เปิดใจ“เจ้จ๋า”นักบุญตัวจริงตัดสินใจพลิกชีวิตสู่เส้นทางการเมืองคืนกลับสังคมหลังพบสัจจะธรรม“ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้”

5 ม.ค. 2565


เปิดใจ “เจ้จ๋า”นักบุญตัวจริงตัดสินใจพลิกชีวิตสู่เส้นทางการเมืองคืนกลับสังคมหลังพบสัจจะธรรม“ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้” เผยอยากพัฒนาเมืองคอนเหมือนบุรีรัมย์-ในขณะที่คอการเมืองวิพากวิจารณ์กว้างขวางเป็นไปได้และเป็นไปได้ยากที่จะฝ่าด่าน พปชร.และ ปชป.ภท.ชนะเลือกตั้งในครั้งหน้า


               (5 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางอัมพาพันธ์ นิลประภา อายุ 68 ปี เจ้าของห้างผ้าโชคดี ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นักธุรกิจสาวใหญ่ใจที่รู้จักกันในนาม” เจ้จ๋า” ทุ่มเงินเดือนละกว่า 1 แสนบาทจัดทำข้าวกล่องแจกจ่ายผู้ยากไร้ มีรายได้น้อยต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ได้ตัดสินใจกระโดดลงสู่เล่นการเมืองระดับชาติ โดยประกาศตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคเสรีรวมไทย โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคและทีมงานเดินทางมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 11-12 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมาท่ามกลางกระแสตอบรับจากชาวนครศรีธรรมราชอย่างกว้างขวาง

             ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปนางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ้จ๋า” จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิดให้กับ อาจารย์อนุวัฒน์ ปานอ่อน ประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย เขต 1 นครศรีธรรมราช ซึ่งหลังกล่าวอวยพรวันเกิดอาจารย์อนุวัฒน์ ปานอ่อน เรียบร้อยแล้วนางอัมพาพันธ์ หรือจ้าจ๋า ได้เปิดเผยถึงความตั้งใจในการพลิกชีวิตเดินสู่เส้นทางการเมืองพร้อมประดาศตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคเสรีรวมไทยว่า เจตนารมณ์อย่างเดียวที่ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคเสรีรวมไทย คือต้องการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ ๆ เราจะสามารถทำอะไรให้กับบ้านเมืองได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาเรายังให้บ้านเมืองได้แค่เล็กน้อย หากมีโอกาสเข้าไปยืนในจุดนั้นที่จะสามารถนำโอกาสกลับมาพัฒนาธุรกิจและหลาย ๆ ด้านให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้หญิงคนนี้ก็จะทำ เพราะถือว่าเรามายืนอยู่ในจุดนี้ถึงวันนี้ได้เพราะพี่น้องประชาชนขาวนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลือจะต้องคืนกลับให้กับสังคมและคนเมืองนคร ฯ ที่ผ่านมาป้าจ๋า แม่จ๋า หรือพี่จ๋า อาจจะเป็นคนพูดจากโผงผาง ตรงไปตรงมา อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ต้องขอกราบขอโทษ ขออภัยพี่ ๆ น้อง ๆ ไว้ ณ.โอกาสนี้ ต่อไปเรามีอะไรก็มาร่วมด้วยช่วยกัน เติมเต็มสิ่งที่ดี ๆ ให้กับสังคม ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการคืนกลับให้กับสังคมตลอดไป

             





               “เพราะปัจจุบันอายุ 68 ปีแล้ว ตนค้นพบสัจจะธรรมชีวิตที่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ตอนที่สามีตายเอาผ้าไปไม่ได้สักหลา แม้แต่กระดูกก็เอาไปไม่ได้สักเม็ดเลย จึงตั้งใจและภาวนากับตัวเองมาตลอดว่าอะไรที่เราคืนกลับให้กับสังคมได้ ก็คืนกลับไปเถอะ เพราะในท้ายที่สุด เราเอาอะไรไปไม่ได้เลยจริง ๆ”


               นางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ้จ๋า” กล่าวอีกว่า ตนขอย้ำว่าเจตนารมณ์จริง ๆ แค่อยากจะนำโอกาสหากได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ถ้าเราได้รับเสียงจากประชาชนเป็น ส.ส.เขต 1 สมัยหน้าคิดว่าอยากจะพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราชให้เป็นเหมือนบุรีรัมย์ ซึ่งงานทุกอย่างแม่จ๋า ป้าจ๋า พี่จ๋า อาจจะทำคนเดียวไม่ได้ก็อยากจะฝากพี่ ๆ น้อง ๆ ทุก ๆ คน เราจะก้าวไปด้วยกัน นางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ้จ๋า” กล่าวย้ำหนักแน่น


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ในกลุ่มไลน์หลายกลุ่มและโลกโซเชี่ยล ได้สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนในเมืองนครศรีธรรมราชอย่างกว้างขวาง โดยเฉาะบรรดาคอการเมืองอย่างกว้างขวาง มีทั้งการสนับสนุนลุ้นเชียร์เพราะประทับใจในการประกาศการพบสัจจะธรรม “ตายไปไม่สามารถเอาอะไรไปได้” จึงอยากจะคืนกลับให้กับบ้านเมืองและประชาชน โดยที่ผ่านมา เป็นที่รับรู้ในวงกว้างว่านางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ้จ๋า” ได้คืนกลับให้กับสังคมและประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้เงินส่วนตัวจัดทำข้าวกล่องแจกจ่ายผู้ยากไร้ ฐานะยากจน ต่อเนื่องกว่า 10 ปี พิสูจน์ได้ถึงความจริงใจ ตั้งใจในการคืนกลับให้สังคมและประชาชนอย่างแท้จริง ,ชาวเมืองคอน ส.ส.ที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในภาคใต้ โดยการเลือกตั้งในครั้งหน้าหน้าจะมี ส.ส. 9-10 คน อยากให้มี ส.ส.ที่เป็นนักธุรกิจที่มีฐานะร่ำรวยแล้วเข้าไปตัวแทนบ้าง แตกต่างจากนักการเมืองที่ผ่านมาเข้าไปเป็นตัวแทนประชาชนแต่กลับมีฐานะร่ำรวย มีทรัพย์สินนับร้อยล้านผิดกลับตอนก่อนเป็น ส.ส.อย่างชัดเจน

 

             


ในขณะที่คอการเมืองอีกจำนวนมากแสดงความคิดเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 1 ในครั้งต่อไป เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยมีฐานเสียงในพื้นที่น้อย โดยมองว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปพื้นที่เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่คือพรรคพลังประชารัฐ เจ้าของพื้นที่เดิมที่มี รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ เป็น ส.ส.คนปัจจุบัน และพรรคประชาธิปัตย์ที่ประดาศส่งนายราชิต สุดพุ่ม อดีตข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำแหน่งล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และเพิ่งเกษียณอายุราชการเมืองปลยปี 2564 ที่ผ่านมา ทางพรรคประชาธิปัตย์ตั้งความหวังไว้สูงมากว่าจะแย่งพื้นที่เดิมที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งยึดครองมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี คืนกลับมาจากพรรคพลังประชารัฐให้จนได้


               นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย เตรียมประกาศตัว ดร.นายแพทย์ปรัชญะพันธุ์ เพชรช่วย คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นผู้สมัครรับการเลือกตั้งเขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราชในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเช่นกัน จึงยิ่งทำให้เส้นทางการชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของนางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ้จ๋า”เป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น แต่มีหลายคนแสดงความคิดเห็นว่าการเลือกตั้งในยุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ จึงมีความเป็นไปได้ที่กระแสความต้องการของประชาชน อาจจะเบื่อหน่ายกับการต่อสู่ทางการเมืองแบบเก่า ๆ เดิม ๆ จะหันมาเทคะแนนเลือกนางอัมพาพันธ์ หรือ“เจ้จ๋า” ชนะการเลือกตั้งชนิดหักปากกาเซียนก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช                      




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน