คืบหน้า...รวบหนุ่มอุ้มสาวพม่าข่มขืนแล้วสังหารก่อนนำศพเผาอำพราง(มีคลิป)

19 พ.ย. 2564


คืบหน้ารวบหนุ่มอุ้มสาวพม่าข่มขืนแล้วสังหารก่อนนำศพไปเผาอำพรางคดีแต่ไม่รอดตามรวบขณะกลับบ้านสระแก้วนำตัวทำแผน

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 พ.ย.64 เวลาประมาณ 10:00 น. ได้มีสาวชาวเมียนม่าร์วัย 21 ปี ชื่อmyint myint khaing หรือ นางข่าย ที่ทำงานโรงงาน  บ.ท็อปฟิชชิ่งเน็ท แอนด์โรป จำกัด ต.ลาดตะเคียน  อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  ได้มีการหายตัวไปจากห้องเลขที่ 3 จากการตรวจสอบพบว่าภายในห้องของผู้ที่สูญหายนั้นมีข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย มีสก๊อตเทปสีเหลืองที่มีเส้นผมติดอยู่เป็นจำนวนมากวางตกอยู่บริเวณปลายเตียงใกล้กันพบมีรอยหยดเลือด คนข้างห้องได้ยินเสียงคนร้องกรี๊ดแต่ก็ไม่กล้าออกมาดู หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านพบว่ามีผู้ชายฉุดกระชากลากดึงผู้หญิงอยู่ในสวนปาล์มใกล้เคียงกับห้องเช่าที่นางมิ้น มิ้น ข่าย เช่าอยู่ 

ซึ่งชาวบ้านคิดว่าเป็นสามีภรรยาทะเลาะกันจึงไม่ได้สนใจ และหลังจากนั้นก็ไม่เห็นผู้สูหายอีกเลย เพื่อนๆชาวเมียนมาร์ได้พากันออกตามหาภายในป่าและพื้นที่ใกล้เคียงแต่ไม่พบตัว สร้างความกังวลใจให้กับทางญาติ และเพื่อนร่วมงานชาวเมียนมาร์ จนไม่เป็นอันทำงานกันทั้งหมด ทางหัวหน้างานได้พาพี่สาวเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.กบินทร์บุรี หลังจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความจาก นาง nyo sein sein อายุ 24 ปี (พี่สาว) จึงได้ลงตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และได้เรียกพยานบุคคลเข้ามาให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ




ต่อมาในวันที่ 16 พฤศจิกาขน 2564 เวลา 11.39 น. นางสาวสมหมาย บัวพันธ์ (พี่สาวผู้ต้องสงสัย) ได้ติดต่อมาที่บริษัทเอเจนซี่เกี่ยวกับคดี ของนายบุญหลาย บัวพันธ์ (น้องชาย)   ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายลักพาตัว โดยพี่สาวขอไกล่เกลี่ยยอมความถอนแจ้งความคนหาย โดยยอมจ่ายเงินชดใช้ค่าทำศพให้เพราะสมหมายยืนยันกับทางเอเจนซี่ว่า Ms.Myint Myint Khaing ได้เสียชีวิตแล้วจากคำบอกกล่าวของ นายบุญหลาย บัวพันธ์ ที่บอกกับนางสาวสมหมาย บัวพันธ์ (พี่สาว) ว่าได้ข่มขืนแล้วพลั้งมือฆ่าตายแต่สถานที่ทิ้งศพอยู่ในสวนปาล์มและบ่อน้ำเท่านั้น และยืนยันว่า นายบุญหลาย บัวพันธ์ (น้องชาย) คือ บุคคลที่สังหารข่มขืนแล้วทิ้งอำพรางศพ เป็นผู้ก่อเหตุจริง ต่อมานายบุญหลาย บัวพันธ์ ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่พบหลักฐานและพยานแวดล้อมบ้างแล้วจึงได้หลบหนีไป และวันที่ 18 พ.ย.64 ชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้แกะรอบตามจนทราบที่อยู่ และหลบซ่อนตัว ถึงได้นำกำลังเข้า รวบตัวถึง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ขณะที่ นายบุญหลาย บัวพันธ์ นอนพักผ่อนเตรียมตัวเพื่อเดินทางต่อในตอนรุ่งเช้า 

คืบหน้าเมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 พ.ต.อ.วัลลภ กังธาราทิพย์ รักษาการแทน ผกก.สภ.กบินทร์บุรี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ปราจีนบุรี และอาสาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสัจจะฯ ได้ลงตรวจสอบบริเวณป่ายูคาพื้้นที่บ้านวังมะกรูด ม.4 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ห่างจากถนนทางลูกรังเข้าไปประมาณ 100 เมตร พบโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาเป็นตอตะโก โดยใช้ยางรถยนต์จำนวน 2 เส้นเป็นเชื่อเพลิงในการเผาร่างผู้เสียชีวิต นอกจากนั้น โดยศพที่พบคาดว่าน่าจะเสียชีวิจมาไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณโดยรอบ นอกจากชิ้นส่วนที่อยู่บนกองขี้เถ้าแล้ว บริเวณป่าข้างๆ ที่พบโครงกระดูกยังพบชิ้นส่วนของมนุษย์เป็นขาขวาอยู่ ในป่ายูคาอีกชิ้น และขาซ้ายห่างจากศพเล็กน้อยคาดว่าน่าจะถูกสัตว์มากัดกินและลากเข้าไป คนร้ายได้นำศพมาเผาห่างจากจุดที่เกิดเหตุเป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร

ปราจีนบุรี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบุญหลาย บัวพันธ์ ฆาตรกรโหดทำทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรก เป็นบริเวณป่าสวนปาล์มจุดที่คนร้ายลากตัวสาวพม่ามาจากห้อง และทำการข่มขืน ก่อนที่จะทำร้ายร่างกายจนสลบไป และพาร่างของสาวพม่าที่นอนสลบกระโดดลงสระ จนทำให้เสียชีวิต และทิ้งศพไว้ในน้ำ เพื่อออกไปทำธุรกับครอบครัว และ กลับมานำศพขึ้นจากน้ำ ใส่ท้ายกระบะไปที่บ้านของตนเองที่อยู่หมู่บ้านหนองตะแบก ต.เขาไม้แก้ว และจุดที่คือบ้าน โดยที่บ้านนั้นหลังจาก นำศพผู้เสียชีวิตคือสาวพม่าขึ้นท้ายกระบะแล้วได้ไปแวะที่บ้านเพื่อจะขนยางรถยนต์ จำนวน2 เส้น เพื่อใช้ในการเผ่าร่างของสาวพม่า พร้อมกันนำสายยางในเหล้าเป็นเป็นตัวดูดน้ำมันจากรถของตัวเอง ใช้เป็นเชื้อเพลงติดไปด้วย และจุดที่ 3 คือบริเวณป่าสวนยูคา ที่พบร่างของผู้เสียชีวิตโดยคนร้ายถูกเผา ซึ่งหลังจากคนร้ายนำร่างของผู้เสียชีวิตไว้ที่ยางรถยนต์ที่เตรียมไปแล้วได้ใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาร่างอย่าง เหี้ยมโหด จากนั้นคนร้ายได้ขับรถออกมาจากสวนยูคา กลับไปที่บ้านของตนอีกครั้ง และได้นำแกลอนน้ำมันทางข้างทาง ซึ่งหลังจากนั้นได้ขับรถยนต์ที่ซ่อนอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จนมาถูกตามจับใด้ในที่สุด

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายบุญหลาย บัวพันธ์ ผู้ต้องหารับว่า"อ้างว่าทำไปเพราะเห็นสาวพม่า นอนใส่ชุดนอนเปลือยท่อนล่างอยู่ในห้อง(ห้องผู้เสียชีวิต)แล้วเกิดอารมณ์ แต่ กลัวสาวจะส่งเสียงจึงกลับไปเตรียมเชือกเทปกาว เพื่อจะมาปิดปาก สาว แต่สาวเกิดสู้จึงเตะเข้าที่กรามจนสาวพูดไม่ได้แล้วลากเข้าป่าปาล์มข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งตอนนั้นมีสุนัขเห่า กลัวคนมาเห็นจึงคว้าตัวสาวที่นอนสลบอยู่กระโดดลงน้ำในสระ ที่อยู่ในสวนปาล์ม จนสาวจมน้ำตาย จึงกลับไปที่ห้องและอาบน้ำไปทำงานตามปกติ ตกเย็นไปรับเมียกับพี่สาวไปกินหมูกะทะ หลังจากนั้นจึงขอตัวไปทำธุรก่อน ก่อนที่ไปงมศพสาวพม่าที่อยูในสระน้ำ และได้ใส่ท้ายรถกะบะคู่ใจไปเผานั่งยางในป่ากลางสวนยูคา แล้วกลับมาอยู่บ้านตามปกติก จนมีตำรวจเข้าไปขอตรวจสอบร่างกายพร้อมกับนำตัวมาสอบปากคำ ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไปเนื่องจากหลักฐานไม่พอ หลังกลับไปบ้านตนกลัวถูกจับจึงหนีไปกลบดานที่บ้านลุงที่สระแก้ว เพื่อจะหนีต่อ จนมาเมื่ิอคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี บุกเข้าตามรวบตัวได้ในที่สุด

ทั้งทางด้าน พ.ต.อ.วัลลภ วังธาราทิพย์ รักษาการแทน ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่าจากการสืบสวนหลังจากที่ได้มีการรับแจ้งว่ามีพนัดงานสาวชาวเมียนมาร์ หายไปตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย 64 ที่ผ่านมา เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเข้าตรวจสอบที่บริเวณห้องเช่า ข้างโรงงานพร้อมเก็บหลักฐานที่ได้ซึ่งมีอยูในที่เกิดเหตุ และได้มีการเรียกสอบพยายานที่เห็นเหตุการณ์ และได้ยิน จนทราบว่าผู้ก่อเหตุนั้นคือนายบุญหลาย บัวพันธ์ เป็นพนักงานในบริษัทเดียวกับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ก่อเหตุ แต่ในช่วงนั้นพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะมัดตัวผู้กระทำผิด จึงต้องปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมาได้มีการสอบปากคำทางด้านญาติของนายบุญหลาย พ่อ แม่ พี่สาว จนในที่สุด ทราบจากพี่สาวของผู้ก่อเหตุว่า ผู้ก่อเหตุคือนายบุญหลาย จริง โดยส่งข้อความมาบอกให้พี่สาวช่วยเคลียร์คดี โดยจะยอมชดใช้เงินให้ ซึ่งถ้าเป็นไปได้จะยอมมอบตัว ซึ่งทางพี่สาวนายบุญหลายได้ เข้ามาเจรรา แต่เนื่องจากเป็นคดี ที่อุฉกรรณ์ ซึ่งไม่สามารถยอมความได้  จึงให้พี่สาว พาไปที่พักหรือหลบซ่อนตัวอยู่ จนได้พบตัวนายบุญหลาย และได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำ ซึ่งนายบุญหลายรับสารภาพว่าเป็นผุ้กระทำจริง จึงได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาล ในข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน สังหารผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ เบื้องต้นได้ส่งศพผู้เสียชีวิต ไปพิสูจน์ต่อที่ รพ.ตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในสำนวนคดี และจะมอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ต่อทางญาติของผู้เสียชีวิตคือพี่สาวทั้ง 2 คน ทราบว่าน้องสาวตนเสียชีวิตแล้ว สร้างความเสียใจ ให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก และได้เดินทางไปยังที่พบศพ คือป่ายูคาลอปตัส และได้มีการจุดธูป พร้อมนำข้าปลาอาหารไปเซ้นไว้ดวงวิญญาณ ก่อนที่จะเชิญวิญญาณกลับมา และจะได้มีการบำเพ็ญกุศลต่อไป 

ข่าว-ภาพ สายชล หนุแดง สุพัตรา อาษา ทัตธน เหล่าหล้า ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ประจำ จ.ปราจีนบุรี
 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน