ไม่ใช่อาชญากรข้ามชาติ..ตัวแทนประมงพื้นบ้านเมืองคอน 6 อำเภอเคลื่อนทัพหารือแนวทางแก้ปัญหาอาชีพประมงอย่างตรงจุด

6 ม.ค. 2565


               ตัวแทนประมงพื้นบ้านเมืองคอน 6 อำเภอเคลื่อนทัพหารือแนวทางแก้ปัญหาอาชีพประมงอย่างตรงจุด-สรุป 5 ประเด็นเสนอหนาวยงานที่เกี่ยวข้องและกรรมาธิการ ป.ป.ช.แก้ปัญหาให้ตรงจุดโดยเฉพาะแก้กฎกระทรวง ฉบับลงวันที่ 15 ธ.ค. 2560 มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. 2561  

               เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 ม.ค. 2566 ที่เทศบาลตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบประมงพื้นบ้านจาก 6 อำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนัง ได้เดินทางมารวบตัวกันเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพประมายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน ในอ่าวปาก อ่าวปากนคร พนังและตลอดแนวชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง ไล่ล่าจับกุมดำเนินคดีข้อหาทำประมงพาณิชย์ จนถูกศาลพิพากษาตัดสินปรับเป็นเงินนับแสนบาท ยึดเรือประมง จนครอบครัวชาวประมงพื้นบ้านหลายครอบครัวล้มละลาย ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมาตั้งแต่ปี 2561            

 




      ในขณะที่เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ยึดหลักกฎหมายอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องหลักรัฐศาสตร์ พุทธศาสตร์ และวีชีวิตชุมชนประมง ลงพื้นที่ปฏิบัติขาดความรู้ ความเข้าใจในวิถีชีวิตชาวประมงอย่างแท้จริง ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน และยังละเว้นการปฏิบัติหน้าทีโดยมิชอบอย่างชัดเจน ปล่อยปละละเลยให้พรรคพวกของตัวเองทำประมงโดยผิดกฎหมาย แอบอ้างนโยบายรัฐในการใช้ไม้ไผ่ปักปันฮุบพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งนับหมื่นไร่ อ้างว่าเป็นการทำบ้านปลา เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล  ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวประมงพื้นบ้านได้ยื่นเรื่องร้องเนียน พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลาขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและประธานกรรมาธิการ ปปช.สภาผู้แทน    ราษฏร ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วและทราบว่ากรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฏรก่อนหน้านี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดไปสอบสวนแล้ว และล่าสุดเมื่อวานนี้(5 ม.ค.)เชิญอธิบดีกรมปะมง กรมเจ้าท่ากรมทรัพยาการชายฝั่ง เข้าให้ปากคำกับ กรรมาธิการ ป.ป.ช. แล้วเช่นกัน

               นายมาโนช ดวงดี กล่าวว่า ปัญหาการทำประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานหลายปี ในปัจจุบันถูกหน่วยงานภาครัฐโยนบาปว่าเป็นผู้ทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงเรื่องนายทุนที่ดำเนินโครงการอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปล่อยน้ำเน่าเสียลงแม่น้ำลำคลอง ทะเล รวมมั้งโครงการภาครัฐหลายโครงการ อาทิ การปล่อยน้ำเน่าเสีย หมักหมมจากประตูระยบายน้ำอุทกวิภาชประสทธิ รวมทั้งเรื่องมรสุมที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงแต่ละปี เป็นสาเหตุหลักที่ทำลายทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง  แต่ทางภาครัฐไม่ยอมรัยบความจริง ปกปิดข้อมูลเรื่องราว สร้างภาพและโยนบาปให้กับชาวประมงชายฝั่งมาตลอด จนถึงกับออกประกาศกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธ.ค. 2560 มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. 2561  ระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในบทนิยามคำว่า "ประมงพาณิชย์" ในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1ให้การทำการประมงโดยใช้เรื่อประมงทุกชนาตประกอบเครื่องมือทำการประมง ตังต่อไปนี้เป็นประมงพาณิชย์(1 ) อวนลากคู่ (2 ) อวนลากแผ่นตะเฆ่ (3 ) อวนลากคานถ่าง  (4 )อวนล้อมจับ (มีสายมาน) (5) อวนล้อมจับปลากะตัก (6) คราดทุกชนิดประกอบเรือกล (7) เรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) ข้อประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 เป็นตันไป


              


“เรือประมงพื้นบ้านจำนวนมากมีขนาดเล็กยาวไม่เกิน 10 เมตร ออกทำประมงคนเดียวหรือสองคนก็ถูกจับกุมดำเนินคดีทำประมงพาณิชย์ในเขตหวงห้ามโดยผิดกฎหมายตามประกาศกระทรวงฉบับดังกล่าว ชาวประมงตกเป็นเหยื่ออย่างไม่เป็นธรรมมาตลอด เขาเอากฎหมายประมงพาณิชย์ ขนาด 40 ตันกรอส มาบังคับใช้กับเรือหางยาว 3-5 ตันกรอส เพราะ 100 เปอร์เซ็นต์เรือไม่ถึง 10 เมตรจะไม่สามารถออกทำประมงนอกเขต 3,000 เมตรได้เลย แต่จำเป็นต้องเสี่ยงออกทำประมงตลอดแนวชายฝั่งถูกจับกุมดำเนินคดีเฉียบขาดต่อเนื่อง ชาวประทมงพื้นบ้านหาเช้ากินค่ำมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายกลายเป็นอาชญากรข้ามชาติโดยปริยาย  ในขณะที่กลุ่มที่เป็นพรรคพวกของเจ้าหน้าที่ทั้งเรือคาดหอย เวียนปลาเขือติดไฟสีเป็นสัญลักษณ์ออกทำประมงเต็มอ่าวกลับไม่ถูกจับกุม นายทุนลงทุนซื้อไม้ไผ่นับพันนับหมื่นลำไปปักกลางทะเลแบ่งปันอาณาเขตเลี้ยงหอยเป็นหมื่นไร่   สร้างกระท่อมโดยใช้เสาไฟฟ้าปักเพื่อความแข็งแรงเฝ้าดูแลตลอด 24 ชม.ขัดขวางร่องน้ำ และเกิดเป็นตอใต้น้ำจำนวนมากเป็นบริเวณกว้าง จนชาวประมงอวนลอยและอื่น ๆ มีพื้นที่ทำประมงลดน้อยลง หรือไม่สามารถทำประมงได้ตามปกติอวนและเครื่องมือประมงเกี่ยวสตอใต้น้ำฉีกขาด และมีหน่วยงานรัฐอ้างว่าปกป้องนายทุนว่าเป็นโครงการที่รัฐอนุญาตให้การสนับสนุน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขออนุญาติหรือดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนกฎหมาย หน่วยงานรัฐสร้างความแตกแยกให้กับชาวปแระมงพื้นบ้าน จนมีการทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายบาดเจ็บล้มตายกลางทะเลหลายราย”

               นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง กล่าวอีกว่า ตนขอยืนยันว่าหอยแครงในอ่าวปากปาพนัง อ่าวปากนคร และตลอดแนวชายฝั่ง ถูกปล่อยให้ตายเน่าเสียไปในแต่ละปีไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะช่วงมรสุม ประมาณ 3-4 เดือนระหว่างเดือน ต.ค.-ม.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงมรสุมน้ำจืดจำนวนมากไหลลงทะเลหอยแครงไม่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ และหนีไม่ทันจะเน่าตายทั้งหมดรวมมูลค่านับพันล้าน ทางกรมประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านจับหอยแครงขึ้นมาขายสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมดีกว่าปล่อยให้มันเน่าตายไปเองไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ และยังส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่งด้วย มีหลักฐานปรากฏชัดเจนทุกปีว่าคลื่นลมได้ซัดเอาเปลือกหอยขึ้นมาตอดตามแนวชายฝั่งไปละหลายร้อยหลายพันตัน

               สำหรับการร้องเรียนทางกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ได้เรียกสอบเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดและล่าสุดเรียกสอบอธิบดีกรมประมง กรมเจ้าท่าและกรมทรัพยากรชายฝั่ง และจะเดินทางลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ในเร็ว ๆ นี้ ก่อนสรุปผลการตรวจสอบตามที่ชาวประมงร้องเรียนตามลำดับและขั้นตอนต่อไป วันนี้ตัวแทนเครือข่ายอาชีพประมง 6 อำเภอตลอดแนวชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นัดมารวมตัวกันเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันและยื่นเรื่องถึงกรรมาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทางนายปรีชา แก้วกระจ่าง นายกเทศมนตรีตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งหลังการหารือในวันนี้มีข้อสรุป 1.ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่ทำแบบสองมาตรฐาน 2.ให้แก้กฎกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธ.ค. 2560 มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. 2561  3. อนุญาตให้ประมงคราดหอยสามารถคราดหอยตลอดแนวชายฝั่งได้ในช่วงมรสุมไม่เกิน 4 เดือน  ต.ค.-มค. โดยห้ามทำประทมงคราดหอยในช่วงอื่น ๆ หรือให้ทางกรมประมงหาวิธีการนำหอยแครงขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มดีกว่าปล่อยให้เน่าตายไปโดยเปล่าประโยชน์ 4. ขอให้ยกเลิกและยุติการใช้เครื่องมือประมง อ้ายโง่ หรือลอบพับอย่างสิ้นเชิง ส่วนเรือคราดหอยให้ทำได้เฉพาะช่วงมรสุม 3-4 เดือนที่กำหนดเท่านั้นเพื่อนำหอยแครงขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม 5.  ขออนุญาติให้การทำประมงลากข้าง และอวนรุน (ขนาดเล็ก) ดำเนินการได้ในระยะ 3,000 เมตร 5. ส่วนกรณีของโพงพาง และเครื่องมือประมงอื่น ๆ ที่ถูกขึ้นบัญชีว่าผิดกฎหมาย ให้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง