เจ้าของฟาร์มหมูสิงห์บุรีลั่น! ระบบกรมปศุสัตว์ล้มเหลว หมูเป็นโรคมานาน รัฐฯ ไม่รับฟังปัญหา

12 ม.ค. 2565


วันที่ 11 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บริษัท การุณฟาร์ม จำกัด เลขที่ 80 ม.4 ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นฟาร์มหมูของ นายพัฒนพงษ์ การุณยศิริ หรือ เฮียบุ๊ง เจ้าของฟาร์มหมูรายใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ออกโรงโต้กรมปศุสัตว์ จากกรณีพบหมูติดโรค ASF ตายหลายหมื่นตัว จนสุดท้ายต้องปิดฟาร์มหมูไป พร้อมขุดเก็บซากส่งตรวจซ้ำเองเพื่อยืนยันว่า หมูที่ฟาร์มตายเพราะติดโรค ASF แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานไหนรับฟังปัญหา จนต้องขาดทุนสองร้อยกว่าล้าน และอยากให้ฝ่ายรัฐฯ ออกมายอมรับความจริงและรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น




นายพัฒนพงษ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า กรณีหมูเป็นโรคตายนี้ เป็นมาตั้งแต่ปลายปี 60 จนถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ 4 - 5 ปี ก่อนหน้านี้หลายๆ คนหรือแม้แต่ฝ่ายปศุสัตว์ต่างบอกว่าเป็น “ไข้หนังแดง” ซึ่งตนคิดว่า ดูจากอาการของหมูที่เป็นแล้วไม่น่าจะใช่ และโรคนี้เกิดระบาดพร้อมกันทั้งประเทศ ตัวยาที่รักษาอาจจะเอาไม่อยู่ เพราะหมูมีไข้ขึ้นสูงมาก อุณหภูมิอยู่ที่ 43 องศา เลือดจะไปคลั่งที่ผิวหนังจนเส้นเลือดแตก เครื่องในเสียหายหมด และติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ตนจึงคิดว่าโรคระบาดที่เกิดไม่ใช่ “ไข้หนังแดง” แต่น่าจะเป็นโรค อหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ AFS เพราะโรคนี้ตอนนั้นกำลังระบาดอยู่ในประเทศจีน แต่ขณะนั้นก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งกว่าความจริงจะเปิดเผย มันก็สายไปแล้ว คนทำฟาร์มหมูทั่วประเทศขาดทุนเสียหายกันเป็นแสนล้าน


นายพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนในฟาร์มของตนเริ่มมีหมูป่วยตั้งแต่ 10 สิงหาคม และระบาดอย่างรวดเร็ว หมูตายทุกวัน ซึ่งมีทั้งหมดสองหมื่นกว่าตัว รวมแล้วเสียหายประมาณสองร้อยล้านบาท ซึ่งก็ต้องทำลายทั้งหมด ทั้งขายทิ้งและขุดหลุมฝังพร้อมกันแทบจะไม่ทัน สำหรับสาเหตุการตายมีอยู่ 2 สาเหตุ สาเหตุแรกคือเกิดจากโรคระบาด ซึ่งเราไม่สามารถจะจัดการได้เพราะไม่มียารักษา ส่วนสาเหตุที่สองคือความบกพร่องของกรมปศุสัตว์ คือการที่จะขายหมูข้ามเขตนั้นมันขายไม่ได้ถ้าไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้าย กว่าจะอนุญาต กว่าจะเคลื่อนย้าย  บางครั้งก็ติดปัญหา  ตนลงทุนตั้งหลายร้อยล้านบาท เพื่อรอใบอนุญาตใบเดียวในการขนย้ายแต่ละครั้ง นั่นก็คือ “ความล้มเหลวของระบบกรมปศุสัตว์ในประเทศไทย” ซึ่งมันทำให้หมูต้องขาดตลาด ราคาหมูจึงสูงขึ้น คนทำฟาร์มหมูขาดทุนทั่วประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน แบบนี้มันต้องมีคนรับผิดชอบ และตนขอแนะนำให้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ลาออกทางเดียวเท่านั้น!!

จินตนา  ปานมี  ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สิงห์บุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน