ครูแก้ว นำร่องจัดเสวนาขับเคลื่อนพัฒนาผลิตกัญชาในไทย

21 ก.พ. 2565


เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ตลาดพูนสุข อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 พร้อมด้วย นายแพทย์ ปรีดา วรหาร สสจ.นครพนม นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ภก.รศ.ดร.สุพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ อดีตคณบดี ว.การแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต รวมถึงตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ร่วมเปิดเวทีเสวนา เรื่องการขับเคลื่อนต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชา ในประเทศไทย ที่ จ.นครพนม เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ แก่ประชาชนที่สนใจ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่สนใจในการปลูกกัญชาทางเลือกใหม่ สร้างเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการนำกัญชาใช้ในทางการแพทย์ โดยมีการเสวนา แลกเปลี่ยน สร้างความรู้ความเข้าใจ ทั้งระเบียบข้อกฎหมาย รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมการปลูก ให้กัญชามีคุณภาพ เป็นที่ต้องการสู่กระบวนการผลิตเพื่อการแพทย์ พร้อมชี้แจงความคืบหน้าในการปลดล็อกกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติด และประกาศจุดยืนที่จะผลักดันส่งเสริม ให้พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนอีสาน ติดกับแม่น้ำโขง เป็นเมืองฐานการผลิตกัญชาที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจ ในอนาคต

 

 




ทั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เปิดเผยว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐเอกชน ตัวแทนภาคเอกชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ที่ร่วมจัดเสวนาขับเคลื่อนพัฒนาผลิตกัญชาในไทย วางแนวทางการปลูกแก่เกษตรกร รวมถึงสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ที่กำกับดูแล ให้ประชาชนได้ประโยชน์ ในเรื่องการปลูกกัญชา เพื่อการแพทย์ ภายหลังทางพรรคภูมิใจไทย ได้ผลักดันให้เป็นนโยบายรัฐบาล รวมถึงมีการเสนอให้มีการปลดล็อกกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยได้ประกาศออกเป็นกฎกระทรวง เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา เหลือระยะเวลา ครบ 120 วัน จะมีผลบังคับใช้ นั่นหมายถึง กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ไม่อยู่ในบัญชียาเสพติด อีกต่อไป ประชาชนสามารถปลูกได้ตามครัวเรือน ไม่ผิดกฎหมาย

 

 


 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามหารือวางแนวทางต่อไป คือ การเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชงกัญชา ซึ่งจะเป็นระเบียบกฎหมาย ข้อปฏิบัติปลีกย่อย ที่จะต้องเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณา ในการประชุมสภาผู้แทน คาดว่าประมาณเดือนพฤษภาคม 2565 จะมีความชัดเจน ในการดำเนินการปลูกกัญชา เพื่อการแพทย์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่จะเป็นการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นำร่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนอีสาน นครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ  เป็นเมืองแห่งกัญชา ฐานผลิตกัญชาที่มีคุณภาพมากที่สุดของไทย เป็นเกษตรทางเลือกที่สร้างรายได้แก่เกษตรกร  ส่วนปัจจุบันยืนยันว่า ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกได้ตามครัวเรือน เพื่อใช้ในครัวเรือน รวมถึงรักษาโรค ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถปลูกเพื่อจำหน่ายหรือทำสารสกัดได้ ต้องได้รับอนุญาต จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในส่วนนี้จะต้องรอกฎหมาย เพราะยังติดกฎหมาย ยูเอ็นบางส่วน  ไปจนถึงระเบียบ อย.ออกมาชัดเจน และจะต้องมีการขอออนุญาติ ตามระเบียบให้ถูกต้องสำหรับกลุ่มผู้ผลิตในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน  อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นว่า พ.ร.บ.กัญชงกัญชา ที่อยู่ระหว่างการเสนอ ให้สภาพิจารณา ออกกฎหมาย จะต้องผ่านขั้นตอนตามกระบวนการอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ที่สำคัญตนขอประกาศจุดยืนในนามตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ว่า หาก รัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นชอบกับกฎหมายปลูกกัญชา เพื่อการแพทย์ หรือไม่มีการพิจารณา พ.ร.บ.กัญชงกัญชา ทำให้การขับเคลื่อนไม่เดินหน้า ขอประกาศจุดยืนว่าพรรคภูมิใจไทย รวมถึงตน จะขอถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลทันที เพราะถือว่าไม่เห็นประโยชน์ของประชาชน

 

 

 

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน