มิจฉาชีพแฃร์ว่อนโซเฃียลหลอกเหยื่อให้โอนเงินช่วยเหลือเด็ก หน่วยงานรัฐลงพื้นที่เช็คช้อมูลไม่เป็นจริงขอผู้ใจบุญอย่าหลงเชื่อ

29 มี.ค. 2565


วันที่ 29 มี.ค. 65 จากกรณีที่มีเพจข่าวออนไลน์ได้แชร์พร้อมรูปภาพเด็กหญิงและระบุข้อความไว้ว่า ได้โปรดอย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน  ขออนุญาตใช้พื้นที่ขอความช่วยเหลือ น้องผู้หญิงคนหนึ่ง วอนผู้ใจบุญเมตตาช่วยเหลือครอบครัวน้องฟ้าใส ด้วยนะคะ  1 แชร์ 1 บุญ น้องฟ้าใส เกิดในวันที่ 9 ม.ค. 2564 ได้รับบาดเจ็บจากการทำคลอด ขณะนี้น้องมีอาการ กระบังลมเคลื่อน  ไม่สามารถหายใจเองได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ  และกระบังลมทับเส้นประสาท ทำให้แขนขวาไม่มีความรู้สึก ตอนนี้น้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว  อาการยังคงที่ ยังไม่ดีขึ้น พ่อน้องไม่สามารถหารายได้ ได้ต้องคอยเฝ้าดูแล น้องอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา  และไม่มีกำหนดกลับบ้านได้เลย และพ่อยังมีลูกคนโตอีก1คนอายุ9ขวบต้องได้หยุดเรียนเนื่องจากไม่มีเงินค่าไปโรงเรียนลูกและต้องเลี้ยงดูครอบครัวอีก พ่อเป็นเสาหลักครอบครัว พอแม่ไม่ได้ทำงานครอบครัวก็ไม่มีกินเลยอดวันกินวัน #วอนผู้ใจบุญ ผู้มีเมตตาที่พอแบ่งปัน ร่วมสมทบทุน เป็นของใช้ นมผงสำรูป และแพมเพิส #ขอบพระคุณที่อ่านโพสต์จนจบนะคะ และผู้มีเมตตา ช่วยเหลือช่วยแชร์ เพื่อมีหน่วยงานไหน อยากจะช่วยน้องเพิ่มเติม เบอร์โทรศัพท์ 0943866232  พ่อน้องฟ้าใส หมายเลขบัญชี 1183575550 ธ. กสิกรไทย  กีรติ ศรีคำมี บัญชีธนาคารเป็นบัญชีพ่อของน้องฟ้าใส ที่อยู่ 69/1 หมู่ 6  อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

 




ต่อมาทางหน่วยงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี ได้สืบค้นหาข้อมูลของเพจข่าวดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า อย่าเพิ่งหลงเชื่อโอนเงิน....นางสาวน้ำค้าง  คันธรักษ์ แจ้งว่า จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ ขอความช่วยเหลือ กรณีเด็กหญิงฟ้าใส เกิดวันที่ 9 มกราคม 2564 ได้รับบาดเจ็บจากการทำคลอด เด็กมีอาการกระบังลมเคลื่อนหายใจเองไม่ได้นั้น ได้มอบให้นางสาวสุทธินี นุชนารถ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรีสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น ปรากฎผลดังนี้

1.โดยการโทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงจากบิดาเด็กหมายเลขโทรศัพท์ 094 3866232 แต่ปรากฎว่า มีผู้หญิงวัยกลางคน พูดโต้ตอบไม่ชัดเจนสันนิษฐานว่า เป็นคนต่างด้าว ปฎิเสธไม่รู้จักบิดาเด็ก

2. สอบถามข้อมูลจาก รพ. สระบุรี ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลชัดเจน

3. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรีได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสระบุรี เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยของบิดาเด็ก บ้านเลขที่ 69/1 หมู่ 6 อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ปรากฎว่า ที่อยู่ดังกล่าว ไม่มีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ว่าอยู่ในเมืองสระบุรี แต่บ้านเลขที่ดังกล่าว อยู่ที่ตำบลหนองโน อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี ในบ้านเลขที่ดังกล่าว มีเจ้าบ้านเพียงคนเดียว เป็นผู้หญิง ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงอีกครั้ง  และจากการตรวจฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ชื่อนายกีรติ ศรีคำมี (บิดาเด็ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดหนองบัวลำภู

4. เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อช่องแชทสื่อดังกล่าว พบว่าปิดกั้น ไม่สามารถส่งข้อความได้ และจากการนำเสนอพบว่ามีการแชร์โพสต์ขอเชิญบริจาคเข้าบัญชีธนาคารเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจึงแจ้งเตือนทุกท่านทราบโดยทั่วกัน และจังหวัดฯ จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว ต่อไป

 


ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรี เพื่อสอบถามรายละเอียดถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้พบกับนางสาวสุทธินี นุชนารถ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรี เผยว่า ทางหน่วยงาน พมจ. ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางเราก็ได้ประสานทางเทศบาลตามที่อยู่ ที่ปรากฏในเพจ พบว่า บ้านเลขที่ดังกล่าว เป็นบ้านที่ไม่มีผู้พักอาศัยและเจ้าของบ้านได้เสียชีวิตไปแล้ว ผู้นำชุมชนแจ้งว่าถูกปล่อยทิ้งล้างไว้นานแล้ว ไม่มีผู้อยู่อาศัยแน่นอน เราก็เลยตรวจสอบไปที่ฐานข้อมูลทะเบียนราษ ของบุกคนดังกล่าวที่อ้างตัวว่าเป็นบิดาเด็ก จากฐานข้อมูลทราบว่า เป็นคนจังหวัดหนองบัวลำพูน แต่ยังติดต่อมาให้การไม่ได้ ในส่วนของข้อมูลทางโรงพยาบาลที่เราสอบถามว่ามีเด็กป่วยอย่างนี้จริงมั้ย  ทางโรงพยาบาลบอกว่า ข้อมูลมีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ จากเบอร์โทรศัพท์ที่รองโทรติดต่อไป เป็นคล้ายๆกับหญิงวัยกลางคน ตอบว่าไม่รู้จักกับบิดาเด็ก และพูดภาษาไทยไม่คล่อง ไม่ชัด คิดว่าน่าจะไม่ใช่คนไทย ในเบอร์ที่เราโทรไป  จึงได้ตรวจสอบไปที่หน่วยต่างของจังหวัดใกล้เคียง ก็พบว่ามีเพจการแชร์ในลักษณะแบบนี้ ค่อนข้างหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.อุตรดิตถ์ หรือ จ.สิงห์บุรี คิดว่าน่าจะเข้าข่ายการหลอกลวง และในช่องแชทของเพจที่เราติดต่อไป ช่องแชทถูกปิดกั้น ไม่สามารถส่งข้อความได้ คิดว่าช่องแชทนี้น่าจะช่องแชทที่สร้างหลอกลวงประชาชนมากกว่า และมีคนที่อ่านข่าวแล้วเกิดความสงสารและโอนเงินไปโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าจริงๆเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับข่าวลักษณะแบบนี้ กรณีแบบนี้ถ้าท่านพบเห็น อยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนทุกครั้ง และอย่าหลงเชื่อ เพราะมีหลายมิจฉาชีพที่แสวงหาประโยชน์จากภาพเด็ก การแชร์และก๊อปภาพเด็กไปวาง และไปหากิน หลอกลวงขอความช่วยเหลือ อาศัยความเมตตาที่คนไทยเป็นคนจิตใจดีหลอกโอนเงินไป ซึ่งพบเป็นจำนวนมาก ก็อยากจะข้อความร่วมมือให้ตรวจสอบหรือสอบถามมายังหน่วยงานภาครัฐ หรือ ถ้าท่านพบเด็กถูกทำร้ายหรือต้องการความช่วยเหลือจริง ให้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะได้ลงไปให้การช่วยเหลือก่อน ยังไงถ้าเกิดว่าสอบแล้วอะไรแล้ว และประชาชนมีความประสงค์ที่จะบริจาคจริงให้ติดต่อทางหน่วยงานมาอีกครั้ง

เกียรติยง อัศวราศี  จ.สระบุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน