เหมือนฝัน..สาววัย 46 ข้อเข่าเสื่อมนอนซมติดเตียงกว่า 1 เดือนแพทย์นัดผ่าตัด-แต่ได้ “หมอเทวดา”พอกเข่าด้วยสมุนไพรเดินปร๋อไม่ต้องผ่าตัด

15 ม.ค. 2565


               เหมือนฝัน..สาววัย 46 ข้อเข่าเสื่อมนอนซมติดเตียงกว่า 1 เดือนแพทย์นัดผ่าตัด-แต่ได้ “หมอเทวดา”พอกเข่าด้วยสมุนไพรเดินปร๋อไม่ต้องผ่าตัด-ในขณะที่คุณลุงวัย 60 ปี ดวงตาใกล้บอด “หมอเฟิร์น”บ่งต้อ 3 ครั้งมองเห็นใสแจ๋วเหมือนได้เกิดใหม่

               จากกรณีที่นางอัมภาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ้จ๋า วัย 86 ปี เศรษฐินีใหญ่ใจบุญ เจ้าของธุรกิจห้างโชคดีเลขที่ เลขที่ 1410/6 ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และบริษัทในเครือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคเสรีรวมไทย จ.นครศรีธรรมราช มีปัญหาเรื่องสายตาและข้อเข่าเสื่อม เข้ารักษาในคลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ ใน จ.สุราษฏร์ธานี ของแพทย์หญิงอิศรารัตน์ พุ่มทอง หรือ “หมอเฟิร์น” ที่จบการศึกษาปริญญาโท สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยใช้ตำรับแพทย์แผนไทยด้วยวิธี “บ่งต้อ-พอกเขา” จนตนหายหายขาดจากปญหาดวงตาและข้อเข่า จึงมีความคิดที่จะทำบุญครั้งใหญ่ร่วมกับพรรคเสรีรวมไทย จัดทำโครงการ “คืนสายตาที่สว่างไสว-คืนข้อเข่าให้เดินได้ตามปกติ”ให้ชาวเมืองคอนฟรี เพื่อทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งผู้ป่วยที่สมัครเขารับการรักษา 1 คร์อส 3 ครั้ง แยกเป็นค่า “บ่งต้อ”ครั้งละ 450 บาท พอกเข่าข้างละ 300 บาท โดยนางอัมพาพันธ์ หรือ”เจ้จ๋า” เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเองทั้งหมด และในปัจจุบันแพทย์หญิงอิศรารัตน์ พุ่มทอง หรือ “หมอเฟิร์น” และแพทย์หญิงสุภารัตน์ จงใจ หรือ“หมอพรีม” พร้อมทีมพยาบาลได้ตัดสินใจมาเปิดคลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ ในหมู่บ้านนครเลควิว ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ป่วยทั้งที่เข้ารับการรักษาในโครงการของนางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ้จ๋า” และเข้ารับการรักษาส่วนตัวที่คลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์หญิงอิศรารัตน์ พุ่มทอง หรือ“หมอเฟิร์น”เป็นจำนวนมมาก จนเป็นเล่าลือกันอย่างกว้างขวาง ถึงขั้นยกย่องเป็น “หมอเทวดา” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               (15 ม.ค.)นางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ้จ๋า”เปิดเผยว่า หลังจากเปิดดำเนินการชุดแรก ที่วัดทุ่งแย้ หมู่ 6 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับผู้ป่วยบ่องต้อ จำนวน 30 คน และผู้ป่วยพอกเข่า 90 คนรวม 120 คน  แต่มีผู้ป่วยยังไม่มั่นใจลงทะเบียนเข้ารับการรักษาทั้งสองประเภทแค่ 30 คน ผลการรักษาผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้นกว่า 70-0 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องขอเข้ารับการรักษาในโครงการนี้ต่อไป ตนจึงขยายโครงการในรอบที่ 2 ในวันที่ 18 ม.ค. 2565 ณ.ชั้น 2 ห้างผ้าโชคดี เลขที่ 1410/6 ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยรับผู้ป่วยบ่งต้อ ภาคเช้า 15 คน ภาคบ่าย 15 คน ผู้ป่วยพอกเข่า ภาคเช้า 30 คน ภาคบ่าย 30 คน แต่หลังจากประกาศให้ลงทะเบียนผ่านเพจ “Oampaphan Ninprapha” (อัมพาพันธ์ นิลประภา) และผ่านทางอาจารย์อนุวัฒน์ ปานอ่อน ประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย เขต 1 นครศรีธรรมราช โทร.096-6544777 ปรากฏว่ามีผู้ป่วยแห่สมัครร่วมโครงการนับร้อยคน  ตนจึงตัดสินใจขยายโครงการนี้ออกไปเรื่อย ๆ เพื่อทยอยรักษาผู้ป่วยที่สมัครเขาร่วมโครงการต่อไปเรื่อย ๆ โดยจะทยอยนัดผู้ป่วยบ่งต้อรอบละ 30 คน และผู้ป่วยพอกเข่ารอบละ 60 คน ส่วนรอบพิเศษสำหรับสื่อสารมวลชนตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. วันเว้นวันสื่อมวลชนรวมทั้งครอบครัวสื่อมวลชนสามารถลงทะเบียนเข่ารับการรักษาผ่านช่องทางเดียวกัน ทางทีมงานจะแจ้งวันเวลานัดหมายเขารับการรักษาให้ทราบเป็นการส่วนตัวต่อไป              

 




น.ส.สุมาลี โชติเชย อายุ 46 ปี  อยู่บ้านเลขที่  42  หมู่ 10 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่เข้ารัการรักษาข้อเข่าด้วยการพอกเข่า ในชุดแรกครบคอร์ส 3 ครั้ง  กล่าวว่า ตนมีปัญหาเรื่องข้อเข่าโดยเฉพาะสะบ้าหัวเข่าอักเสษ มีอาการปวดบวม ข้อเข่ามีเสียงดัง จนเดินไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ต้องนอนซมติดเตียงนานกว่า 1 เดือนจนแพทย์นัดผ่าตัดเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ตนเครียดและคิดมากกลัวว่าจะกลายเป็นคนพิการเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ตนและครอบครัวต้องได้รับความลำบากอย่างแน่นอน จนได้ทราบข่าวจากเจ้จ๋า ห่างผ้าโชค จึงลงสมัครทะเบียนเขารับการรักษา ที่วัดทุ่งแย้   ซึ่งในครั้งแรกตนให้ญาติขับรถยนต์มาส่งและใช้เครื่องช่วยเดินมาเข้ารับการรักษาด้วยการพอกเข่าด้วยสมุนไพรไทย ทราบว่าสมนไตรสูตรดังกล่าวมีราคาแพงมากถึง กก.ละ 5,000 บาท ในระหว่างพอกเข่ารู้สึกเย็นถึงกระดูกและกลับบ้านโดยยังไม่แกะตัวยาที่พอกเข่าออก จนรุ่งเช่าพบว่าอาหารปวดบวม เสียงดังและอักเสษลดลง สามารถเดินได้ด้วยตัวเองไม่ต้องเครื่องขาวยเดิน แต่ยังต้องใส่สนับเข่า  จนมาเขารับการรักษาครั้งที่ 2 อาการปวดบวม อักเสษ เสียงดังหายที่ข้อเข่าก็หายไป สามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยเดินและไม่ต้องใส่สนับเข่าเหมือนที่ผ่านมา

                 “จนถึงวันที่แพทย์ รพ.นัดผ่าตัดวันที่ 5 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมาตนเดกินทางไปพบแพทย์ทำการตรวจแพทย์ รพ.ถึงกับตกใจสอบถามตนไปทำอะไรมา ไปรักษาที่ไหน ตนจึงเล่าให้ฟังว่าไปเข้ารักการรักษาด้วยวิธีการพอกเข่าตำรับแพทย์แผนไทยทางแพทย์จึงแจ้งว่าอาหารดีขึ้นมาก ไม่มีอาการปวด บวมและข้อเขากระชับไม่มีเสียงดัง จึงแจ้งยกเลิกการนัดผ่าตัดไปโดยปริยาย หลังจากนั้นตนเข้ารับการรักษาพอกเข่าครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2665ที่ผ่านมา ตอนนี้ข้อเข่าหายเป็นปกติ ไม่หลงเหลือร่องรอยอาการป่วยเดิมอยู่เลย สามารถเดิน วิ่งได้เป็นปกติ ตนดีใจมากที่สุดและต้องขอขอบคุณนางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ้จ๋า”ที่จัดโครงการดี ๆ แบบนี้ช่วยให้ตนและคนที่ประสบปัญหาแบบเดียวกันอีกหลายรายพ้นความทุกข์ทรทาน นางสุมาลี กล่าวด้วยความดีใจสุดขีด"

             


นายพิรมย์ รอดภัย อายุ 60 ปี  ที่อยู่ 26/1 หมู่ 6 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนมีปัญหาเรื่องสายตามาหลายปีและเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนพร่ามัว เป็นผ้า เป็นวุ้น จนใกล้ตาบอดมองแทบไม่เห็น จึงเข้าร่วมโครงการและผ่านการบ่งต่อครั้งแรกก็มองเห็นชัด  ตอนนี้ผ่านการบ่งต้อมาครบคอร์ส 3 ครั้งแล้วสายตามองเห็น 70-80 เปอร์เซ็นต์แพทย์หญิงอิศรารัตน์ พุ่มทอง หรือ“หมอเฟิร์น” บอกว่าสามารถเขารีบการบ่อต้อได้อีกไปจนถึง 8 ครั้งโดยเข้ารับการรักษาส่วนตัวได้โดยลงทะเบียนสมัครเข่าร่วมโครงการรอบที่ 2 ในวันที่ 18 ม.ค. 2566 ที่ห้างผ่าโชคดี หรือจะเข้ารับการรักษาบ่องต้อที่คลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ ในหมู่บ้านนครเลควิว ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง  ตนดีใจมากที่สุดที่ดวงตากลับมามองเห็นเกือบเป็นปกติ ใสแจ๋ว เหมือนได้เกิดใหม่ ที่เคยคิดมากจนเครียดนอนไม่หลับก็กลับนอนหลับสบาย อยากให้โครงการดี ๆ แบบนี้มีอยู่ตลอดไป ขอขอบคุณเจ้จ๋าและพรรคเสรีรวมไทยเป็นอย่างมาก.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

          




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน