เปิดประวัติ “พระย้อย”จากเด็กเร่ร่อนสู่ไกด์นำเที่ยวพุทธสถานเนปาล-อินเดีย -แฉหลังโดนตะเพิดแก๊งนรกเฮลั่นวัดหน้าพระลาน

8 พ.ค. 2565


               เปิดประวัติ “พระย้อย”จากเด็กเร่ร่อนสู่ไกด์นำเที่ยวพุทธสถานเนปาล-อินเดียจนได้รับฉายา “น้องเณรอินเดีย”-แฉหลังโดนตะเพิดแก๊งนรกเฮลั่นวัดหน้าพระลาน-ลั่นเดินหน้าสู้ปกป้องพุทธศาสนาตลอดไป

               จากกรณีนายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ แรมโบ้ “อดีตพระกาโตะ” พระนักเทศน์ชื่อดัง ออกมายอมรับว่าได้โอนเงินจำนวน 3 แสนบาทไปให้แก่ “พระดอน” พระคนกลางเพื่อให้นำไปมอบให้สีกาตองคู่ขา เพื่อรักษาอาการป่วยไบโพลาร์ ส่วนเงินอีก 3 แสนบาทไว้จ่ายให้สื่อท้องถิ่นเพื่อปิดข่าว จนเรื่องแดงออกมาว่าเงินรวม 6 แสนบาทพระกาโตะและผู้มีอำนาจเบิกออกมาจากบัญชีวัดเพ็ญญาติ  จนต่อมาสมีกาโตะยอมรับและรีบนำเงิน 6 แสนมาคืนผ่านคณะสงฆ์ กรรมการวัดและนายก อบต.กะเปียด ในขณะที่ “พระดอน” พระคนกลาง เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีหมายจับคดีเช็คอีก 2-3 คดีมีสถานะอยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจได้จัดชุดติดตามจับกุมต่อเนื่อง /ส่วนตำรวจ ปปป.ลงพื้นที่สอบสวนเส้นทางการเงินอดีตพระกาโตะเพื่อมัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย  และล่าสุดพระย้อย ผู้นำคลิปฉาวให้สทื่อท้องถิ่นเปิดโปง ถูกไล่ออกจากวัดหน้าพระลาน เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเย็นวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               (8  พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระย้อย ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวก่อนเดินทางออกจากวัดหนาพระลานเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ว่า  พระพครูกาแก้ว เจ้าอาวาสวัดหน้าพระลาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อ้างเหตุผลว่าอาตมาเป็นคนสร้างความเสื่อมเสียให้วัดและพระพุทธศาสนา จึงให้อาตมาพิจารณาออกจากวัด แม้อาตมาจะพยายามชี้แจงว่าไม่ได้ทำผิด แต่ทำถูกต้องเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ไม่เป็นผลอาตมาจึงยอมออกจากวัดโดยอาตมาหอบสบงจีวรและกรอบรูปบุตรสาวที่วัย 5 เดือนเสียชีวิตในท้องภรรยา และเป็นสาเหตุให้อาตมาบวชเป็นพระเพื่ออุทิศให้บุตรสาว  อย่างไรก็ตามข้าวของอาตมาจะมาชนของในกุฏิวัดหน้าพระลานในวันหลัง

 




พระครูกาแก้ว เจ้าอาวาสชราภาพมากแล้วอยู่ในวัย 94 ปี สิ่งที่อาตมาทำเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาแค่พระรูปเดียวที่ทำผิดวินัยร้ายแรงต้องปาราชิกเพราะเสพเมถุนสีกาตองและยอมสึกในที่สุดท่านมองว่าเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาอาตมาก็ยอมออกจากวัดเพื่อให้ท่านเจ้าอาวาสสบายใจ ตามปกติตนนับถือพระครูกาแก้วอย่างมาก เพราะเป็นพระที่บริสุทธิ์ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่เพราะท่านแก่ชรามากแล้ว หูก็ไม่คอยได้ยินหรือได้ยินไม่ชัดและเชื่อคนที่ยุงยงมากเกินไป อาตมาจำพรรษาวัดหน้าพระลานพยายามจะปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของวัดจากกลุ่มยาเสพติดจนถูกรุมกระทืบ 2 ครั้งพระภิกษุอีกรูปถูกพวกทาสยาเสพติดแทงบาดเจ็บ ซึ่งท่านออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้พระผู้บาดเจ็บเมื่อตอนที่ไล่อาตมาออกจากวัดครั้งแรก   แต่ท่านกลับคิดว่าพวกคนเหล่านี้คือคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับวัด ส่วนอาตมาที่ออกมาเปิดโปงอลัชชีต้องปาราชิกเป็นคนชั่วช้าไม่อาศัยอยู่ในวัดไม่ได้ อาตมาจำใจต้องออกจากวัดไปเพื่ดอให้อาจารย์พระครูกาแก้วได้สบายใจเสียที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่ให้สัมภาษณ์ได้มีประชาชนทั่วไปรวมทั้งคุณหญิงคุณนายที่ทราบข่าวได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจพระย้อย และขอให้สู้ต่อไปอย่าสึกจากพระ แต่พระย้อย กล่าวยืนยันว่าอาตมาเข้มแข็งในทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ที่ถูกไล่ออกจากวัดเท่านั้นที่ดูว่าอ่อนแอเพราะความน้อยใจเจ้าอาวาส แต่เรื่องการต่อสู่เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาอาตมาจะทำต่อไป   อาตมายืนยันผ่านทางสื่อมวลชนมาตลอดว่าสาเหตุที่อาตมาบวชก็เพื่ออุทิศบุญกุศลให้บุตรสาวที่เสียชีวิตในท้องด้วยวัย 5 เดือน ทำให้อาตมาเสียใจมาก ๆ จนสติแตกควบคุมตัวเองไม่ได้อาละวาดฟาดงวงฟาดงาจนกลายเป็นปัญหาหนักในครอบครัว และได้รับคำแนะนำช่วยเหลือสื่ออาวุโสเมืองคอนที่อาตมาเคารพขอให้บวชเป็นพระจนอาการดีขึ้นในปัจจุบันเป็นปกติ แล้ว อาตมาขอขอบคุณญาติโยมที่ให้กำลังใจแต่ไม่ต้องห่วงอาตมา

“ชีวิตอาตมาเหมือนตัวคนเดียวมีเพียง “ครูบี” มีของบุตรสาวที่เสียชีวิตเพียงคนเดียวที่ช่วยดูแลปกป้องช่วยเหลือในยามที่เจ็บป่วยไข้  อาตมาสงสารครูบีเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากต้องดูแลอาตมาแล้ว ต้องดูแลแม่ที่แก่ชราและเป็นโรคหัวใจ และต้องวิ่งรอกไปโรงเรียนระยะทางไปกลับเกือบ 200 กม. เลอกโรงเนียนก็มารับอาตมาไป รพ.กล่าวจะเสร็จสิ้น 2-3 ทุ่มโดยอาตมามีใบรับรองแพทย์ มียาที่แพทย์จัดให้มารับประทานเป็นหลักฐาน  ขนาดอาตมาเป็นโควิด 2 รอบ นอนในกุฏิคนเดียวไร้ใครดูแล ต้องนอนรอช่วงเย็นถึงค่ำครูบีจึงจะจัดซื้อยาและอาหารมาถวาย  อาตมายอมรับว่าผิดวินัยสงฆ์และต้องอาบัติเล็กน้อย ที่นั่งรถไปกับผู้หญิงสองต่อสอง แต่ก็เพราะความจำเป็น อาตมามีสติ มีสำนึกที่ดีจะไม่ทำให้ศาสนาแปดเปื้อนอย่างเด็ดขาด หากอาตมาไปเสพเมถุนต้องปาราชิกจริง คงไม่ต้องให้ใครมาขับไล่หรือขุดคุ้ยแต่จะยอมเปลื้องผ้าสึกด้วยตนเองทันที  อาตมาตั้งใจบวชอุทิศให้บุตรสาวคงไม่ไปสร้างบาปกรรมระหว่างบวชเป็นพระแน่นอน

                                           พระครูกาแก้ว เจ้าอาวาสวัดหน้าพระลาน

 


พระย้อยกล่าวอีกว่า ชีวิตอาตมาอาตมาครอบครัวแตกแยก พ่อแม่แยกทางกันต้องอาศัยอยู่กับยายและเคยวิ่งเล่นในวัดหน้าพระลานมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนยายเสียชีวิต อาตมาจึงไร้ที่พึ่งเหมือนเป็นเด็กเร่ร่อน  โชคดีได้รับความเมตตาจาก “หลวงพ่อวิเชียร” วัดหน้าพระลาน และ “พ่อหลวงพ่อชิต” วัดเสมาเมืองช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุน จนได้บวชเป็นสามเณรและเรียนหนังสือไปด้วย ก่อนจะสึกและได้รับโอกาสจากพระมหา ดร.สังคม พาไปเป็นไกด์เที่ยวแหล่งชมศึกษาพุทธสถานในประเทศเนปาลและอินเดีย จนเชี่ยวชาญได้ฉายาว่า “น้องเณร อินเดีย” มีชีวิตใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ 

“หลังจากอาตมาออกจากวัดในวันนี้ (7 พ.ค.) ทราบข่าวว่ากลุ่มยาเสพติดไชโยโห่ร้องลั่นวัด และนัดเลี้ยงฉลองกันครั้งใหญ่ เขายิ่งใหญ่จริง ๆ  อาจจะมีการยิงปืนฉลองชัยกันอย่างยิ่งใหญ่   ซึ่งคงไม่เป็นไรวันนี้ ไม่ว่าจะไปพูดไส่ร้ายป้ายสีอาตมาอย่างไรท่านเจ้าอาวาสเชื่อเขาหมด ขนาดอนุญาติให้เขาสามารถเข้ามาตั้งตู้คอนเทนเนอร์เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างกลางวัดได้  และล่าหลังทอดผ้าป่าสามัคคีได้เงินมาสร้างกุฏิ 2-3 หลังเป็นเงินจากศรัทธาชาวพุทธ แต่วันนี้เจ้าอาวาสอนุญาติให้กลุ่มวัยรุ่นทาสยานรกอยู่อาศัยกันสบายใจ พระภิกษุไม่ได้พำนักในกุฏิสร้างใหม่  แต่คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องมาอยู่อาศัยแทนใครเข้าไปตรวจสอบได้เลย  อาตมามันเป็นคนเลว เป็นพระเลวในสายตาเจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ แต่อาตมาเชื่อว่าสิ่งที่อาตมาทำไปในครั้งนี้ เป็นการปกป้องพรัพุทธศาสนา สร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจที่สุดให้กับชาวพุทธทั่วโลก แม้อาตมาต้องตายก็ไม่เสียดายชีวิต หลังจากนี้อาตมาจะขออยู่เฉย ๆเงียบ ๆ จะไม่ติดต่อกับผู้ใดทั้งสิ้น และจะไม่ให้ข่าวกับสื่อทุกสังกัดอีกจนถึงวันที่ 14 พ.ค. 2565 อาตมาจะทำบุญอุทิศให้บุตรสาวเป็นครั้วสุดท้ายในการอยู่ในผาเหลือง โดยการเจ้าภาพจัดบวชพระให้ครอบครัวที่ยากจน หลังจากนั้นจะกำหนดวันสึกอย่างเป็นทางการทันที  โดยเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้พระครูกาแก้ว และทุกคนจะตาสว่างเสียที” พระย้อย กล่าวด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช

   




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน