กรม ทช.ตื่นระดมกำลังรื้อโพงพางปีกแหลมตะลุมพุกของนักการเมืองท้องถิ่นคนดัง

7 ม.ค. 2565


               กรม ทช.ตื่นระดมกำลังรื้อโพงพางปีกแหลมตะลุมพุกของนักการเมืองท้องถิ่นคนดัง -ชาวประมงได้ทีขย่มแค่ 1 เปอร์เซ็นต์แน่จริงรื้อให้หมดและสอบสวนติดตามจับกุมตัวการมาดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนที่ไล่ล่าจับกุมชาวประมงพื้นบ้านดำนินคดีจนเดือดร้อนสิ้นเนื้อประดาตัวต่อเนื่อง

               (7 ม.ค.) หลังจากที่กลุ่มชาวประมงใน 6 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมตัวกันกันที่เทศบาลตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติสองมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือขนาดเล็ก 5-10 เมตร 3-5 ตันครอส ออกจับสัตว์น้ำดำเนินคดีในข้อหาทำประมงพาณิชย์ในเขตหวงห้าม ถูกศาลพิพากษาตัดสินปรับกว่า 1 แสนบาทและสั่งยึดเรือที่ใช้เป็นเครื่องมือหากิน สร้างความเดือดร้อนให้กับประมงอย่างหนัก ในขณะที่มีการปล่อยปละละเลยให้นายทุนและพรรคพวกของตัวเองทำประมงผิดกฎหมายทั้งคราดหอย เวียนปลาเขือโดยไม่ถูกจับกุม อีกทั้งยังอ้างกลุ่มอนุรักษ์นำไม้ไผ่มาปักปั้นอาณาเขตกลางทะเลนับหมื่นไร่เพื่อเลี้ยงหอยแครง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ทำให้พื้นที่กีดขวางทางน้ำและการทำประมงอวนลอยและประมงอีกหบายประเภทืไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกิดปัญหาจากไม้ไผ่ที่ปักและหักจนเกิดตอใต้น้ำนับหมื่นตอ และปัญหาอื่น ๆ มากมาย ตามที่เสนอข่าวเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาไปแล้วนั้น

             




นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนังแกนนำชาวประมง กล่าวว่า  การหารือสามารถสรุปแนวทางและข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ยื่นเรื่องถึงรัฐยาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ผ่านนายปรีชา  แก้วกระจ่าง นายกเทศมนตรีปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราข ประกอบด้วย 1.ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่ทำแบบสองมาตรฐาน 2.ให้แก้กฎกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธ.ค. 2560 มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. 2561  3. อนุญาตให้ประมงคราดหอยสามารถคราดหอยตลอดแนวชายฝั่งได้ในช่วงมรสุมไม่เกิน 4 เดือน  ต.ค.-มค.โดยห้ามทำประทมงคราดหอยในช่วงอื่น ๆ หรือให้ทางกรมประมงหาวิธีการนำหอยแครงขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มดีกว่าปล่อยให้เน่าตายไปโดยเปล่าประโยชน์ 4. ขอให้ยกเลิกและยุติการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย อ้ายโง่ หรือลอบพับอย่างสิ้นเชิง ส่วนเรือคราดหอยให้ทำได้เฉพาะช่วงมรสุม 3-4 เดือนที่กำหนดเท่านั้นเพื่อนำหอยแครงขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม 5.ขออนุญาติให้การทำประมงลากข้าง และอวนรุน (ขนาดเล็ก) ดำเนินการได้ในระยะ 3,000 เมตร 5. ส่วนกรณีของโพงพาง และเครื่องมือประมงอื่น ๆ ที่ถูกขึ้นบัญชีว่าผิดกฎหมาย ให้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

               ในขณะที่ในเพจเฟซบุ๊ค ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่ 5 (สงขลา) นำเรือ ทช.108 ร่วมกับประมงอำเภอปากพนัง กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้นำชุมชน นำเรือประมงอีก 4 ลำ ปฏิบัติงานจัดระเบียบเครื่องมือประมง (โพงพาง) บริเวณลำคลองในพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวม 6 ปาก ซึ่งการสร้างไว้นี้จะก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพยากรทางทะเล จึงได้ร่วมกันรื้อถอนปีกโพงพางดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและสิ่งกีดขวางเส้นทางการเดินเรือ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำหลังการรื้อถอนและวางแผนเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการกลับเข้ามาทำประมงชนิดนี้อีก


           


    ชาวประมงพื้นบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ในจุดดังกล่าวเป็นการสร้างโพงพางปีกมานานแล้ว ทราบว่าเป็นของนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายก อปท.แห่งหนึ่งใน อ.ปากพนัง ดำเนินการมายาวนานหลายปีแล้ว เจ้าหน้าที่ประมง เจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เห็นด้วยตาชัดเจนมาโดยตลอด แต่ไม่ทำการจับกุมและรื้อถอน จนในครั้งนี้เมื่อทาง กรรมาธิการ ป.ป.ช.เรียกสอบอธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสอบกรณีที่ชาวประมงร้องเรียน จึงมีคำสั่งให้รื้อถอน หากจริงใจ จริงจังต่อการปฏิบัติกน้าที่ควรสอบสวนสืบสวนหาตัวคนกระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายด้วย

               อย่างไรก็ตามสิ่งกีดขวางลำน้ำที่ผิดกฎหมายของนายทุน และของนักการเมือง ในอ่าวปากพนัง,อ่าวปากนคร ปากพญา ปากพยิง และตลอดแนวชายฝั่ง 6 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีอยู่เกลื่อนพื้นที่ การรื้อโพงพางปีกใน ต.แหลมตะลุมพุก ของนักการเมืองท้องถิ่นดังกล่าวเป็นแค่สัดส่วนน้อยไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบยาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รื้อถอนให้หมด อย่าดีแต่จับกุมชาวประมงพื้นบ้านหาเช้ากินค่ำมีฐานะยากจนดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง โดยที่พวกเราเจ็บปวดใจที่สุดสำนวนท้ายคำฟ้องระบุชัดเจนว่า “พวกเราชาวประมงพื้นบ้านเป็นพวกทำลายล้างส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อสวเยงของประเทศ พวกเราเปนเหมือนอาชญากรข้ามชาติ”  แต่ไม่เคยจับกุมดำพเนินคดีกับนายทุนและนักการเมืองท้องถิ่นเลย .

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช    

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วน/กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง