ตร.บางแก้วรวบหนุ่มแสบหลอกสั่งอาหารเชิดเงินส่วนต่างหนี เผยก่อเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน

14 ม.ค. 2565


เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 13 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายพงศธร  อยู่ดี อายุ 34 ปี  ชาวตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง โดยการออกอุบายทำทีจะสั่งข้าวกล่อง 300 กล่องที่ร้านอาหารย่านกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยออกอุบายให้ทางร้านบวกราคาเพิ่มจากกล่องละ 65 เป็น 85 บาท โดยอ้างว่าจะสั่งไปเลี้ยงพนักงานของบริษัท  แต่จะมาเอาในวันถัดไป และออกอุบายให้ทางร้านออกบิลยอดเต็มรวมราคาส่วนต่างเพื่อจะไปเบิกเงินมาให้ก่อน แต่ขอรับเงินส่วนต่างจากทางร้านก่อน และหลอกให้คนของทางร้านนั่งซ้อนท้ายและนำบิลค่าอาหารมาด้วย เพื่อจะพาไปเบิกเงินให้ ก่อนที่จะพาพนักงานมาทิ้งข้างโดยออกอุบายว่าให้รอตรงนี้จะเข้าไปเบิกเงินให้ สบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถหนีไปปล่อยในพนักงานของร้านอาหารดังกล่าวยืนรออยู่นานนับชั่วโมงกว่าจะรู้ว่าถูกหลอก ทำให้ทางร้านอาหารสูญเงินไปกว่า 5 พันบาท และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่หลงกลเดินทางมาเข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้อีกหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ สภ.เมือง สมุทรปราการ เป็นร้านนมหมีปั่น ซึ่งตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านถนนศรีนครินทร์  ส่วนที่ สภ.สำโรงเหนือ  เป็นร้านชานมไข่มุก ซึ่งตั้งอยู่บนห้างชื่อดังย่านสำโรงเหนือ  

ขณะที่นางสาวพันณิตา มากเอี่ยม   พนักงานร้านพิษซ่าแห่งหนึ่งในย่านบางแก้ว หนึ่งในผู้เสียหาย ได้เล่าว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุรายนี้จะทำเหมือนกันทุกครั้งคือเข้ามาติดต่อขอสั่ง พิซ่า จำนวน 300 โดยอ้างว่าจะไปเลี้ยงคนในบ่อน และออกอุบายให้เพิ่มเงินส่วนต่างบวกลงไปในบิลด้วย และขอให้ออกบิลให้ก่อนเพื่อที่จะไปเบิกเงินให้ และจะมารับสินค้าในวันถัดไป แต่ขอเบิกเงินส่วนต่างจากทางร้านก่อน และจะเอาบิลไปเบิกเงินมาให้ก่อน โดยให้พนักงานของทางร้านนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปรอรับเงิน แต่พอคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์พาพนักงานของร้านมาถึงหน้าห้างแมคโค ก็ออกอุบายให้พนักงานคนดังกล่าวยืนรออยู่หน้าห้าง โดยอ้างว่าจะเข้าไปเบิกเงินมาให้ ก่อนที่จะขี่รถหลบหนีไป ปล่อยให้พนักงานของร้าน พิซ่า ยืนรออยู่นานนับชั่วโมง กว่าจะรู้ว่าถูกหลอก จึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้




จากการสอบสวนนายพงศธร  ผู้ก่อเหตุ ได้ให้การว่า ตนเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ในคดีฉ้อโกงซึ่งก่อเหตุลักษณะเดียวกัน แต่หลังจากที่พ้นโทษออกมาไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนได้เนื่องจากไม่มีเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน จึงหวนกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก โดยครั้งแรกไปก่อเหตุที่ร้านนมหมีปั่นในเขต สภ.เมืองสมุทรปราการ จากนั้นผ่านมาไม่กี่วันก็ไปก่อเหตุที่ร้านชานมไข่มุก ในห้างย่านสำโรงเหนือ และตะเวนก่อเหตุอีกหลายพื้นที่ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งจะได้เงินจากผู้เสียหายครั้งละ5-8 พันบาท หลังจากได้เงินมาก็จะเอาไปกิน เที่ยวและเล่นการพนันออนไลน์ โดยที่ตนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หลังก่อเหตุก็จะไปเช่าห้องพักและเปลี่ยนไปเลื่อย ๆ กระทั่งล่าสุดไปเช่าห้องพักในย่านบางปะกงและเตรียมลงมือก่อเหตุอีก แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุม


 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน