เพื่อนำข้อมูลน้ำนมโครายตัวที่ได้ปรับปรุงกระบวนการจัดการเลี้ยงโคนมและการผลิตน้ำนมดิบของแม่โคต่อตัวต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตของฟาร์มโคนม จากค่าเฉลี่ย 10 กิโลกรัม ต่อ ตัว ต่อวัน ให้เป็น 15 กิโลกรัม ต่อตัว ต่อวัน

 

 




ส่วนการอบรมการใช้เครื่องวัดจังหวะการดูดและคลายของตัวตรวจจับจังหวะ (Pulsator)  ของเครื่องรีดนม เพื่อให้เครื่องรีดนมและกระบวนการรีดนมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามค่ามาตรฐานการทำงาน เพื่อให้แม่โครีดนม ไม่เจ็บหรือเครียดจากเครื่องรีดนมที่ไม่มีเครื่องตรวจสอบจังหวะรีดนมเพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง หลังจากการอบรมสมาชิกโคนม ต้นแบบ 10 ฟาร์มแล้ว ได้มีการส่งมอบเครื่องบันทึกข้อมูลน้ำนมโคนมรายตัวอัตโนมัติ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องวัดจังหวะการดูดและคลายของเครื่องรีดนม จำนวน 10 เครื่อง ให้แก่สมาชิกต้นแบบของ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ซึ่งผลงานวิจัยอุปกรณ์ทั้ง 2 ชุด  หากสั่งซื้อเอง จะมีราคาสูงหลักหมื่นบาท แต่งานวิจัยทั้ง 2 ชุด  มีต้นทุนเพียงเครื่องละ 3,000-5,000 บาท  ทำให้เกษตรกรโคนมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในฟาร์มของตนเองได้

 

 


รศ.ดร.อภินันท์ อุรโสภณ กล่าวว่า เครื่องวัดจังหวะการรีด PULSATORTESTER ใช้สำหรับวัด แรงสุญญากาศ วัดจังหวะการรีด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมค่าให้อยู่ภายใต้ค่ามาตรฐาน แรงสุญญากาศ 40-45 kPa, จังหวะการรีด 60 ครั้ง/นาที ส่วนเครื่องวัดปริมาณน้ำนมโค หลักการคือการชั่งน้ำหนัก โดยการวัดปริมาณและเก็บสถิติน้ำนมโคเป็นรายตัว ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญของการเก็บข้อมูลการเลี้ยงโคนม ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ จะไม่ช่างน้ำหนักน้ำนมโคทุกตัวเพราะยุ่งยากและเสียเวลา จึงมองข้ามเพราะต้องการที่จะลดความยุ่งยาก  แต่ถ้าเกษตรกรมีอุปกรณ์เครื่องนี้ จะสามารถเก็บสถิติแล้วนำมาวิเคราะห์การจัดการอาหารโคนม และสามารถช่วยให้ทราบข้อมูลหลายอย่าง เช่น ปัญหาสุขภาพของโคนม ,การผสมสูตรให้อาหารโคนมหรืออาหารเสริมที่ถูกต้อง และใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกสายพันธุ์ ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถช่วยให้เกษตรมีผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น  เพื่อสร้างความมั่นคงแชะยั่งยืนในอาชีพโคนม ต่อไป

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว พิเชษฐ ยากรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.มหาสารคาม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน