เปิดคำวินิจฉัย กกต.ยกฟ้องสยบข่าวลือ “เจ้ต้อย”กนกพร เดชเดโช นายก อบจ.เมืองคอนโดนใบแดง

12 ม.ค. 2565


               เปิดคำวินิจฉัย กกต.ยกฟ้องสยบข่าวลือ “เจ้ต้อย”กนกพร เดชเดโช นายก อบจ.เมืองคอนโดนใบแดง-หลังเกิดกระแสข่าวว่า กกต.ให้ใบแดงนางกนกพร เดชเดโช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช จากการถูกร้องทุจริตเลือกตั้ง 20 ธ.ค. 2563

               (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชี่ยลได้มีการวิพากวิจารณ์ว่าทาง กกต.ได้ให้ใบแดงนางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีทุจริตการเลือกตั้งนายก ฯเมื่องันที่ 20 ธ.ค. 2563  ทำให้คอการเมืองและประชาชนทั่วไปมีการสอบถามและเกิดกระแสการวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา

               จนกระทั้งล่าสุดได้มีการเผยแพร่คำวินิจฉัยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งคำวินิจฉัยคณะกรรมการเลือกตั้ง ถึงนางกนกพร เดชเดโช  ที่ ลต (นศ) 0007/ 1465 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564  พร้อมส่งสำเนาคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 492 /2564  ลงวันที่ 2 กันยายน 2564 จำนวน 3  แผ่น ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ได้มีผู้ร้องยื่นคำร้องกล่าวหาว่าท่านกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยเนื้อหาสาระในเอกสาร 3 แผ่นดังกล่าวระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเรียนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณากรณีการร้องคัดค้านดังกล่าวแล้ว รายละเอียดปรากฏตามคำวินิจฉัยคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อนางสาวนุชนภางค์ ลิ่มตุลย์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

              




 ส่วนเนื้อหาสาระของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 492/2564 วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2564  เรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอหัวไทร เขตเลือกตั้งที่ 1 และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามที่มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ 22ตุลาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (ส.ถ. 1/1) และประกาศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563 นั้น ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคำร้องว่า นายดลกะหรีม เพอสะและ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอหัวไทร เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 2 ผู้ถูกร้องที่ 1 และนางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข 6 ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา65 (1) กล่าวคือ ผู้ถูกร้องทั้งสองจัดทำ ให้ สนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณ นารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว ได้ความว่า ประเด็นที่ 3 ถึงประเด็นที่ 5  ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563  เวลา 19.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.30 น. ผู้ถูกร้องทั้งสอง ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้ตัวแทนหรือหัวคะแนนให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหมู่ที่ 7ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทรจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น จากการได้สวน ผู้ร้องที่ 1 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00  นาฬิกา กำนันตำบลเกาะเพชรอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งตนทางโทรศัพท์ว่ามีการให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 200  บาทหลังจากนั้น ตนได้พูดคุยกับกำนันตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางแอปพลิเคชันไลน์ กลุ่ม สจ. ชาตรีเบอร์ ๓..." ว่า "...กำนันโรจน์มาเก็บเบี้ยคืน..." และมีการเผยแพร่ภาพถ่ายเหตุการณ์ ประกอบคำร้อง ต่อมากำนันตำบลเกาะเพชรแจ้งตนทางโทรศัพท์ว่าจะนำเงินซื้อเสียงที่เก็บจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาให้แก่ตน พร้อมทั้งให้หมายเลขโทรศัพท์ของกำนันตำบลหน้าสตน เมื่อตนโทรศัพท์ไปหากำนันตำบลหนาสตน"ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปแจ้งความ ตนจึงนัดหมายกับกำนันตำบลเกาะเพชรที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. หัวไทร เพื่อนำเงินซื้อเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปแจ้งความ เมื่อถึงเวลานัดหมายกำนันตำบลเกาะเพชรและกำนันตำบลหน้าสตนได้เดินทางมาด้วยกัน โดยกำนันตำบลหน้าสตนเป็นผู้นำเงินดังกล่าวจำนวน 3,200 บาท ใส่ถุงแล้วส่งมอบให้แก่ตน

               จากนั้นตนจึงเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชตามสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน สถานีตำรวจภูธรหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 20 ธันวาคม พ ศ.2563 กำนันตำบลเกาะเพชร ให้ถ้อยคำว่า ….เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2563 เวลา 18.00.นาฬิกา ขณะที่ตนและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจัดหน่วยเลือกตั้งที่ศาลาประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีชาวบ้านมาแจ้งกับตนว่ามีการให้เงินซื้อเสียง ตนจึงบอกว่าหากได้รับเงินซื้อเสียงให้เอามาคืนได้ที่ตน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ชันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 07.30  นาฬิกาตนได้ขับรถยนต์ไปยังหน่วยเลือกตั้ง และได้แวะถามชาวบ้านว่าได้รับเงินซื้อเสียงหรือไม่ ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวน 4 คน ได้บอกตนว่าได้รับเงินซื้อเสียงพร้อมทั้งนำเงินซื้อเสียงมาคืนไว้ที่ตนจำนวน 3,200 บาท การถ่ายภาพขณะชาวบ้านแต่ละคนกำลังคืนเงินซื้อเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนไว้จำนวน 4 ภาพ แต่ไม่ได้สอบถาม รายละเอียดเกี่ยวกับการให้เงินซื้อเสียง เนื่องจากต้องการไม่ให้ชาวบ้านซื้อสิทธิขายเสียงเท่านั้น ต่อมากำนันตำบลหน้าสตนได้นำภาพตังกล่าวเผยแพร่ลงในแอปพลิเคชันไลน์ กลุ่ม "คนรักหน้าสตน" จึงทำให้ผู้ร้องที่ 1ทราบเรื่องและมีการนัดหมายกับผู้ร้องที่ 3 และกำนัตำบลหน้าสตนตังกล่าว กำนันตำบลหน้าสตนให้ถ้อยคำ ทำนองเดียวกันกับผู้ร้องที่ 2 และกำนันตำบลเกาะเพชร และให้ถ้อยคำเพิ่มเติมว่ารู้จักกับผู้ถูกร้องที่ 1 ในฐานะที่เป็นลูกบ้าน ส่วนกำนันตำบลเกาะเพชรเป็นเพื่อนและเป็นหุ้นส่วนในกิจการรับเหมาก่อสร้าง


              


ประเด็นที่ 1 ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงตามภาพถ่ายประกอบคำร้อง ให้ถ้อยคำว่าในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 18.00 นาฬิกา ขณะที่ตนและสามีของตนอยู่ที่บ้าน มีชายขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้านของตน พร้อมทั้งให้เงินแก่สามีของตนจำนวน 600 บาท โดยมิได้มีการพูดคุยกันและไม่ทราบว่าชายคนตังกล่าวเป็นใครเนื่องจากสวมหมวกนิรภัย เห็นว่า ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงไม่ทราบว่าผู้ที่ให้เงินเป็นบุตคลใต และไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นเงินที่ให้เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องทั้งสอง ข้อเท็จริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น อันเป็นการผ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ ศ. 2562 มาตรา 65 (3)

               ประเด็นที่ 2 ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงตามภาพถ่ายประกอบคำร้องให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563เวลา 20.00 นาฬิกา ถึงเวลา 21.00  นาฬิกา ขณะออกมาบริเวณริมถนนหน้าบ้านเพื่อให้อาหารสุนัข พบเห็นเงินวางไว้บริเวณทางเข้าหน้าบ้านของตน จำนวน 1,400 บาท โดยไม่ทราบว่าใครนำมาวาง จึงหยิบเงินดังกล่าวเข้าบ้านและบอกสามีของตนว่ไม่รู้ว่าใครเอาเงินมาวางไว้ที่ริมถนนหน้าบ้าน จากนั้นได้โทศัพท์แจ้งกำนันตำบลเกาะเพชรให้ทราบ เห็นว่า ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงไม่ทราบว่าผู้ใตนำเงินจำนวน 1,400 บาท มาวางไว้ที่บริเวณหน้าบ้านของตน และไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นเงินที่ให้เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น อันเป็นการผ่าผืน พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 ( 1 )

               ประเด็นที่ 3 ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงตามภาพถ่ายประกอบคำร้อง ให้ถ้อยคำว่าเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2563 ช่วงเวลาเย็น มีขายขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้านของตน พร้อมทั้งให้เงินแก่ตนจำนวน 200 บาท โดยมิได้มีการพูดคุยกัน และไม่ทราบว่าชายดังกล่าวเป็นใครเนื่องจากสวมหมวกนิรภัย เห็นว่า ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงไม่ทราบว่าผู้ที่ให้เงินเป็นบุคคลใด และไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นเงิน ที่ให้เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ใได้ว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น อันเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1)

               ประเด็นที่ 4 ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างรำได้รับเงินซื้อเสียงซึ่งไม่ปรากฎในภาพถ่ายประกอบคำร้องให้ถ้อยคำว่า ตนไม่เคยได้รับเงินซื้อเสียงจากผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด เห็นว่า ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงยืนยันว่าตนไม่เคยได้รับเงินซื้อเสียงจากผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด โดยไม่ปรากฎ พยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีพฤติ การณ์ตามคำร้อง ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ใด้ว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่า ประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเ เองหรือผู้สมัครอื่น อันเป็นการฝาฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1)

               ประเด็นที่ 5 ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงินซื้อเสียงตามภาพถายประกอบคำร้อง ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563  เวลา 18.00  นาฬิกา ขณะที่ตนกำลังเดินอยู่ริมถนนได้มีรถยนต์กระบะซึ่งจำสี ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับมาจอดและมีชายไม่ทราบชื่อได้ยื่นเงินให้แก่ตนจำนวน 600 บาทแต่ไม่ได้ยินว่าชายคนตังกล่าวพูดอะไรเนื่องจากตนกำลังคุยโทรศัพท์ เห็นว่า ชาวบ้านที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเงิน ซื้อเสียงไม่ทราบว่าผู้ที่ให้เงินเป็นบุคคลใด และไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นเงินที่ให้เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินไต้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1) ตามคำร้องจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ลงชื่อนายอิทธิพร บุญประคองประธานกรรมการการเลือกตั้ง.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช                 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน