ชาวบ้านเฮ...นายก ทต.โพธิ์เสด็จนำทีมฝึกซ้อมเสมือนจริงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย“คลองวังมะพร้าว”หลังทุกข์ซ้ำซาก 25 ปี

30 พ.ย. 2564


 

               ชาวบ้านเฮนายก ทต.โพธิ์เสด็จนำทีมฝึกซ้อมเสมือนจริงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-หลังชาวบ้านริมคลองวังมะพร้าวทนทุกข์ซากยาวนาน 25 ปี ส่วนผู้ว่า ฯสั่งติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หลังฝนตกหนักต่อเนื่องเผยพื้นที่ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ 34 ตำบล 100 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 1,047 ครัวเรือน 3,135 คน ในขณะที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยกธงเหลือง-แดงเตือนประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม และมีรายงานน้ำท่วมขังในที่ลุ่มเสี่ยงภัยหลายจุด

               (30 พ.ย.) จากกรณีที่ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหงัดโดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งนายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งทุกหน่วยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและพร้อมปฏิบัติงานที่ทันที่มีสถานการณ์ หลังมีรายงานฝนตกหนักต่อเนื่องในเกือบทุกพื้นที่ร่วม 10 ชั่วโมง และมีน้ำรอระบายเอ่อเข้าท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทั้งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพื้นที่อำเภอรอบนอก โดยมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษในจุดเสี่ยง/พื้นที่เสี่ยงที่ราบเชิงเขา และการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันนี้ (30 พ.ย.)ฝนหยุดตกทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลองที่รับน้ำมาจากเทือกเขาหลวง จนเอ่อล้นตลิ่งลดลงเรื่อย ๆ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเกิดฝนตกหนักซ้ำกำลงมาอีก จึงยังเมการณ์รับมือสภถานการณ์ฝนตกหน้ำท่วม ดินโคลนถล่มอย่างต่อเนื่อง

             




ส่วนที่โรงเรียนวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  นายวิฑูรย์ หัสภาคย์ นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์เสด็จ เป็นประธานเปิดศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และฝึกซ้อมเสมือนจริงในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเสมือนจริง  โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรเทาสาธารณะภัย พนีกงานเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ร่วมฝึกอบรมและซ้อมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเสมือนจริงอย่างพร้อมเรียง ให้การสนับสนุนเรือท้องแผนพร้อมเครื่องยนต์ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และวิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำการอบรมและฝึกซ้อมเสมือนจริง โดยนายวิฑูรย์ ได้เข้าร่วมฝึกอบรมและฝึกซ้อมตลอดทุกขั้นตอน

            ทั้งนี้หลังจากฝึกอบรมทางวิชาการแล้วเสร็จได้ทำการฝึกซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริเวณคลองวังมะพร้าว หลังหมู่บ้านธารริน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงภัยพิบัติรุนแรงและซ้ำซากต่อเนื่องทุกปี ต่อเนื่องนานถึง 25 ปี ที่ผ่านมาการดูแลช่วยเหลือใด ๆ จากองค์กรภาครัฐอย่างจริงจัง  จนสื่อมวลชนนำเสนอข่าวประชาขชนในพื้นที่เรียกร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนนายไกรศรวิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ดูแลเตรียมพร้อมการช่วยเหลือผู้ประภัยในปีนี้อย่างจริงจัง และจะจัดหางบประมาณมาทำการขุดลอกคลองพร้อมเพิ่มท่อบล็อกระบายน้ำลอดถนน 2 จุดประกอบด้วยถนนหลังหมู่บ้านธารริน -วัดโพธิ์เสด็จ ซึ่งมีเพียง 1 ช่องกว้างแค่ 1.5 เมตร และท่อบล็อกระยายน้ำลอดถนนเทวบุรี ซึ่งมี 2 ช่อง รวมกว้างประมาณ 3 เมตร เพื่อให้กว้างจุดละ 8-10 เมตร จะทำให้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหมู่บ้านารริน และริมคลองวังมะพร้าว รวมทั้งหมู่ 6 หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ ลดลงได้อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันประชาชนจิตอาสาได้ร่วมกันลากและกำจัดผักตบชวาและสิ่งปฏิกูลในคลองป่ามะพร้าวที่ถูกน้ำพัดพาไหลมาอัดแน่นอยู่บริเวณหน้าท่อบล็อกลอดถนนเทวบุรีจำนวนมาก ทำให้น้ำสามารถไหลระบายได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจากการเตรียมความพร้อมของเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จและประชาชนในครั้งนี้คาดว่าเมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นยเหมือนทุกปีที่ผ่านมาการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  สร้างความมั่นใจ อุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

 

                            


  ทางด้าน ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งยกธงเหลือง-ธงแดงในคลองสายต่าง ๆ ทั้ง 5 สาย เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย พร้อมนำทีมบริการ และเจ้าหน้าที่ออกสำรวจสถานการณ์น้ำในภาพรวมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พบว่าการระบายน้ำไม่คล่องตัวเนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก ส่งผลให้มีน้ำเอ่อเข้าท่วมผิวการจราจรในหลายเส้นทาง โดยทางเทศบาล ฯได้นำป้ายเตือนมาวางหน้าปากซอยและในเส้นทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับทราบและหลีกเลี่ยงเส้นทาง 

           

ในขณะที่นายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สรุปสถานการณ์ระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2564 (เวลา 08.30 น.) ปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในพื้นที่นครศรีธรรมราช ส่งผลกระทบทำให้มีบางพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก อุทกภัย และวาตภัย จำนวน 14 อำเภอ 34 ตำบล 100 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 1,047 ครัวเรือน 3,135 คน ส่วนสถานการณ์ทั่วไปในภาพรวมทั้งจังหวัด ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ระดับน้ำในลำน้ำสายต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบางพื้นที่ หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่คาดการณ์ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมชังในพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำรอบคลองธรรมชาติบางจุดคลี่คลายลง และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติทั้งนี้หน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เบื้องต้นความเสียหายด้านการเกษตร (ตั้งแต่วันที่ 10-28 พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา 15.30น.) ด้านพืช มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 11,957 ครัวเรือน พื้นที่ประสบภัย 122,643 ไร่ พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายประมาณ 7,992 ไร่ ,ด้านปศุสัตว์ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 817 ราย สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย 105,663 ตัว แปลงหญ้า 3 ไร่ สัตว์ตาย/สูญหาย 2 ตัว และยังไม่มีการอพยพประชาขนและสัตว์เลี้ยง

                ส่วนด้านประมงอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย อย่างไรก็ตามในส่วนของการสนับสนุนด้านทรัพยากรสาธารณภัย ทางกรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้ว 41 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 32 เครื่องและเครื่อง Hydro Floe 6 เครื่อง พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ สำหรับช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนอาจส่งผลให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพลดลง ,ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี สนับสนุนรถยกสูงขนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน เรือท้องแบน 1 ลำ เครื่องยนต์เรือ จำนวน 1 เครื่อง แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งใหญ่ สาขาพิปูน และสาขาสิชล และสนับสนุนรถ Excavator จำนวน 1 คัน รถลากจูง จำนวน 1 คัน แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาสิชล รวมทั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต สนับสนุนรถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล จำนวน 2 คัน เรือท้องแบน จำนวน 6 ลำ แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /ข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช         




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน