นายจ้าง 15 คนงานร้องขอความกระจ่างเอกสารต่อ สส.พรรคก้าวไกลหน้าโรงพักบางแก้ว

24 เม.ย. 2563


จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Ploichanok Sirowet ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความว่า อยากขอความเป็นธรรมและความชัดเจนค่ะโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ซึ่งมีการระบุอ้างว่า ตำรวจฉีกเอกสารหนังสือรับรองในการเดินทาง ช่วงเคอร์ฟิวและจับกุมคนงานเทปูนทั้งหมด 15 คน ติดติดคุกดำเนินคดีในข้อหา ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน โดยคลิปบางช่วง มีการระบุว่า ทำแบบนี้ถูกมั้ย เรามีเอกสารถูกต้อง ดูสภาพคนที่เค้าจับเข้าคุกเพื่อที่จะเอาผลงาน เราเอาเอกสารมาให้ตำรวจ แล้วตำรวจก็ฉีกทิ้งลงถึงขยะ แล้วบอกว่าลูกน้องไม่มีเอกสาร ทีแรกจะเอาเอกสารมาจะให้ร้อยเวร แต่ร้อยเวรก็ไม่ได้รับเอกสาร เพราะว่ามีตำรวจบางคนฉีกแล้วเอามาทิ้งไป

เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ที่ 23 เมษายน 2563 นางสาวพลอยชนก สิโรเวฐน์ อายุ 34 ปี ในฐานะนายจ้างของคนงานทั้ง 15 คนที่ถูกจับเคอร์ฟิว ได้เดินทางมาที่หน้าโรงพัก สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ เพื่อยืนหนังสือขอความกระจ่างในเรื่องเอกสารที่ทางบริษัทได้ออกมาให้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกไม่สมบูรณ์และใช้ไม่ได้ และถูกฉีกทิ้ง ต่อ พ.ต.ต.ชวลิต  เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลเพื่อขอความกระจ่างในเอกสาร  หลังจากที่นางสาวพลอยชนก นายจ้างได้เล่าเรื่องราวที่คนงานถูกจับกุมในคืนที่เกิดเหตุแล้ว




พ.ต.ต.ชวลิต  เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้กล่าวว่า  จากการตรวจสอบเอกสารแล้วเชื่อว่าหนังสือขออนุญาตที่ทางบริษัทของผู้เสียหายออกให้น่าจะอยู่ในกลุ่มที่ 6 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 3 ที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ ว่าด้วยการประกอบอาชีพซึ่งจำเป็นต้องกระทำภายในเวลาพิเศษ ได้แก่ ผู้ออกเวรยาม กะ หรือการทำงานตามผัดเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติของทางราชการ เอกชน โรงงาน หรือการดูแลรักษาความปลอดภัย ผู้ประกอบอาชีพประมง การรีดยาง การตรวจรักษาสัตว์  ที่ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด 1- 6 ต้องแสดงหลักฐาน เอกสารรับรองการทำงานจากหน่วยงานต้นสังกัด หรือหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน  นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต หรือหัวหน้าสถานีตำรวจ ควบคู่กับบัตรประชาชนหรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น  เนื่องจากเอกสารที่ทางผู้เสียหายนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เป็นเอกสารการับรองของบริษัทต้นสังกัด ซึ่งน่าจะอยู่ในกลุ่มที่ 6 ซึ่งตรงนี้ต้องความกระจ่างกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ด้าน พ.ต.อ.ประสาทพร  ศรีสุโข ผกก.สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ได้ชี้แจ้งว่า  ตามที่ได้ชี้แจ้งไปแล้วว่ากลุ่มคนงานที่ถูกจับกุมทั้ง 15 คนนั้น เป็นความผิดในกลุ่มที่ 7  ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 3 ที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ ที่ว่าด้วยเหตุจำเป็นอื่น ๆ อะไรก็ได้ที่เป็นเหตุจำเป็น แต่ต้องได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงาเจ้าหน้าที่ เป็นผู้พิจารณาว่า อันนี้เป็นเหตุจำเป็นที่ไม่ได้ระบุในข้อ 1 ถึง 6 เราก็เอาหลักฐานไป บอกเหตุผลให้ฟัง ถ้าได้รับอนุญาต เขาก็ออกใบอนุญาตให้ ก็สามารถเดินทางในเวลาเคอร์ฟิวได้ โดยการแสดงบัตรประจำตัวและเอกสารรับรองความจำเป็น พนักงานต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัดและหนังสือรับรองจากผู้ที่ได้รับการแต่งตั่งจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุญาต ถึงจะออกนอกเคหสถานในเวลาห้ามได้

ซึ่งพวกเขาไม่มี แต่เขาอ้างว่าได้รับอนุญาตมา ให้ดูพบว่าเป็นเพียงหนังสือที่แจ้งไปตามสถานีต่าง ๆ ว่า ว่าบุคคลพวกนี้เป็นพนักงานที่มาทำงานให้กับโครงการชิโนทัย มีความจำเป็นจะต้องทำงานในช่วงเวลาห้าม โดยไม่มีการระบุชื่อ ซึ่งมันเป็นเพียงเอกสารของฝ่ายบริษัทแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ และยังไม่มีหนังสือจากเจ้าหน้าที่อนุญาตแต่อย่างใด เรื่องจริงมันเป็นอย่างนี้ แต่เขาเอาอันนี้มาอ้างกับตำรวจที่จับกุมว่าเขาได้รับอนุญาตตามเอกสารนี้ ซึ่งเราก็อธิบายแล้วว่าเอกสารนี้ไม่ใช้เอกสารอนุญาตเพราะว่าเอกชนจะอนุญาตไม่ได้ เอกชนต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการอนุญาตได้ และต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะมีสิทธิ์ออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม

 

สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.สมุทรปราการ  




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง