ลุง“น้องมอส”ระบุยังทำใจไม่ได้สงสารหลานฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน

12 ธ.ค. 2564


               ลุง“น้องมอส”ระบุยังทำใจไม่ได้สงสารหลานฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน-เผยแพทย์ยอมรับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนแต่ยังอ้างเหมือนทุกเคสที่เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิดว่า “เด็กอาจจะมีโรคประจำตัวก็ได้”-เปิดไทม์ไลน์วันเสียชีวิตที่แท้จริง 10 ธ.ค.2564

               จากกรณีที่น้องมอส (นามสมุติ) อายุ 12 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตที่ รพ.ร่อนพิบูลย์ หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา  โดยมีพ่อแม่ ผู้ปกครองและญาติ ๆ เดินทางมารับศพท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ โดยพ่อแม่ของน้องมอส เปิดเผยด้วยน้ำตานองใบหน้าว่า น้องมอส เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ไม่สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เชื่อว่าสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีน จึงขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

 




(12 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ่อแม่ของน้องมอส ยังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมากที่บุตรชายคนเดียวของครอบครัวเสียชีวิตอย่างกระทันหันไม่คาดฟัน จึงไม่พร้อมที่จะแสดงความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมีญาติ ๆ พยายามปลอมประโลมให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ในขณะที่เพื่อนบ้านเดินทางมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพจำนวนมากพร้อมจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ถึงผลกระทบในการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวาง

ในขณะที่นายอำพล อ่อนจันทร์ ลุงของน้องมอส กล่าวว่า ข้อมูลที่สื่อมวลชนนำเสนอมีผิดพลาดอยู่เล็กน้อยเกี่ยววันที่น้องมอสเสียชีวิตที่แท้จริงไม่ใช่วันที่ วันที่ 10 ธ.ค. 2564 ๆไม่ใช่วันที่ 11 ธ.ค. 2564 ซึ่งพ่อแม่ได้นำน้องมอส ไปรับการฉีดวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์เข็ม 2 ที่ศาลาประชาคมอ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราชในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 จนกระทั้งผ่านมาวันที่ 6 ธ.ค. 2564 น้องมอสเริ่มมีอาการหายใจติดขัด และเริ่มอาการไม่ค่อยดี และในวันที่ 8 ธ.ค.2564 เลยพาน้องไป รพ.ร่อนพิบูลย์ แพทย์ทำการสแกนคลื่นหัวใจ ก่อนส่งต่อ รพ.มหาราช แพทย์นำเข้าห้องไอซียู และนอนพักรักษาห้องไอซียู 2 คืนอาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ จนเช้าวันที่ 10 ธ.ค.  2564 แพทย์และพยาบาลต้องปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผลทางแพทย์ รพ.มหาราช ได้แนะนำส่งไปรักษาต่อที่  มอ. สงขลา แต่สุดท้ายน้องมอส เสียชีวิต ระหว่างนำส่ง รพ.มอ.สงขลา

               “การจัดงานบำเพ็ญกุศลศพจัดที่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ รพ.และทีมสาธารณสุขมาร่วมงานและแสดงความเสียหายกับการจากไปของน้องมอส แม้เขามีท่าทีจะยอมรับว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการฉีดวัคซีน แต่ก็ยังอ้างว่าน้องมอสอาจจะมีโรคประจำตัวก็ได้ และทางแพทย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งข้ออ้างทางการแพทย์เป็นแบบนี้ทุกเคสที่มีคนเสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนโควิด แต่ตนยืนยันว่าพ่อแม่ และญาติ ๆ ไม่ทราบมาก่อนว่าน้องมอสมีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาน้องมอสเป็นเด็กที่แข็งแรง วิ่งเล่นกีฬา เตะฟุตบอล สนุกสนานร่าเริง ไม่เคยมีประวัติการเข้ารับการรักษาโรคประจำตัวใด ๆ เลย”  

           


  นายอำพล อ่อนจันทร์ กล่าวอีกว่า หากน้องมอสมีประวัติเกี่ยวกับโรคประจำตัว เราก็คงไม่พาไปฉีดวัค แต่ทางหน่วยงานรัฐเขาระบุแกมบังคับให้เด็กทุกคนต้องไปฉีดวัคซีน หากไม่ฉีดอ้างว่าจะไปโรงเรียนไม่ได้ แม้พ่อแม่ทุกคนจะไม่อยากพาลูกไปฉีดวัคซีนก็จำใจต้องพาไปฉีดเพราะต้องการให้ลูกได้ไปโรงเรียน แต่เมื่อเกิดความสูญเสียแบบนี้ในหลาย ๆ เคส ไม่เคยเห็นว่าจะมีหน่วยงานไหนออกมายอมรับและรับผิดชอบอย่างจริงจังและมักจะอ้างว่าเสียชีวิตเพราะป่วยเป็นโรคประจำตัว ซึ่งหากรู้ว่าฉีดวัคซันโควิดแล้วทำให้น้องมอส ต้องเสียชีวิตคงไม่มีพ่อแม่คนไหนพาไปฉีดแน่ และจนถึงขณะนี้พ่อแม่ของน้องมอส ทำใจไม่ได้ รวมทั้งตนฐานะลุงก็ทำใจไม่ได้สงสารหลานที่จากไปอย่างไม่คาดฝัน นอกจากนี้ยังสงสารพ่อแม่ของน้องมอสผู้ที่ต้องสูญเสียลูกที่มีเพียงคนเดียวและอยู่ในวัยเจริญเติบโต น่ารักมาก ๆ

               “สำหรับศพน้องมอสจะทำการฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 16 ธ.ค.2564 นี้ที่วัดในหมู่บ้าน หลังจากนั้นพ่อแม่และญาติ ๆ ค่อยมาว่ากันในเรื่องความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่ากรณีของน้องมอส จะส่งผลให้เด็กหรือคนทั่วไปหวาดกลัวไม่กล้าเข้ารับการฉีดวัคซีนมากยิ่งขึ้น”  นายอำพล กล่าวอย่างเศร้าสร้อย.

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

  




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน