นายหนังตะลุงดังภาคใต้รุดแจ้งความจับ “พระดอน”โกงเงิน- “พระย้อย”จอมแฉหลั่งน้ำตาเก็บสบงจีจรออกจากวัดหลังโดนเจ้าอาวาสไล่รอบ 2

7 พ.ค. 2565


นายหนังตะลุงดังภาคใต้รุดแจ้งความจับ “พระดอน”โกงเงิน- “พระย้อย”จอมแฉหลั่งน้ำตาเก็บสบงจีจรออกจากวัดหลังโดนเจ้าอาวาสไล่รอบ 2 -ลั่นขอต่อสู่ปกป้องพระพุทธศาสนาต่อไป- ตำรวจ ปปป.ยังลุยสอบเส้นทางการเงินสมีกาโตะส่วนคดีนักขาวแจ้งจับสมีกาโต ตำรวจนัดสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา 8-9 พ.ค.นี้

               จากกรณีนายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ แรมโบ้ “อดีตพระกาโตะ” พระนักเทศน์ชื่อดัง ออกมายอมรับว่าได้โอนเงินจำนวน 3 แสนบาทไปให้แก่พระคนกลาง เพื่อให้นำไปมอบให้ น.ส.ตอง สำหรับรักษาอาการป่วยไบโพลาร์ นอกจากนี้ยังมีเงินอีกจำนวนหนึ่ง เอาไว้สำหรับจ่ายให้สื่อท้องถิ่นเพื่อปิดข่าว กลางรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น ในขณะที่เงิน 6 แสนบาทที่นำมาเคลียร์สาวตอง 3 แสนและเคลียร์นักข่าว 3 แสนเป็นเงินที่กาโตะพร้อมคณะกรรมการผู้มีอำนาจไปเบิกออกมาจากบัญชีวัด จนกาโตะยอมรับและนำเงิน 6 แสนมาคืนผ่านคณะสงฆ์ กรรมการวัดเ และนายก อบต.กะเปียด  ส่วน “พระหลวงดอน” พระคนกลางที่พบว่ามีหมายจับคดีเช็คอีก 2-3 คดีอยู่ระหว่างหลบหนีโดยตำรวจจัดชุดติดตามจับกุมต่อเนื่อง และตำรวจ ปปป.ลงพื้นที่สอบสวนเส้นยทางการเงินอดีตพระกาโตะ เพื่อมัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               (7 พ.ค.) ความคืบในเรื่องนี้หน้าที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  นายหนังเอิบน้อย ยอดขุนพล อายุ69ปี จาก อ.ปากพนังเดินทางเข้าความกับ พ.ต.ทอาม จอนนุ้ย พงส.เมือง นครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระดอน วัดวังตะวันออก อ.เมิอง นครศรีธรรมราช ที่กำลังมีข่าวฉาวกรณีสมีกาโตะเสพเมถุน และเป็นคนกลางเคลียร์เงินยุติเรื่องแต่ไม่สำเร็จ และถูกนักข่าวเปิดโปงต่อเนื่อง โดยประสงค์ให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากยืมเงินจำนวน140,000บาท แบะโอนคืน50,000บาทคงเหลือ90,000บาทบ่ายไม่ยอมคืนให้  และไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางมาแจ้งดังกล่าว

 




ทางด้าน   พล.ต.ต.วันไชย  เอกพรพิชญ์ รอง ผบก.ภ.8 สั่งการให้ตำรวจเมืองคอนแต่งตั้งคณะชุดสอบสวนเฉพาะเรื่องพระดอนโดยเฉพาะ รับแจ้งทุกเรื่องทั้งแพ่งและอาญา  และเร่งติดตามจับกุมในคดีค้างเก่าตามหมายจับ  โดย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นศ.สั่งให้ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมือง นศ.รับคำสั่งดำเนินการ โดยมี พ.ต.ท.บุญเชิญ ทองใหญ่ และ พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ท.ถาวร จันทมระพงษ์ สว.(สอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ร่วมรับผิดชอบ

ในส่วนของการติดตามไล่ล่าจับกุมพระดอน พระคนกลางที่อมเงินสมีกาโตะ  300,000 บาทโดยอ้างจะนำไปเคลียร์นักข่าวในท้องถิ่นแต่เคลียร์ไม่เด้เนื่องจากนักข่าวท้องถิ่นไม่มีใครยอมรับเงิน โดยเฉพาะนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้นำคลิปมาเปิดโปงผ่านรายการระคนข่าวกับคนข่าวตัวดำ”ทางเฟซบุ๊คไลฟ์เป็นคนแรกเมื่อคืนวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา และนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ประกาศเดกินหนานำเสนอข่าวต่อโดยมีเป้าหมายให้พระกาโตะสึกสถานเดียว จนกระทั้งพระกาโตะยอมสึกจากพระ  และต่อมาพบว่าพระดอนมีหมายจับคดีเช็คที่ยังไม่หมดเอายุความอีก 2 หมาย และมีผู้เสียหายถูกโกงเงินหลายรายเข้าแจ้งความ ล่าสุดนายหนังตะลุงเอิบน้อย ยอดขุนพล เป็นรายล่าสุด ซึ่งทางทีมไล่ล่าได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภาค 8 ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว  แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมได้ ล่าสุดการจับสัญญาณโทรศัพท์พบว่าอยู่ในพื้นที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวน สภ.เมือง และ กก.สส.นครศรีธรรมราช รวมทั้งตำรวจสันติบาลลงพื้นที่ จ.พัทลุงและใกล้เคียงติดตามจับกุมตัวพระดอนอย่างกระชันชิด  

          


  ในขณะที่คณะของตำรวจ ปปป.ได้ยังคงปักหลังสอบสวนคณะกรรมการวัดเพ็ญญาติและนายก อบต.กะเปียด อ.ฉวาง เกี่ยวกับการร่วมกับพระกาโตะเบิกเงินในบัญชีวัด 600,000 บาทและนำเงินเข้าบัญชีวัดที่สมีกาโตะนำมาคืน 600,000 บาท ซึ่งในส่วนนี้จะมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวของรู้เห็นทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนจะเรียกตัวสมีกาโตะมาสอบสวนและแจ้งข้อหล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์และยักยอกทรัพย์มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึง 400,000 บาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ยอมความไม่ได้

สำหรับพระกาโตะ ทาง พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย ได้นัดมาสอบสวนปากคำในคดีที่สมาคมสื่อมวลชนฟ้องหมิ่นประมาทเนื่องจากระบุในรายการโหนกระแสว่าจ่ายเงินให้นักข่าวท้องถิ่น 3 แสนบาทเพื่อปิดข่าวนั้น โดยได้นัดมาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่ 8 – 9 พ.ค. 2565 ยังไม่ระบุเวลานัดที่แน่ชัด

ทางด้านพระครูกาแก้ว เจ้าอาวาสวัดหน้าพระลานที่พระย้อย ผู้รับคลิปฉสาวมาจากสีกาตองและส่งต่อให้สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยเปิดโปงสึกพระกาโตะ ได้เรียกพระย้อยเขาพบและขอให้ออกจากวัดเพราะเป็นผู้สร้างความเสื่อมเสียให้กับพระพุทธศาสนาและสร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์ ซึ่งเป็นการไล่ออกพ้นวัดเป็นครั้งที่ 2 แม้พระยอยจะพยายามชี้แจงว่าได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่พระครูกาแก้ว เจ้าอาวาสไม่ยอมรับฟังใด ๆ ทั้งสิ้น พระย้อยจึงร้องห่มร้องให้ด้วยความเสียใจและยินยอมออกจากวัด โดยได้เก็บข้าวของจำนวนหนึ่ง พร้อมกรอบรูปบุตรสาววัย 5 เดือนที่เสียชีวิตในท้อง “ครูบี” ภรรยา ก่อนออกจากวัดพระย้อยยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องพระพุทธศาสนาตลอดไป จากนั้นให้พรรคพวกขับรถมารับไปอยู่ในวัดห่างไกลและขออยู่อย่างเงียบ ๆสักระยะ และหลังจากกระทำภาระกิจเป็นเจ้าภาพบวชให้กับครอบครัวที่ยากจนในวันที่ 14 พ.ค. 2565 เพื่อทำบุญอุทิศให้บุตรสาวแล้วเสร็จจะกำหนดวันสึกจากพระเป็นฆราวาสต่อไป .

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช

        




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน