อช.เขื่อนศรีฯ ลุยรื้อรีสอร์ทดังค่ากว่า30ล้านรุกป่า จ่อรื้อริมอ่างอีกหลายแห่ง

14 ธ.ค. 2564


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 14 ธันวาคม 2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายทส.ยกกำลังเอ๊กซ์ ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการปราบปราม ขั้นเด็ดขาด กับนายทุนบุกรุกป่า แล้วยึดคืน มาฟื้นฟูเป็นป่าธรรมชาติดังเดิม

ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ 15 นาย ได้เข้าตรวจสอบควบคุมการทุบรื้อถอน สวนพิศตะวันรีสอร์ท ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างบ้านพัก ร้านอาหารขนาดใหญ่ จำนวน 17 รายการ ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เขตท้องที่ป่าท่าแพขนานยนต์ หมู่ที่ 6 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  จากการตรวจสอบการดำเนินการในเวลาไม่ถึง 1 เดือน  เจ้าของรีสอร์ท ดำเนินการรื้อถอนส่ิงปลูกสร้าง ไปได้ประมาณ 90%แล้ว

หลังจากเจ้าของรีสอร์ทดังกล่าวได้มีหนังสือ ฉบับลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 แจ้งขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดด้วยตนเอง ซึ่งขอระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมาโดยมีคนงาน เข้าดำเนินการขนย้ายทรัพย์สิน และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่อเนื่องมา และตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2564 โดยเจ้าของได้นำรถแบคโฮล์ ขนาดใหญ่ จำนวน 2 คัน เข้ามารื้อทุบ ตัวอาคารขนาดใหญ่ จำนวน 3 อาคาร ที่ติดริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่ปลูกสร้างบุกรุก อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์




สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 คณะเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เข้าตรวจสอบ พิศตะวันรีสอร์ท  หมู่ที่ 6 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี พบรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ 20ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 รายการ ราคากว่า 30 ล้าน จึงได้ดำเนินคดีเจ้าของรีสอร์ท ความผิดฐาน บุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดิน ในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต ที่สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ จังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมาคดีอาญา อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาเพราะขาดเจตนา กรมอุทยานฯจึงได้ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 954,307 บาท ต่อมาจ้าของรีสอร์ท เสียชีวิต ได้มีนางพิศมัย (สงวนนามสกุล)เป็นผู้จัดการมรดกแทน โดยพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยื่นฟ้องนางพิศมัย เป็นคดีความแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 96/2561 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561ในระหว่างการพิจารณาของศาล นางพิศมัยฯ ได้ขอเจรจาไกล่เกลี่ย ชดใช้ค่าเสียหายในการบุกรุกป่า ให้กรมอุทยานฯ เป็นเงิน 600,000 บาท และผ่อนชำระเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี ตามคำพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่ 960/2561 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2561


 สำหรับคดีทางปกครอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ออกคำสั่งที่ 71/2557 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2557 ให้ผู้กระทำผิด ทำลายรื้อสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใด ที่ผิดไปจากสภาพเดิม ออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ หรือทำให้สิ่งนั้น กลับสู่สภาพเดิมแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 ตามความมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

และมีหนังสือแจ้งเตือน ให้ผู้กระทำผิดรื้อถอน ฉบับลงวันที่ 10 ตุลาคม 2557 ต่อมาผู้กระทำผิด ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่  2 ในคดีหมายเลขดำที่ ส. 14/2558 โดยศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 ในคดีหมายเลขแดงที่  154/2560 ให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวได้ โดยนางพิศมัย ผู้จัดการมรดก ไม่ได้อุทธรณ์ คดีปกครองถึงที่สุด ผู้ครอบครองมีหนังสือขอรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ออกไปจากเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีฯ ทั้งหมดด้วยตนเอง

นายนิพนธ์เผยอีกว่า ขอฝากไปถึง บรรดานายทุนผู้ประกอบการ เมื่อคดีถึงที่สุด ผู้กระทำผิดยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเอง ทางกรมอุทยานฯ จะไม่ต้องฟ้องร้อง เรียกค่าดำเนินการในการรื้อถอน ส่วนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันกรมอุทยานฯ จะมีแนวทางผ่อนผัน ให้ราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ ตามมาตรา 64 แห่ง พรบ.อุทยานฯ 2562 แต่พื้นที่แปลงตรวจยึดดำเนินคดี และเป็นของนายทุน ที่มิใช่ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทมาก่อน ผู้ครอบครองจะไม่ได้รับสิทธิใดๆจากแนวทางดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบว่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ยังมีแปลงตรวจยึดดำเนินคดี บ้านพักตากอากาศ หรือรีสอร์ท อีกจำนวนหลายแปลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในศาลปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง ให้อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศของนายทุน ที่รุกพื้นที่อุทยานฯดังกล่าวได้

ส่วนพื้นที่ริมอ่างฯที่ยึดคืนมาจำนวน 20 ไร่ จะเร่งฟื้นฟูสภาพป่า และพัฒนาเป็นแหล่งกางเต็นท์ เพื่อให้ประชาชนได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ชมทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ต่อไป

วุฒิเดช ก้อนทองคำ คมชัดลึกทั่วไทย




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน