พร้อมรับมือไฟป่าและหมอกควัน ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในเดือนมีนาคมนี้

2 มี.ค. 2565


นายอิสระ ศิริไสยาสณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ แถลงถึงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน จังหวัดเชียงใหม่ ว่า สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 ตรวจพบจุดความร้อนทั้งหมด 1,008 จุด โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 325 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 539 จุด พื้นที่เกษตร 24 จุด เขตสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร 90 จุด และพื้นที่อื่นๆ 30 จุด  โดยมีพื้นที่ถูกเผาไหม้เสียหายทั้งหมด 123,096.32 ไร่ ซึ่งจากค่าเฉลี่ยสูงสุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้คาดว่าในช่วงเดือนมีนาคมจะมีแนวโน้มการเกิดไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น

โดยในวันนี้ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้มีการฝึกออกลาดตระเวนดับไฟป่า โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ MI 17 บินสำรวจในพื้นที่ป่าของดอยสุเทพ และในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม  เพื่อซักซ้อมการดับไฟทั้งทางอากาศยานและภาคพื้นดินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน 2565

 




ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นศูนย์ที่ทันสมัยที่สุดในภาคเหนือ  มีการใช้ระบบดาวเทียมและระบบ FIRE-D ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงในเรื่องของการเผาในที่โล่ง  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใต้การบูรณาการ  ขณะเดียวกันในส่วนของพื้นที่เขตป่าสงวนและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ได้มีการจัดตั้งอาสาสมัครป้องกันไฟป่าขับเคลื่อนร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวน อาสาสมัครภาคประชาชน รวมถึงได้มีการจัดทำบัญชีผู้มีพฤติกรรมการหาของป่า  เพื่อขอความร่วมมือให้งดการเผาในช่วงเวลาดังกล่าว 

 


ส่วนพื้นที่เกษตรกรรม สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานกับหน่วยงานภาคเอกชนขอความร่วมมือรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ ใบไม้ ซังข้าว หรือซังข้าวโพด  เพื่อนำมาบริหารจัดการเชื้อเพลิงต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเผา จะต้องขออนุญาตจากทางอำเภอเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในด้านการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองในอากาศ  จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการตั้งจุดตรวจรถยนต์ที่มีควันดำ ภายใต้โครงการ “ตรวจ-จับ ปรับจริง ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ”  ซึ่งได้ตั้งจุดตรวจจำนวน 8 ครั้ง และได้เรียกรถเข้าตรวจสอบ จำนวน 618 คัน พบว่ามีรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานและได้สั่งห้ามใช้ชั่วคราว จำนวนทั้งหมด 121 คัน

นายนำพล สุริยะเจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน