“สมีกาโตะ” ยืนยันเบิกเงินวัด 6 แสนเป็นการยืมและจ่ายคืนแล้วส่วนที่เบิกก่อนหน้านี้นำมาจ่ายค่าก่อสร้างในวัดทั้งหมด

9 พ.ค. 2565


               “สมีกาโตะ” ยืนยันเบิกเงินวัด 6 แสนเป็นการยืมและจ่ายคืนแล้วส่วนที่เบิกก่อนหน้านี้นำมาจ่ายค่าก่อสร้างในวัดทั้งหมด พร้อมให้ตรวจสอบ ชี้แจงให้และปากคำตำรวจ ปปป.ตามความเป็นจริงอยู่แล้ว-ย้ำคงมีบุญแค่นั้นโดน 2 เด้ง ทั้ง “สีกาตอง-พระดอน” อยากได้เงิน 3 แสนบาทคืน              

               หลังจาก พ.ต.ท.อาคม จ้อนนุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เชิญนายพงศกร จันทร์แก้ว อายุ 23 ปี หรือ “สมีกาโตะ” มาสอบสวนปากคำในคดีที่นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายก/ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช แจ้งความดำเนินคดีกับนายพงศ์กร หรือสมีกาโตะ กรณีระบุกลางรายการโหนกระแสทางช่อง 3 ว่าได้จ่ายเงิน 3 แสนบาทให้นักข่าวในท้องภถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเคลียร์ปิดข่าวคลิปฉาวเสพเมถุนสีกาตอง สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างมาก โดยเฉพาะนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้นำคลิปพร้อมข้อความไลน์ สลิปการโอนเงินจากพระกาโตะ ไปให้สีกาตองหลายครั้งรวมกว่า 2 แสนบาทเปิดโปงผ่านรายการ “ระคนข่าวกับคนข่าวตัวดำ ทางเพซบุ๊คไลฟ์”ไพฑูรย์ อินทศิลา รวมทั้งนายยุทธนา ที่นำเสนอข่าวในเพจสมาคมสื่อมวลชนเป็นเพจแรกก็ถูกมองว่าเป็นผู้รับเงิน 3 แสนดังกล่าวด้วย แม้ต่อมาพระครูวินัยธรสุวิจักขณ์ หรือ“พระดอน”จะออกมายอมรับว่าเป็นคนรับเงินจากอดีตพระกาโตะ 3 แสนมาเพื่อเคลียร์ปิดข่าวกับนักข่าวในท้องถิ่น  โดยนายพงศกร หรือสมีกาโตะ ได้เดินทางมาพร้อมบิดา อดีตข้าราชการตำรวจวัย 62 ปี ยอมรับผิดและกราบขอโทษสื่อมวลนและขอโอกาสในการสู้ชีวิตเป็นคนดี มุ่งมั่นทำความดีตลอดไป โดยนักข่าวสังกัดสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชพร้อมให้อภัย  ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


              




(9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเปิดใจพูดคุยกันในทุกเรื่องอย่างละเอียด สมีกาโตะ ยืนยันว่าตนตั้งใจที่จะสึกหลังรู้ตัวว่าทำผิดต้องปาราชิกเสพเมถุนกับสีกาตองในรถยนต์บนสันเขื่อนกะทูน แต่พระดอนบอกว่าไม่ต้องสึกให้เอาเงินมา 3 แสนมาเคลียร์นักข่าว ตนโอนเงินให้ไปตั้งแต่เช้าวันที่ 22 เม.ย.2565 ตนเข้าใจว่าเคลียร์นักข่าวท้องถิ่นไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ตั้งใจจะสึกเพราะไม่สบายใจกับสิ่งที่ทำลงไป ตนมาพลาดช่วง 3 เดือนหลังตั้งแต่สีกาตองเข้ามาพัวพันกับชีวิต  ตนเพิ่งมาทราบหลังออกรายการโหนกระแสว่าพระดอนไม่ได้จ่ายเงินเคลียร์นักข่าวอ้างว่าเคลียร์ไม่ได้ ไปพบไพฑูรย์ อินทศิลา ที่บ้านแต่ไพฑูรย์ ไม่ยอมรับเงินและย้ำว่าพระเสพเมถุนต้องปาราชิกจะต้องสึกสถานเดียวเท่านั้น

               “จนถึงตอนนี้พระดอนยังไม่จ่ายเงิน 3 แสนบาทคืนตนและติดต่อไม่ได้เลยอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับ ตนก็อยากได้เงินคืนเหมือนกัน แต่ดูแล้วพระดอนก็มีคดี มีเรื่องมีเจ้าหน้าที่ตามทวงเยอะอาจจะเอาเงิน 3 แสนของตนไปวิ่งเคลียร์ปัญหาของตัวเองก่อน”


         


      สมีกาโตะ กล่าวย้ำว่าหลังจากเคลียร์กับลุงฑูรย์พี่และ ๆ น้า ๆ นักข่าวแล้ว ตนยังมีอีกเรื่องที่ตนต้องชี้แจงคือเรื่องที่ตำรวจ ปปป.สอบสวนเส้นทางการเงินและการแต่งตั้งตนเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ตนยืนยันว่าตนไม่ได้มีตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสแต่อย่างใด เพียงแต่ทำหน้าที่ช่วยดูแลวัดและเป็นผู้มีอำนาจ 1ใน 3 ในการถอนเงินจากบัญชีวัดเท่านั้น ตนตั้งใจในการสร้างวัดที่รกร้างให้แล้วเสร็จก็จะสึก โดยสอบถามนายช่างรับเหมาก่อนที่จะมีเรื่องเสพเมถุนกับสีกาตองว่างานก่อสร้างในวัดทั้งหมดจะเสร็จเมื่อไหร่ นายช่างเขายืนยันว่าปลายปีนี้การก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ จะแล้วเสร็จทั้งหมด หลังจากนั้นตนจะสึกจากพระมาทำงานเหมือนฆราวาสทั่วไปแต่ก็มาเกิดเรื่องเสพเมถุนสีกาตองเสียก่อน

               “ในประเด็นการเบิกเงิน 6 แสนจากบัญชีวัดนั้นตนขอยืมมาก่อนและจะนำคืนทีหลัง เพราะที่ผ่านมาตนก็ออกเทศน์ และบอกบุญคนเมตตาวัดทำบุญผ่านตนเยอะมาก ตนก็จะนำทุกบาททุกสตางค์เข้าบัญชีวัดจะเก็บไว้เฉพาะในส่วนที่เป็นค่าตัวส่วนตัวของตนเท่านั้น ทางตำรวจ ปปป.สงสัยว่ามีการเบิกเงินจากบัญชีวัดมากกว่า 6 แสน ในเรื่องนี้ยืนยันว่าเป็นการเบิกมาทุกครั้งเพื่อจ่ายค่าก่อสร้างเสนาสนะที่กำลังก่อสร้างไม่เกี่ยวกับการนำมาใช้ส่วนตัวเลย และพร้อมที่จะให้ตรวจสอบและชี้แจงหรือให้ปากคำกับ ปปป.อยู่แล้ว”สมีกาโตะ กล่าวย้ำในที่สุด.

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง